ตอนที่ 1226
บทที่ 1660 : ชำระกายาครั้งใหญ่
October 22, 2026
บทที่ 1660 : ชำระกายาครั้งใหญ่ หลิงหยุนจัดการถอนค่ายกลและเรียกหินพลังชีวิตเข้าไปเก็บไว้ในแหวนตามเดิม จากนั้น จึงได้เดินกลับไปที่ห้องพักของหนิงหลิงยู่ ก่อนจะอุ้มร่างหลับไหลของนางขึ้นมา พร้อมกับหันไปเอ่ยกับชียวิ๋นจื่อว่า “อาวุโสพวกเราไปกันได้แล้ว!” จากนั้นทั้งคู่ก็ได้เหาะขึ้นไปบนท้องนภา.. ระยะทางเพียงแค่หนึ่งร้อยกิโลเมตรนั้นเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวทั้งคู่ก็สามารถเหาะไปถึงได้แล้ว แต่ชียวิ๋นจื่อดูเหมือนจะจงใจเหาะให้ช้าลง เขาหันมองไปทางร่างไร้สติของหนิงหลิงยู่ ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุน พร้อมกับเอ่ยถามด้วยหน้าเป็นกังวล “หลิงหยุนน้องสาวของเจ้าคงจะอาการหนักมาสินะ” “ขอบอกกับอาวุโสตามตรงอาการของนางหนักมากจริงๆ!” หลิงหยุนยอมรับกับชียวิ๋นจื่อไปตามตรงก่อนจะกำชับกับชายชราว่า “อาวุโส ข้าเชื่อว่าท่านคงจะคาดเดาปัญหาของน้องสาวข้าได้ ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงใคร่ขอร้องอาวุโสให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ขออย่าได้แพร่งพรายออกไป!” “นางเป็นเทพธิดามาจุติจริงๆรึ”ชียวิ๋นจื่อเอ่ยถาม หลิงหยุนส่ายหน้าไปมา“ขอบอกอาวุโสตามตรง ในร่างของนางมีจิตวิญญาณสองดวง เมื่อครู่ที่ต่อสู้กับพวกท่าน เป็นจิตวิญญาณอีกดวง หาใช่จิตวิญญาณของน้องสาวข้าไม่! เวลานี้ จิตวิญญาณของหลิงยู่ถูกสะกดไว้ หนิงหลิงยู่จึงได้มีพฤติกรรมแปลกๆ อย่างที่ท่านเห็นเมื่อครู่..” “เจ้าหาหนทางแก้ไขปัญหานี้ได้แล้วหรือไม่” ยิ่งชียวิ๋นจื่อได้ฟังก็ยิ่งอยากรู้มากยิ่งขึ้น.. “เวลานี้อาจจะยังไม่สามารถคิดค้นหาวิธีได้แต่ในวันข้างหน้าที่ขั้นพลังบ่มเพาะของข้าก้าวหน้ากว่านี้ อาจจะหาหนทางแก้ไขได้”หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ “หลิงหยุนเนื่องจากสถานการณ์บีบบังคับ ข้าจึงต้องสั่งให้จ้าวคุนหลุนกับหวังคุนหลุนทำเช่นนั้น..” ชียวิ๋นจื่อมีสีหน้าท่าทางที่กระอักกระอ่วนใจไม่น้อยเพราะเขาเป็นคนสั่งให้ผู้อารักขาประตูคุนหลุนทั้งสองคนทำเช่นนั้นเอง หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า“อาวุโส อย่าได้กังวลใจเรื่องนั้นไปเลย ข้าเข้าใจดี! ส่วนผู้อารักขาทั้งสองนี้ ข้าได้ลบความจำในคืนนี้ของเขาทิ้งไปแล้ว ฉะนั้น พวกเขาย่อมจำไม่ได้แน่ว่าอาวุโสเคยสั่งอะไรไป!” ดวงตาทั้งคู่ของชียวิ๋นจื่อถึงกับเบิกกว้างและได้แต่คิดว่า หลิงหยุนมักมีเรื่องให้เขาต้องประหลาดใจอยู่เสมอ เขาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า“หลิงหยุนข้าสัมผัสได้ว่า อัตราความเร็วในการเหาะของเจ้านั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่ายอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นจินตันเลยแม้แต่น้อย เจ้าทำได้อย่างไรกัน” “ขอบอกอาวุโสตามตรงเส้นทางการฝึกบ่มเพาะพลังนั้น นับเป็นเส้นทางที่โหดร้าย และเต็มไปด้วยอันตราย นอกเหนือจากเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งแล้ว การหนีหลบหนีศัตรูที่เหนือกว่า นับเป็นหนทางที่ดีที่สุด..”ชียวิ๋นจื่อถึงกับนิ่งอึ้งไปอีกครั้งแม้หลิงหยุนจะมิได้ตอบคำถามของตน แต่คำพูดของหลิงหยุนก็มีเหตุมีผลยิ่งนัก นั่นเพราะการมีชีวิตรอดนับเป็นเรื่องที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด!หลังจากที่ได้สนทนากันในระหว่างทางมาครู่หนึ่งในที่สุดทั้งสองก็ได้มาถึงริมลำธาร หลิงหยุนจึงจัดการถอนค่ายกลวราหก พร้อมกับเอ่ยบอกชียวิ๋นจื่อว่า“พวกเขาทั้งสองอยู่ที่นั่น!”หวังชงเซียวที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินรีบลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นหลิงหยุนปรากฏกาย“นี่คืออาวุโสชียวิ๋นจือมือกระบี่ขั้นจินตัน!” หวังชงเซียวพยักหน้าและโน้มกายลงเล็กน้อย ส่วนชียวิ๋นจื่อนั้นเพียงแค่พยักหน้า และยิ้มให้กับหวังชงเซียวเป็นการทักทายจากนั้นชียวิ๋นจื่อก็ได้หันมองไปทางผู้อารักขาประตูคุนหลุนทั้งสอง และพบว่ามิได้บาดเจ็บสาหัสอะไรนัก และหลิงหยุนเองก็เพิ่งบอกว่า เขาได้ทำลายความทรงจำในคืนนี้ของผู้อารักขาประตูทั้งสองแล้ว..“อาวุโสข้าจำเป็นต้องรีบรักษาอาการของน้องสาวโดยเร็ว..”จากนั้นหลิงหยุนจึงรีบโน้มศรีษะลงพร้อมกับเอ่ยต่อในทันที “ไว้พบกันโอกาสหน้าอาวุโส!”“เช่นกัน!ข้าขอลาไปก่อน!”ชียวิ๋นจื่อเอ่ยร่ำลาเช่นกันแต่ก่อนที่ชายชราจะจากไป หลิงหยุนก็ได้หัวเราะออก พร้อมตอบกลับไปว่า“อาวุโสคงไม่นานนักหรอก ที่ท่านกับข้าจะได้พบกันอีกครั้ง!” จากนั้นหลิงหยุนเองก็ได้อุ้มหนิงหลิงยู่ เหาะจากไปพร้อมกับหวังชงเซียว..หลังจากที่เหาะไปได้ระยะหนึ่งหลิงหยุนก็ได้หันไปเอ่ยกับหวังชงเซียวว่า “หวังชงเซียว เจ้าไปที่หุบเขาพบกับเอ็ดเวิร์ด ดูว่าหลี่เจี้ยนกังสามารถจัดการกับยอดฝีมือกว่าร้อยคนนั่นได้หรือไม่ หลังจากนั้น ก็กลับไปปักกิ่ง บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ ให้ท่านปู่กับท่านพ่อของข้าล่วงรู้ และบอกพวกท่านทั้งสองว่า ข้าจะกลับตระกูลหลิงในอีกไม่ช้านี้..”“หวังชงเซียวน้อมรับคำสั่ง!”แต่ก่อนจะไปหวังชงเซียวก็ได้หันไปถามหลิงหยุนว่า “แล้วหลี่เพียวหยางเล่า”“สำหรับหลี่เพียวหยางเจ้าบอกเขาไปว่า ข้าสั่งให้ไปคอยเฝ้าดูเหตุการณ์ภายในตระกูลหนิง จนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่จากข้า”