ตอนที่ 1230
บทที่ 1664 : ร่างเด็กของกระบี่เซวียนหยวน
October 22, 2026
บทที่ 1664 : ร่างเด็กของกระบี่เซวียนหยวน หลิงหยุนมั่นใจว่าเวลานี้เขาจะสามารถเอาชนะผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงได้ด้วยมือเปล่า และไม่จำเป็นต้องมีอาวุธใดๆ นั่นเพราะหลังจากเข้าสู่ขั้นหลอมรวมระดับสูงสุดพลังบ่มเพาะได้หลอมรวมเข้ากับกายาเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ร่างกายของผู้ฝึกตนนั้นจึงไม่ต่างอะไรจากอาวุธ หรือพูดง่ายๆก็คือว่าเสินหยวนได้กระจายห่อหุ้มไปทั่วทั้งร่างของหลิงหยุนแล้วนั่นเอง! ผู้ที่ฝึกถึงขั้นนี้ทุกอณูของร่างกายก็คือจุดซือไห่ได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับทะเลแห่งลมปราณ ที่เวลานี้ได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างของหลิงหยุน จุดตันเถียนของเขาจึงมีอยู่ในทั่วทุกอณูของร่างกาย จิตวิญญาณความรู้สึกนึกคิด และกายเนื้อ ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวไม่แยกจากกันอีก.. จิตวิญญาณและความนึกคิดของผู้ฝึกตนได้หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ ไร้ซึ่งความขัดแย้งใดๆ จิตตานุภาพ(อานุภาพของจิต) และความนึกคิดนั้นเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน.. ยกตัวอย่างเช่นหากคนๆหนึ่งนึกอยากทำสิ่งใดขึ้นมาสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือชั่ว นั่นคือความนึกคิด คนผู้นั้นอาจนึกคิดที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่นนึกอยากเกียจคร้าน นึกอยากกิน นึกอยากมีเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าจะได้ทำตามที่นึกคิดเสมอไป เพราะจิตตานุภาพไม่มีพลังมากพอ แต่หลังจากบรรลุขั้นหลอมรวมแล้วความขัดแย้งเหล่านี้จะหายไป ตราบใดที่ความนึกคิดผุดขึ้นในใจ จิตก็จะเห็นด้วยทันที ไม่เกิดขัดแย้งกันเอง และหากคนธรรมดาทั่วไปสามารถหลอมรวมความนึกคิดเข้ากับจิตตานุภาพได้ไม่ว่าคนผู้นั้นเลือกที่จะเป็นคนดี หรือคนเลว เขาจะเป็นผู้ที่มุ่งมั่นและแข็งแกร่งยิ่ง เมื่อความนึกคิดเกิดขึ้นในใจจิตมีอานุภาพที่ทรงพลังแน่วแน่ มุ่งมั่นปฏิบัติตามความนึกคิดจนสำเร็จ คนเช่นนี้ไม่น่ากลัวอย่างนั้นหรือ เพียงแค่คนธรรมดาทั่วไปยังน่ากลัวถึงเพียงนี้แล้วผู้ฝึกตนที่บรรลุขั้นหลอมรวมนั้น จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใดกัน แต่นี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบยกตัวอย่างให้เข้าใจการทำงานของจิตตานุภาพและความนึกคิดเท่านั้น หลังจากที่ผู้ฝึกตนบรรลุขั้นหลอมรวมแล้ว ยังต้องเผชิญกับหลายสิ่งหลายอย่างมากนัก เกินกว่าที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ในเวลานี้ ด้วยเหตุนี้ผู้บรรลุขั้นหลอมรวมแล้ว จะเป็นผู้ที่มีความยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตนสูงยิ่งนัก หากตัดสินใจลงมือทำสิ่งใด ก็จะมุ่งมั่นไม่หันหลังกลับ จิตวิญญาณเทพธิดาในร่างของหนิงหลิงยู่นั้นได้บรรลุขั้นเบิกเนตรระดับสูงสุดแล้วเห็นชัดว่านางยังคงมีพลังที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมได้ แต่นางกลับต้องหยุดไว้เพียงเท่านั้น เพราะรู้ดีว่าไม่อาจหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับความนึกคิดได้สำเร็จ เนื่องจากภายในร่างมีจิตวิญญาณอีกดวงอยู่ ต่อมาคือการหลอมรวมจิตวิญญาณกับความรู้สึกเข้าด้วยกันซึ่งก็คือการหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับจิตสำนึก นี่คือขั้นสุดท้ายของการหลอมรวมจึงเป็นขั้นตอนที่ยากลำบากที่สุดอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือประสาทสัมผัสทั้งห้าและหกในตัวจะรับรู้พร้อมกัน หากมีวัตถุสักชิ้นปรากฏขึ้น คนผู้นั้นจะสามารถรับรู้ได้อย่างสมบูรณ์ หาใช่เพียงแค่การมองเห็น และได้ยินเสียงเท่านั้นแต่จะเหมือนได้‘สัมผัส’ ‘ดมกลิ่น’ และกระทั่ง ‘ลิ้มรส’ ของวัตถุนั้นในคราเดียวหรือกระทั่งเข้าใจถึง‘แก่น’ ของสิ่งนั้นๆ!กายจิตวิญญาณ ความนึกคิด ความรู้สึก ความเข้าใจ ทั้งหมดทั้งมวลได้ผสานรวมเป็นหนึ่งในขั้นหลอมรวมระดับสูงสุดนี้!ผู้ฝึกตนที่บรรลุขั้นหลอมรวมจะเข้าใกล้ ‘ความจริงแท้’ มากขึ้นเรื่อยๆ และเข้าใกล้ ‘เต๋า’ มากยิ่งขึ้นเช่นกันฉะนั้นผู้ที่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นหลอมรวมนี้ จึงนับว่ามีพลังในการต่อสู้ที่มีอานุภาพสูงยิ่ง ก่อนจะเข้าสู่ขั้นจินตันต่อไปหลังจากผ่านการผสานหลอมรวมอย่างสมบูรณ์ร่างกายจึงเปรียบประหนึ่งยุทธภัณฑ์ที่มีอานุภาพยิ่งด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เขาไม่เพียงจะสามารถบดขยี้ผู้ฝึกยุทธในขั้นหยวนอิงได้ แต่ผู้ฝึกยุทธเหล่านั้น จะไม่มีโอกาสแม้แต่จะหนีรอดด้วยซ้ำ!และการที่หลิงหยุนให้ความสำคัญกับขั้นปรับกายาอย่างมากตั้งแต่เริ่มฝึกนั้นก็เพื่อรอคอยวันนี้นี่เอง!โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้ผนึกรวมเข้ากับรากของเขาปู้โจว ทำให้ร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้ แข็งแกร่งอย่างน่าหวาดกลัว กระทั่งกระบี่เหินระดับเต๋าก็ไม่อาจทำร้ายหลิงหยุนให้บาดเจ็บได้นอกจากกายาที่แข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวแล้วหลิงหยุนยังมีของวิเศษ และไพ่ในมืออีกมากมาย..แผ่นฟ้าสูงล้ำผืนทะเลกว้างใหญ่ ขุนเขาเสียดฟ้า ก็มิอาจขวางกั้นหลิงหยุนได้อีก!หลิงหยุนลุกขึ้นยืนอย่างใจเย็นเขาเพียงแค่คิด ขวดยาที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้น และรากเขาปู้โจว ก็ได้หายวับกลับเข้าไปอยู่ในแหวนของเขาอย่างไร้ร่องรอย“ข้าควรจะสร้างแหวนพื้นที่วงใหม่ขึ้นมา..”ภายในจุดซือไห่ของหลิงหยุนเวลานี้กลั่นเซวียนหยวนออกมาเพียงหนึ่งหยด..หลังจากชี่ถูกกลั่นเป็นเสินหยวนภายในร่างเสินหยวนภายในร่างหลอมรวมกับพลังอมตะ และกลั่นออกมาเป็นเซวียนหยวนได้เอง สำหรับความเร็วในการกลั่นเซวียนหยวนนั้นหลิงหยุนประเมินว่าจะสามารถกลั่นได้เพียงเก้าหยดต่อวันเท่านั้น คล้ายกับเมื่อคราที่ร่างกายของหลินหยุนสามารถกลั่นเสินหยวนได้ครั้งแรก