ตอนที่ 1234
บทที่ 1668 : วิญญาณกลับเข้าร่าง
October 22, 2026
บทที่ 1668 : วิญญาณกลับเข้าร่าง สภาวะที่หลิงหยุนเป็นอยู่ในเวลานี้จะเรียกว่า วิญญาณออกจากร่างอย่างเต็มปากเต็มคำก็ไม่ถูกนัก เพราะสภาวะที่เป็นอยู่นี้ เป็นแต่เพียงจิตสัมผัสที่ล่องลอยออกไปนอกร่าง ยังไม่ใช่วิญญาณทั้งหมด แต่ก็จะขอเรียกว่าวิญญาณออกจากร่าง และด้วยเหตุนี้เองหลังจากที่วิญญาณของหลิงหยุนออกจากร่างไปรับรู้สิ่งภายนอก ร่างกายของเขาจึงยังคงสามารถขยับเขยื้อนได้ อย่างเช่นใบหน้าของหลิงหยุนเวลานี้ ที่ยังมีรอยยิ้มปรากฏออกมาให้เห็น แต่แน่นอนว่านี่เป็นความตั้งใจของหลิงหยุน! การที่วิญญาณออกจากร่างทั้งหมดร่างกายของคนเราก็จะไร้วิญญาณครอบครอง ย่อมไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย เช่นนี้แล้วจะต่างอะไรกับความฝันกันเล่า วิญญาณเมื่อออกจากร่างไปย่อมไร้ซึ่งตัวตนรูปร่างบนโลกใบนี้ มีสภาพเขาไร้น้ำหนัก กระทั่งอากาศยังมิอาจต้านทานได้ สภาพวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่างจึงไม่ต่างจากภูติผีวิญญาณในยมโลก หลังจากที่วิญญาณออกจากร่างเพื่อไปรับรู้สิ่งภายนอกสิ่งแรกที่หลิงหยุนทำคือ หันกลับมามองร่างของตนเอง แต่แล้วจู่ๆลมบนเขาก็พัดโชยอ่อนผ่านร่างวิญญาณของหลิงหยุน วิญญาณของเขาถึงกับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วกระดูกในทันทีหลิงหยุนรู้สึกประหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางเขาหิมะน้ำแข็ง มิหนำซ้ำยังถูกราดรดด้วยน้ำที่เย็นยะเยือกเข้าไปอีก ไม่เพียงเท่านั้นกระทั่งสายลมโชยอ่อนบางเบายิ่ง ที่แม้แต่คนธรรมดายังไม่อาจสัมผัสรับรู้ได้ ก็สามารถทำให้วิญญาณหยินของหลิงหยุนสั่นสะท้านได้ ราวกับว่า สายลมโชยอ่อนนี้เป็นสายลมแห่งอันตราย และน่าหวาดกลัวยิ่ง เมื่อใดที่สายลมพัดผ่านร่างวิญญาณไปสายลมนั้นกลับสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับวิญญาณของหลิงหยุน ประหนึ่งถูกมีดขูดเข้าที่กระดูก หรือราวกับถูกเข็มแหลมนับพันเล่มแทงทะลุร่าง สร้างความเจ็บปวดให้จนเกินบรรยาย และนี่เป็นเพียงช่วงเวลาในยามค่ำคืนเท่านั้นหากเป็นช่วงเวลากลางวันเล่า… แทบไม่จำเป็นต้องรอให้ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าทั้งดวงเพียงแค่เสียงไก่ขัน แสงทองส่องสว่างปรากฏขึ้นเท่านั้น โลกหยางก็จะกลายเป็นเตาไฟขนาดใหญ่สำหรับวิญญาณหยินในทันที และยิ่งแสงอาทิตย์เจิดจ้ามากเท่าใดโลกใบนี้ก็จะยิ่งเปลี่ยนเป็นเตาไฟขนาดใหญ่ที่ลุกโชติช่วง และเผาผลาญวิญญาณหยิน ให้สลายหายไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากเลยทีเดียว! หยินและหยางถูกแยกออกจากกันอย่างน่ากลัว! หยินและหยางถูกแยกออกจากกันด้วยความหวาดกลัว! สำหรับเหล่าภูติผีแล้วสายลมบนโลกใบนี้จึงเปรียบเสมือนปลายมีดแหลมคม ที่คอยขูดครูดกระดูกให้เจ็บปวดรวดร้าว เวลากลางวันก็เสมือนเตาหลอมขนาดใหญ่ แสดงอาทิตย์เปรียบประหนึ่งเปลวเพลิงร้อนแรง พลังหยาง และสิ่งสกปรกเช่นปัสสาวะของมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่เหล่าภูติผีหวาดกลัวมากที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่วิญญาณของหลิงหยุนออกจากร่างมันยังคงอ่อนแอไม่ต่างจากทารกแรกเกิด แต่ตราบใดที่เขาบรรลุขอบเขตที่สูงขึ้น เขาก็จะสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้น! และด้วยเหตุผลข้อนี้เองหลิงหยุนจึงได้พยายามเสริมสร้างวิญญาณหยินที่อ่อนแอของตนเอง ด้วยการกลืนโอสถหยินพิสุทธิ์เข้าไป อีกทั้งยังไปเดินดูดซับพลังหยินเข้าร่าง อยู่ที่หน้าประตูสุสานตลอดทั้งวันด้วย และเมื่อมาถึงเทือกเขาแห่งนี้ก็เลือกที่จะเข้ามาในบริเวณสุสานขนาดใหญ่ในป่าทึบแห่งนี้ ซึ่งมีพลังหยินอยู่อย่างหนาแน่นส่วนเวลาที่หลิงหยุนเลือกมาที่นี่นั้นก็ยังเลือกเอาเวลาค่ำคืนที่มีพลังหยินหนาแน่ และแข็งแกร่งที่สุดอีกด้วยเรียกได้ว่าทั้งสถานที่ และเวลานั้นล้วนเหมาะเจาะยิ่งนัก!