ตอนที่ 1232
บทที่ 1666 : ฝึกตนมุ่งสู่เต๋า
October 22, 2026
บทที่ 1666 : ฝึกตนมุ่งสู่เต๋า “หยุนเอ๋อจะให้ข้าข่มตาหลับลงได้อย่างไรกัน ในเมื่อเจ้าเองยังเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้ เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่?” ฉินจิวยื่อจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย สำหรับหนิงหลิงยู่นั้นนางกลับมิได้เอ่ยถามถึง เพราะเชื่อมั่นว่า หากหลิงหยุนบอกว่านางปลอดภัย นั่นย่อมหมายความตามนั้น หนิงหลิงยู่จะเป็นอะไรแน่ “ท่านแม่อย่าได้กังวลใจไปข้าไม่เป็นอะไร เพียงแต่เมื่อครู่เร่งปลุกเสกยันต์ผนึกวิญญาณระดับเต๋าถึงเก้าแผ่น จึงใช้พลังในร่างไปค่อนข้างมาก ข้าฝึกฝนสักหนึ่งวันก็จะกลับดีขึ้นเอง” หลิงหยุนร้องบอกฉินจิวยื่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเพื่อมิให้นางต้องเป็นกังวลใจ หลิงหยุนใช้โลหิตบริสุทธิ์ของตนและเซวียนหยวนหนึ่งหยดที่กลั่นได้ จัดการเขียนอักขระปลุกเสกเป็นยันต์ผนึกวิญญาณระดับเต๋าถึงเก้าแผ่น ทำให้ต้องสูญเสียพลังไปไม่ใช่น้อย “เจ้าต่างหากที่ไม่ต้องห่วงพวกเราแล้วกลับไปพักผ่อนเสีย หลังจากที่ฟื้นฟูพลังกลับคืนมาได้แล้ว ข้าจะทำอาหารอร่อยๆให้เจ้าทาน” ฉินจิวยื่อรู้ดีว่าหลิงหยุนมิได้บอกความจริงกับตน นางจึงเป็นฝ่ายไล่หลิงหยุนกลับไปพักผ่อน เพื่อฟื้นคืนพลังในร่างโดยเร็ว ในระหว่างที่หลิงหยุนประมือกับยอดฝีมือมากมายเพียงลำพังบนเขาเทียนซานสีหน้าของเขากลับไม่ซีดเซียวถึงเพียงนี้ ครั้งนั้น เขายังดูผ่อนคลาย และหัวเราะออกมาได้ด้วยซ้ำไป ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อยออกมาให้เห็น แต่ตอนนี้ใบหน้าของเขากลับซีดเผือด ร่างทั้งร่างดูอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง อาการชัดเจนเช่นนี้แล้ว หลิงหยุนยังจะสามารถปกปิดนางได้อย่างไรกัน “เช่นนั้นข้าขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนท่านแม่ น้าหญิง..” หลิงหยุนไม่เพียงต้องกลับไปฟื้นฟูพลังของตนเองแต่ทั้งฉินจิวยื่อ และฉินตงเฉวี่ยต่างก็เฝ้าดูแลหนิงหลิงยู่มาหลายคืนแล้ว การที่เขายังอยู่ที่นี่ ก็จะยิ่งทำให้ทั้งสองคนไม่ได้พักผ่อนด้วย “ข้าจะไปส่งเจ้าเอง!” เมื่อเห็นว่าหลิงหยุนกำลังจะเดินออกไปฉินตงเฉวี่ยก็รีบลุกขึ้นจะเดินตามไปทันที “ตงเฉวี่ยหลิงหยุนไม่ได้ไปไหนไกล เหตุใดยังต้องไปส่งเขาด้วย เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้ายังมีเรื่องต้องคุยกับเจ้า” ฉินจิวยื่อร้องบอกน้องสาวพร้อมกับยื่นมือออกไปคว้าแขนของนางไว้ฉินตงเฉวี่ยได้แต่กระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่หลิงหยุนเองก็อันตรธานหายไปจากห้องอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่!