ตอนที่ 1233
บทที่ 1667: วิญญาณออกจากร่าง
October 22, 2026
บทที่ 1667: วิญญาณออกจากร่าง หลังจากที่หลิงหยุนออกจากบ้านของฉินจิวยื่อไปแล้วเขาก็รีบหยิบโอสถหยินพิสุทธิ์โยนเข้าปากทันที โอสถหยินพิสุทธิ์นี้เป็นหนึ่งในโอสถทั้งสามที่เขาได้มาจากใต้หลุมยักษ์ของเมืองจิงฉู โอสถทั้งสามชนิดล้วนเป็นโอสถล้ำค่าระดับสุดยอดแต่ด้วยอานุภาพที่ทรงพลังของโอสถทั้งสาม ที่ผ่านมาหลิงหยุนจึงไม่กล้าที่จะใช้ แต่เวลานี้ เขาบรรลุระดับสูงสุดของขั้นหลอมรวมแล้ว จึงกล้าที่จะนำออกมาใช้ โอสถหยินพิสุทธิ์นี้หลอมกลั่นโดยหยินจิ่วโยว่ซึ่งอยู่ภายในค่ายกลมังกรหยิน-หยางภายใต้หลุมยักษ์ โอสถชนิดนี้ให้ผลดียิ่งในเรื่องของการบ่มเพาะพลัง และรักษาอาการบาดเจ็บ เมื่อโอสถเข้าไปอยู่ในท้องของหลิงหยุนก็ได้แสดงอานุภาพของมันให้เห็นทันที หลิงหยุนรับรู้ได้ถึงพลังชีวิตที่ฟื้นคืนกลับมาอย่างมาก เขาอำพรางกายพักอยู่บริเวณนั้นในช่วงเวลาเพียงแค่สั้นๆ หลังจากนั้นจึงได้มุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้าสุสานจักพรรดิฉินซี.. บูม! ครั้งนี้ห่างจากบริเวณครั้งก่อนหลายร้อยเมตร ภาพของค่ายกลพิทักษ์สุสานก็ปรากฏขึ้น และเมืองอันวิจิตรงดงามก็ปรากฏให้เห็นเช่นกัน “……” หลิงหยุนได้แน่นิ่งอึ้งพูดไม่ออก นั่นเพราะยิ่งผู้ที่มีพลังบ่มเพาะสูงเข้าใกล้ค่ายกลพิทักษ์สุสานมากเท่าไหร่ ค่ายกลคุ้มกันก็จะยิ่งทำงานรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น! แต่ครั้งนี้หลิงหยุนไม่ได้ใช้พลังเหนือธรรมชาติใดๆ และหากเขาไม่ใช้วิชาล่องหนแล้ว ร่างกายของเขาเวลานี้ก็คงไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไปเลย “การจะเข้าไปภายในสุสานจักพรรดิฉินซีจริงๆได้อย่างน้อยคงต้องรอให้เข้าสู่ระดับสูงสุดขึ้นหยวนอิงเสียก่อน!” หลิงหยุนประเมินคร่าวๆในใจแม้เขาจะอยู่ในระดับสูงสุดขั้นหลอมรวม แต่ด้วยความแข็งแกร่งของจิตหยั่งรู้เวลานี้ เขาย่อมสามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนในขั้นหยวนอิงระดับเริ่มต้นได้แน่ และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ค่ายกลพิทักษ์สุสานทำงานอย่างรวดเร็ว และในเมื่อจิตหยั่งรู้ถูกสะกัดกั้นไว้ หากหลิงหยุนจะเข้าไปในสุสาน ย่อมต้องเข้าไปในฐานะนักท่องเที่ยวธรรมดาทั่วไป ที่ไม่สามารถใช้พลังอะไรได้ เว้นแต่ว่าผู้ฝึกตนนั้นจะฝึกฝนถึงขั้นที่ค่ายกลพิทักษ์สุสานไม่สามารสะกดไว้ได้ จิตหยั่งรู้แข็งแกร่งจนสามารถทะลุทะลวงผ่านเข้าไปภายในประตูได้ส่วนที่ว่าหลังจากเข้าไปได้แล้วนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็คงจะไม่มีผู้ใดบอกได้..