และนี่คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงได้ยอมให้วิญญาณออกจากร่างของตนเป็นครั้งแรกแม้จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนจะแข็งแกร่งมากเพียงใดแต่ดวงวิญญาณกลับอ่อนแอไม่ต่างจากเด็กทารกแรกเกิด เพียงแค่มีลมพายุใหญ่พัดผ่าน ก็คงจะสามารถหอบเอาวิญญาณของเขา ให้ล่องลอยออกไปไกลได้แล้วแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆจู่ๆ ก็มีสายลมแรงพัดผ่าน และได้พัดเอาดวงวิญญาณของหลิงหยุน ลอยล่องออกไปไกลจากร่างถึงสองเมตร! ‘วันนี่สายลมช่างรุนแรงจริงๆ!’หลิงหยุนได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจด้วยความโมโหเขายกฝ่ามือขึ้นซัดสายลมเบาๆ ให้กระจัดกระจายออกไป“กลับมา!”ร่างที่ยังคงนั่งนิ่งของหลิงหยุนนั้นปรากกฏกระแสวนพลังหยินขึ้น และค่อยๆ ขยายรัศมีของกระแสพลังออกไปในระยะสองเมตร และเมื่อไปถึงบริเวณที่ดวงวิญญาณของเขาปรากฏอยู่ กระแสพลังหยินนี้ก็ได้ห่อหุ้มดวงวิญญาณนั้นไว้ทันทีที่วิญญาณของหลิงหยุนถูกกระแสวนหยินห่อหุ้มร่างกายไว้มันก็ดูคล้ายกับทารกแรกเกิดที่ได้พบจุกนมนั่นเอง ด้วยสัญชาติญาณ วิญญาณของหลิงหยุนจึงได้ดูดซับเอาพลังหยินบริสุทธิ์เหล่านั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และความเจริญเติบโตของตนเองอย่างช้าๆพลังหยินที่บริสุทธิ์นี้เป็นสิ่งที่ดวงวิญญาณต้องการใช้ในการเติมเต็มร่าง มันจึงดูดซับเอาพลังหยินบริสุทธิ์เข้าไปอย่างเต็มที่ไม่นานนักดวงวิญญาณที่ไร้รูปของหลิงหยุน ก็เริ่มมีการเปลียนแปลงเกิดขึ้น เริ่มปรากฏร่าง แขน ขา ศรีษะ และใบหน้า แม้กระทั่งคิ้วกับดวงตาก็ปรากฏให้เห็น ที่สำคัญ ความแข็งแกร่งของดวงวิญญาณก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วยในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงวิญญาณหยินก็ได้มีรูปเป็นมนุษย์แล้ว และมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับหลิงหยุนไม่มีผิด ร่างของมันที่อยู่ในกระแสวนหยินนั้น ค่อยๆใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และเวลานี้ก็กำลังหมุนรอบร่างกายหลิงหยุนอย่างรวดเร็วเวลานี้จึงไม่ต้องกลัวว่า สายลมที่โชยมาจะพัดเอาร่างของมันไปอีกแล้วโอสถหยินพิสุทธิ์มีส่วนทำให้วิญญาณภายในร่างของหลิงหยุนแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วแม้ว่าเวลานี้วิญญาณของหลิงหยุนจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อครั้งที่เพิ่งออกจากร่างนับร้อยเท่า และมีรูปร่างเป็นมนุษย์เต็มตัวแล้ว แต่ก็ยังนับว่าไร้ตัวตน เพราะคนธรรมดาทั่วไปไม่อาจมองเห็นได้ และที่หลิงหยุนมองเห็นนั้น ก็เพราะใช้เนตรหยิน-หยางมองนั่นเอง‘อืมม..หากเป็นเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า ข้าจะสามารถออกเดินเตร็ดเตร่ได้เฉพาะเวลากลางคืน และสามารถดูดซับพลังหยินเข้าร่างได้เอง แต่ยังไม่สามารถทำเช่นนี้ในเวลากลางวันได้’‘คงต้องรีบหาทางให้วิญญาณแข็งแกร่งมากขึ้นเร็วกว่านี้..’หลิงหยุนพลันนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งในขณะที่ยังคงปล่อยให้วิญญาณของตนเดินเตร็ดเตร่ออกไปไกลกว่าสามร้อยเมตร เพื่อดูดกลืนพลังหยินเข้าไปให้ได้มากที่สุด และเมื่อพลังหยินเบาบางลงแล้ว เขาก็รีบเรียกวิญญาณกลับเข้าร่างทันที