ตอนที่ 1231
บทที่ 1665 : สะกดจิตวิญญาณจักรพรรดินี
October 22, 2026
บทที่ 1665 : สะกดจิตวิญญาณจักรพรรดินี หลังจากนั้นร่างของหลิงหยุนก็ไปปรากฏขึ้นที่ข้างสระมังกรดำ ทันทีที่ไปถึงร่างสีดำทะมึนดูประหนึ่งมังกรก็ปรากฏขึ้นทันที ดวงตาทั้งคู่จ้องมองหลิงหยุนแน่นิ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า “พ่อหนุ่มเจ้าก้าวหน้าขึ้นมากเลยสินะ” “ขอบคุณอาวุโสที่เอ่ยชม!” สามารถพัฒนาขั้นได้ถึงสามขั้นในคราเดียวเช่นนี้หลิงหยุนไม่จำเป็นที่จะต้องถ่อมเนื้อถ่อมตนอีก “หากเจ้าต้องการสิ่งใดก็จงเอ่ยออกมา..” เห็นได้ชัดว่าอิงหลงพออกพอใจความแข็งแกร่งของหลิงหยุนในเวลานี้มากเขาจึงได้เอ่ยถามออกไปเช่นนั้น “อาวุโสข้าปรารถนาจะได้เห็นร่างมังกรของท่าน แต่เวลานี้ข้ามีเรื่องสำคัญยิ่งต้องไปสะสาง ข้าจึงต้องขอตัวก่อน หลังจากนั้น ข้าจะกลับมาพบท่านที่นี่อีกครั้ง ไม่ทราบอาวุโสคิดเห็นเช่นใด” หลิงหยุนต้องการเพียงแค่ได้เห็นร่างที่แท้จริงของอิงหลงเท่านั้นแต่ก็มิได้คะยั้นคะยอ ปล่ยอให้อิงหลงได้ตัดสินใจเอง อีกทั้งตัวเขาเองมีเรื่องด่วนที่จะต้องกลับไปสะสาง เรื่องด่วนและสำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือกลับไปจัดการสะกดจิตวิญญาณเทพธิดาในร่างของหนิงหลิงยู่ และปลดปล่อยหนิงหลิงยู่ให้เป็นอิสระ ให้หญิงสาวได้กลับมาใช้ชีวิตปกติดังเดิม อีกทั้งเวลานี้ ร่างของนางยังคงถูกมัดไว้ด้วยเชือกหลิวเทวะวิญญาณอีกด้วย ในระหว่างที่ร่างของหนิงหลิงยู่ถูกนำกลับไปไว้ที่บ้านตระกูลฉินนั้นโม่วู๋เตาก็ได้นอนหลับไหลไปนานถึงสี่สิบแปดวันแล้ว หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด พรุ่งนี้เขาควรจะต้องตื่นขึ้นมาได้แล้ว หลังจากสะสางเรื่องสำคัญทั้งสองเรื่องเสร็จแล้วหลิงหยุนก็จะกลับไปบ้านตระกูลหลิง จากนั้น ก็จะเตรียมบุกไปช่วยหยินชิงเฉวียนแม่แท้ๆของเขาที่พรรคมาร! “ข้ามีเวลาว่างมากมายหากเจ้าว่างเมื่อใด ก็กลับมาที่นี่ ข้าจะให้เจ้าได้เห็นร่างจริงของข้า!” หลังจากกล่าวจบเงาดำคล้ายมังกรนั้นก็ได้หายกลับเข้าไปในสระมังกรดำทันที หลิงหยุนเพียงแค่คิดสระน้ำที่เขาเพิ่งขุดเมื่อสิบสองวันก่อนหน้านี้ ก็ได้อันตรธานหายไป กลายเป็นผืนดินราบ ราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นขึ้นมาก่อน ในเมื่อไม่มีอะไรอีกแล้วหลิงหยุนจึงได้เดินทางออกจากจูลู่ทันที ในระหว่างที่เดินทางกลับไปตระกูลฉินหลิงหยุนก็ได้เงยหน้าขึ้นมองท้องนภาอันมืดมิด ครั้งนี้ไม่ปรากฏร่องรอยของทัณฑ์เมฆาเลยแม้แต่น้อย จึงแทบไม่ต้องพูดถึงทัณฑ์สวรรค์! “ยอมแพ้แล้วสินะ” หลิงหยุนพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกผิดหวังในใจเล็กน้อยหากไร้ซึ่งทัณฑ์เมฆา และทัณฑ์อสุนีบาติ เขาก็ไม่ได้รับประโยชน์ใดๆเช่นกัน ‘หรือต้องการมอบรางวัลชิ้นใหญ่ให้แก่ข้าในการรับทัณฑ์สวรรค์ขั้นจินตันคราเดียว!’ หลิงหยุนได้แต่แอบคิดอยู่ในใจเงียบๆไม่ต้องรับทัณฑ์สวรรค์ก็ดี เขาก็จะได้ไปทำเรื่องสำคัญได้เร็วมากขึ้น ………เวลาสี่ทุ่มครึ่ง..ภายในหมูบ้านตระกูลฉินหลิงหยุนปรากฏกายขึ้นเงียบๆที่สวนกลางบ้านของฉินจิวยื่อและเมื่อพบว่าแสงไฟภายในบ้านยังคงเปิดอยู่ เขาจึงได้ร้องตะโกนทักทายออกไปก่อน“ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว!”“หยุนเอ๋อเร็วเข้า!หลิงยู่ฟื้นขึ้นมานามวันแล้ว และเวลานี้ นางก็กำลังเฝ้ารอพบเจ้าอยู่!” เสียงร้องตะโกนตอบกลับของฉินจิวยื่อดังออกมาจากภายในบ้านและทันทีที่ประตูบ้านเปิดออกหลิงหยุนก็ปรากฏกายขึ้นในห้องนอนของฉินจิวยื่อทันที และภายในห้องเวลานี้ มีคนอยู่ทั้งหมดสามคน สองคนนั่ง และอีกหนึ่งคนนอนที่นั่งอยู่สองคนก็คือฉินจิวยื่อกับฉินตงเฉวี่ยส่วนหนิงหลิงยู่นั้นยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง..“พี่ใหญ่!”น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้น!หลิงหยุนซึ่งยืนอยู่ข้างเตียงเวลานี้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหนิงหลิงยู่ เขามั่นใจได้ทันทีว่า นี่คือจิตวิญญาณของหนิงหลิงยู่ หาใช่เทพธิดาไม่!“นี่สิจึงจะเป็นน้องสาวที่ข้ารู้จักมานานเจ้าตื่นขึ้นมาเช่นนี้ ทำให้ข้าหายห่วงไปได้มากทีเดียว!”หลังจากนั้นเพียงแค่คิด เชือกหลิวเทวะวิญญาณก็ได้คลายออกจากร่างของหนิงหลิงยู่ ก่อนจะหายกลับเข้าไปในแหวนจักรวาลของหลิงหยุนดังเดิมจากนั้นหลิงหยุนจึงได้หันไปกล่าวกับฉินจิวยื่อ และฉินตงเฉวี่ยวว่า “ท่านแม่ น้าหญิง หลายวันนี้พวกท่านคงจะเหน็ดเหนื่อยกันมาก!”หลังจากที่ฉินจิวยื่อเห็นหลิงหยุนปลดเชือกออกจากร่างของหนิงหลิงยู่สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นตกใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปถามหลิงหยุนด้วยความร้อนใจว่า“หยุนเอ๋อมิต้องตรวจสอบให้ดีก่อนหรือว่า นี่ใช่หลิงยู่ตัวจริงหรือไม่”หลิงหยุนอดที่จะนึกขันไม่ได้จึงได้เอ่ยถามฉินจิวยื่อออกไปว่า “ท่านแม่ นี่ท่านยังหวาดกลัวอะไรอยู่อีก ท่านบอกข้าเองว่า หลิงยู่ฟื้นขึ้นมาได้สามวันแล้ว กระทั่งท่านเองยังจำไม่ได้อย่างนั้นรึ ว่านางใช่บุตรสาวของท่านหรือไม่”“ใช่ว่าข้าจะจำบุตรสาวตนเองไม่ได้แต่ในร่างของนางยังมีจิตวิญญาณอีกดวงหนึ่งอยู่ หากจิตวิญญาณดวงนั้นตื่นขึ้นมา…”แต่ยังไม่ทันที่ฉินจิวยื่อจะเอ่ยจบประโยคหลิงหยุนก็ร้องบอกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ท่านแม่อย่าได้กังวลใจไป นางไม่ตื่นขึ้นมาอีกแน่ และที่สำคัญ นางไม่กล้าทำเช่นนั้นแน่!”เวลานี้ดอกบัวทองคำทั้งแปดสิบเอ็ดดอกที่คอยปกป้องร่างกายนั้น บางส่วนได้ถูกหลิงหยุนทำลายเสียหาย ในขณะที่อีกสามสิบสามดอก ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพลังอมตะ และถูกหลิงหยุนดูดซับเข้าไปกว่าเก้าสิบส่วนส่วนกระบี่เหินทั้งสี่เล่มเวลานี้ล้วนอยู่ในมือของหลิงหยุนแล้วทั้งสิ้น กระทั่งกระบี่เหินระดับเต๋า ก็ยังอยู่ในมือของหลิงหยุนเช่นกันยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้หลิงหยุนได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นหลอมรวมแล้ว จึงแข็งแกร่งกว่าก่อนนับสิบเท่า ทำให้ช่องว่าของความแข็งแกร่งระหว่างหลิงหยุน กับหนิงหลิงยู่นั้นห่างไกลกันมากหาไม่แล้วหลิงหยุนคงจะไม่สามารถกล่าวได้อย่างหนักแน่นมั่นใจว่านางจะไม่กล้าตื่นขึ้นมาอีก!