ข้าก็แค่อยากจะออกไปส่งเขาเท่านั้นเองจริงๆ! เหตุใดต้องห้ามข้าด้วยเล่า” ฉินตงเฉวี่ยเห็นหลิงหยุนจากไปก็ได้แต่บ่นพึมพำออกมาด้วยความไม่พอใจ “ข้าเป็นพี่สาวของเจ้าย่อมรู้ใจเจ้าดีกว่าใครๆ”ฉินจิวยื่อดึงมือน้องสาวเข้ามานั่งพร้อมกับเอ่ยบอกนางว่า “ต่อหน้าหลิงยู่เวลานี้ ข้ามีเรื่องต้องสนทนากับเจ้าให้เข้าใจ”ฉินตงเฉวี่ยทำสีหน้าเหน็ดเหนื่อพร้อมบอกฉินจิวยื่อไปว่า “พี่ใหญ่ วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว ข้าอยากกลับไปพักผ่อน มีอะไรก็เอาไว้คุยกันวันหลังก็ได้”“วันนี้ไม่ว่าเจ้าจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามากเพียงใดก็ต้องฟังข้าพูดให้จบ..”ฉินจิวยื่อยังคงจับข้อมือของฉินตงเฉวี่ยไว้แน่นพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า “แม้หลิงหยุนกับหลิงยู่จะตอบโตมาด้วยกัน แต่พวกเขาก็หาใช่พี่น้องกันจริงๆไม่ ทั้งคู่ล้วนต่างบิดามารดากัน..”“เวลานี้พ่อของหลิงยู่ก็จากโลกนี้ไปแล้ว ข้าจึงเป็นผู้เดียวที่สามารถตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ให้กับนางได้”“ช่วงที่ข้าให้เจ้าไปจิงฉูดูแลเด็กสองคนเจ้าเองก็คงเห็นแล้วว่า หลิงยู่คิดเช่นใดกับหลิงหยุน เจ้าคงจะรู้ดีแล้วใช่หรือไม่”ฉินจิวยื่อหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง..ฉินตงเฉวี่ยเมินหน้านหนีพร้อมกับทำหูทวนลม เพราะนี่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่นางอยากจะสนทนาด้วย ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ฉินตงเฉวี่ยก็ถึงกับเสียสมาธิ และไม่อาจฝึกฝนต่อไปได้อีกก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ฉินจิวยื่อจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ นางมักจะหาข้ออ้างหลีกหนีออกไปได้ทุกครั้ง แต่ครานี้ดูเหมือนนางจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปแล้วในเมื่อฉินตงเฉวี่ยไม่ยอมตอบฉินจิวยื่อเองก็ไม่กล่าวต่อเช่นกัน และเวลานี้ สองพี่น้องก็ได้แต่นั่งนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งฉินตงเฉวี่ยไม่มีทางเลือก ต้องยอมเอ่ยตอบในที่สุด“ข้ารู้!”ฉินจิวยื่อปล่อยข้อมือของน้องสาวเพราะรู้ว่า หลังจากที่นางยอมตอบออกมาเช่นนี้ นางก็จะไม่หนีไปไหนอีกแล้วอย่างแน่นอน“ก่อนที่จะเกิดความผิดปกติขึ้นกับหลิงยู่นางไม่เคยมีใจแปรเปลี่ยนไปจากหลิงหยุนเลย!”“เกิดเรื่องกับหลิงยู่ครั้งนี้หยิงหยุนพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะช่วยนางกลับมา และยังใช้พลังทั้งหมดสะกดจิตวิญญาณของเทพธิดานั่นไว้ เรื่องนี้เจ้าคิดเห็นเช่นใด”ฉินจิวยื่อหันไปมองหนิงหลิงยู่ที่ยังคงนอนหลับไหลอยู่บนเตียงพร้อมกับเอ่ยต่อ “หลังจากหลิงยู่ตื่นขึ้นมาครานี้ เจ้าคิดว่านางยังจะรู้สึกเช่นใดกับหลิงหยุนอีก”“ข้าอยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้กับตนเองเสียมากกว่า”ฉินตงเฉวี่ยย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก“เจ้ายังคงเป็นเด็กโง่ไม่สร่าง!”ฉินจิวยื่อส่ายหน้าไปมา“ต่อให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับเจ้าแล้วอย่างไร อย่าลืมว่าหลิงหยุนยังคงเรียกข้าว่าท่านแม่!”“……”ฉินตงเฉวี่ยได้แต่นิ่งอึ้ง��