น่าเสียดายที่วันนี้หลิงหยุนไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าไปในเมืองอันจิตรงดงามนี้ เขาปิดจิตหยั่งรู้ของตนเอง ทำตัวเหมือนกับนักท่องเที่ยวธรรมดาทั่วไป และค่อยๆเดินเข้าไปที่ประตูหลักของสุสานแห่งนี้และหลังจากที่หลิงหยุนปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองทำตัวเป็นเพียงแค่นักท่องเที่ยวธรรมดาๆ เมืองอันวิจิตรงดงามก็ได้อันตรธานหายไปในทันทีแต่ใช่ว่าปิดจิตหยั่งรู้ไปแล้วร่างกายอันอัศจรรย์ของหลิงหยุนจะไม่ทำงาน ทันทีที่เขาเข้าไปถึงหน้าประตูสุสาน เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตหลากหลายที่พุ่งออกมาจากด้านในทันทีแน่นอนว่ามันคือปราณมังกร ปราณจักรพรรดิ และพลังหยิน!ในเวลาหกโมงเช้าของวันหลิงหยุนจึงเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าประตูเช่นนั้น ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป ที่ตื่นขึ้นมาเดินออกกำลังกายในยามเช้าแต่วันนี้หลิงหยุนกลับไม่ต้องการปราณมังกร และปราณจักรพรรดิ ที่พวยพุ่งออกมาจากสุสาน เขาเฝ้าดูดซับเอาแต่พลังหยินเข้าไปในร่างอย่างบ้างคลั่งและเมื่อดูดซับเข้าไปในร่างแล้วก็ไม่ได้ใช้วิชาพลังลับหยิน-หยางปรับเปลี่ยน แต่กลับปล่อยให้เป็นพลังหยินในร่างหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้นตั้งแต่เช้าตรู่เป็นต้นมาหลิงหยุนก็เฝ้าเดินกลับไปกลับมาอยู่ที่หน้าประตูเช่นนั้น ประหนึ่งผู้อารักขาประตูสุสานอยู่ต่ออีกตลอดทั้งวันนับว่าโชคดีที่เจ้าหน้าที่ภายในสุสานต่างก็รู้จักหลิงหยุนดี หาไม่แล้ว เขาคงถูกเจ้าหน้าที่ไล่ออก เพราะคิดว่าเป็นคนเสียสติไปนานแล้วภายในหนึ่งวันประกอบกับโอสถหยินพิสุทธิ์ที่กลืนเข้าไป ทำให้พลังที่สูญเสียไปในระหว่างปลุกเสกยันต์ระดับเต๋า ก็ฟื้นกลับคืนอย่างสามบูรณ์และเวลานี้หลิงหยุนก็ได้เปลี่ยนตนเองให้กลายเป็น ‘มนุษย์ที่มีพลังหยินอัดแน่น’ ไปแล้ว!หลังจากเดินออกจากประตูสุสานมาได้ราวหกกิโลเมตรหลิงหยุนจึงได้เปิดจิตหยั่งรู้ออก ครอบคลุมหมู่บ้านตระกูลฉินไว้ และเฝ้าสังเกตดูเหตุการณ์ที่อยู่ภายในเป้าหมายของหลิงหยุนมีเพียงแค่สองคนเท่านั้น!หนึ่งคือหนิงหลิงยู่..เวลานี้หนิงหลิงยู่ได้ตื่นนอนแล้ว และเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ท่อนบนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว ส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงสีพื้นยาวคลุมเข่าเวลานี้สองแม่ลูกกำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ทั้งคู่พูดคุย และหัวเราะกันอย่างมีความสุข หนิงหลิงยู่ถามถึงหลิงหยุนว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ทำให้ฉินจิวยื่ออดที่จะล้อเลียนบุตรสาวไม่ได้ จนนางถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย