ตอนที่ 415
บทที่ 741-742
October 22, 2026
บทที่ 741 : ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ! เปรี้ยง! แสงสีเงินสว่างวาบขึ้นกลางท้องฟ้าที่มืดมิดเสียงฟ้าร้องครืนๆดังกึกก้องไปทั่วท้องนภาอยู่เหนือภูเขาหยุนเมิ่ง สิ้นเสียงอนุสีบาตร..สายฝนก็เทกระหน่ำตามลงมาทันที สายฝนที่รุนแรงตกลงมากระทบก้อนหิน กิ่งไม้ และใบไม้ที่อยู่ด้านล่าง ภายในพริบตาเดียวทั่วทั้งเขาหยุนเมิ่งก็เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝนทันที ภายในห้องที่อยู่ภายในถ้ำ.. “เสียงฟ้าร้องนี่..ดูท่าฝนกำลังจะตก!” เกาเฉินเฉินตื่นจากการสวดมนต์ภาวนาเธอค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ในดวงตาคู่สวยนั้นไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัว มีเพียงแววตาสงบนิ่งของคนที่เพิ่งผ่านพ้นความทุกข์ใจแสนสาหัสและความตายมาแล้ว มาถึงตอนนี้เกาเฉินเฉินไม่ใช่ดาวโรงเรียนคนสวยไร้เดียงสาแห่งโรงเรียนมัธยมจิงฉูอีกต่อไปแล้ว เวลานี้ไม่มีแววตาที่สดใส มีเพียงแววตาที่แน่วแน่ และหนักแน่น ดวงตาคู่สวยของเกาเฉินเฉินนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังในตัวเฉินเจี้ยกุ่ยและรู้สึกเสียใจกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับตระกูลเกา และความคิดถึงหลิงหยุนที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาล “เฉินเจี้ยนกุ่ย..ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะใช้เวทย์มนต์อะไรกับข้า แต่หากข้าตื่นมาแล้วพบว่าเจ้าได้ล่วงเกินข้าแล้วล่ะก็ ข้าจะฆ่าตัวตายทันที!” นี่เป็นคำพูดที่เกาเฉินเฉินพูดกับเฉินเจี้ยนกุ่ยหลังจากที่หมดสติไปเพราะถูกเขาใช้เนตรปีศาจสะกดจิตไว้หลังจากสำรวจตามร่างกายอย่างละเอียดลออแล้ว เกาเฉินเฉินจึงพูดประโยคนี้กับเฉินเจี้ยนกุ่ย ปักกิ่งเวลานี้อยู่ในช่วงฤดูร้อนแต่เกาเฉินเฉินกลับใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกายไว้อย่างมิดชิด และเฉินเจี้ยนกุ่ยจะได้เห็นก็เพียงใบหน้าของนางเท่านั้น ดวงตาของเกาเฉินเฉินจะคอยจับจ้องอยู่ที่ประตูหินก้อนใหญ่อยู่แทบจะตลอดเวลาแต่ในสมองกลับครุ่นคิดถึงโรงเรียนมัธยมจิงฉู และบ้านเลขที่-1 ของหลิงหยุนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกับเธอ เกาเฉินเฉินยังจดจำช่วงเวลาดีๆที่เคยได้มีความสุขอยู่กับหลิงหยุนได้ดี และรอยยิ้มบางๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยงามแต่ซีดเซียวของนาง ผ่านมาสามเดือนแล้วเกาเฉินเฉินได้พยายามบอกกับตัวเองว่าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่เพียงแค่จะต้องอยู่เพื่อแก้แค้นให้กับตระกูลเกา แต่ยังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อหลิงหยุนอีกด้วย เกาเฉินเฉินไม่เคยลืมภาพเด็กผู้ชายอ้วนที่วิ่งแบกกระสอบทรายราวกับคนบ้าไม่เคยลืมการออกเดทที่สนามโรงเรียน และการเต้นรำที่แสนโรแมนติคในไนท์คลับแห่งหนึ่ง.. “หลิงหยุน..นายยอมบุกเข้าไปช่วยพี่เม่ยเฟิง หากนายรู้ว่าฉันกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะก็ ฉันเชื่อว่านายก็ต้องมาช่วยฉันเหมือนกัน..” “แต่ถ้านายไม่มาช่วยฉันจะดีกว่า..เพราะศัตรูของฉันแข็งแกร่งมาก หนำซ้ำยังไม่ใช่มนุษย์อีกด้วย..” “แค่ฉันได้เห็นนายอยู่อย่างมีความสุขฉันก็ดีใจแล้วและยินดีตกนรกเช่นนี้ แต่น่าเสียดายที่เราสองคนไม่ได้มีโอกาสแก่ไปด้วยกัน..” “นี่ก็สอบเอนทรานซ์เสร็จแล้วฉันเชื่อว่าผลสอบของนายต้องออกมาดีเยี่ยมอย่างแน่นอน..” ……… “หลิงหยุน..ฉันคิดถึงนายเหลือเกิน! หากสามารถได้พบหน้านายอีกสักครั้ง ฉันจะยอมแลกกับทุกๆอย่าง..” น้ำตาของเกาเฉินเฉินไหลพร่างพรูออกมาไม่หยุดแต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มงดงามราวกับดอกโบตั๋นที่เบ่งบานอยู่ในความมืด …….. ด้านนอกประตูหิน..กลางถ้ำที่แสนเย็นยะเยือก.. ปัง! ฝาโลงศพถูกกระแทกให้เปิดออกและร่างๆหนึ่งก็กระโจนออกมายืนอยู่ข้างโลงศพ.. ฝาโลงที่ถูกกระแทกให้เปิดออกนั้นหล่นลงบนพื้นเสียงดังปังราวกับว่ามันไม่เคยถูกเปิดมาก่อน.. ใบหน้าของเฉินเจี้ยนกุ่ยซีดขาวดวงตาเป็นสีแดงก่ำ และเป็นประกายวิบวับอยู่ในความมืด มันแลบลิ้นสีแดงออกมาเลียริมฝีปากพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างดีอกดีใจ ในฝ่ามือซ้ายที่แบอยู่นั้นมีก้อนเลือดสีแดงขนาดเท่าลูกประคำปรากฏอยู่ และกำลังเปล่งประกายแสงสีแดง “ไม่น่าเชื่อว่าประคำโลหิตจะมีอานุภาพถึงเพียงนี้!ข้าบาดเจ็บสาหัสถึงสองครั้ง หากไม่เพราะเจ้า ข้าก็คงไม่สามารถฟื้นคืนได้รวดเร็วเช่นนี้..” ฟรึบ! มือซ้ายของเฉินเจี้ยนกุ่ยแทงทะลุท้องของตนเองเข้าไปตรงตำแหน่งจุดตันเถียนซึ่งอยู่ต่ำจากท้องน้อยลงไปและประคำโลหิตก็ถูกเก็บเข้าไปไว้ในร่างกายของมัน เฉินเจี้ยนกุ่ยมองเข้าไปบริเวณใต้ท้องน้อยของตนเองผิวที่ซีดขาวของมันค่อยๆปิดเข้าหากันจนสนิท และหัวเราะออกมาเสียงดัง เฉินเจี้ยนกุ่ยหัวเราะอย่างมีความสุขและเหลือบมองไปทางประตูหินที่มีร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวกองพะเนินอยู่มากมาย และริมฝีปากก็เปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มออกมาอย่างโหดร้าย “ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6ประกอบกับความแข็งแกร่งในขั้นเคานต์ ข้าเชื่อว่าหากได้พบกับชายชุดดำสวมผ้าปิดบังใบหน้าอีกครั้งแล้วล่ะก็ ข้าต้องสามารถจัดการกับมันได้อย่างแน่นอน!” ยังไม่ทันสิ้นเสียงของเฉินเจี้ยนกุ่ยดีร่างของมันก็กระโดดออกไปยืนอยู่หน้าประตูห้องของเกาเฉินเฉินเฉินเจี้ยนกุ่ยยกมือขึ้นผลักกำแพงด้านหนึ่งและประตูหินก็ค่อยๆเปิดออกช้าๆ เฉินเจี้ยนกุ่ยเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับยิ้มให้เกาเฉินเฉินเกาเฉินเฉินรู้ดีว่าเป็นเฉินเจี้ยนกุ่ยเดินเข้ามานางจึงแทบไม่อยากหันหลับกลับไปมอง ดวงตาคู่งามของนางนั้นทั้งเย็นชาและเฉยเมยเมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเจี้ยนกุ่ยเฉินเจี้ยนกุ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล“น้องเฉินเฉิน..”เกาเฉินเฉินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและห่างเหิน“อย่าเรียกข้าว่าน้องเฉินเฉิน.. เจ้าไม่คู่ควร!”“งั้นรึ!”เฉินเจี้ยนกุ่ยตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจและยังคงพูดต่อ “เวลานี้ข้างนอกฝนตกหนัก ข้าจะพาเจ้าออกไปดูสายฝนด้านนอก..”เกาเฉินเฉินคิดว่าร่างกายของตนเองต้องการอากาศบริสุทธิ์จึงลุกขึ้นเดินออกจากเตียงไป..เฉินเจี้ยนกุ่ยจ้องมองเกาเฉินเฉินด้วยแววตาเสน่หามันกวาดสายตาไปทั่วร่างของเกาเฉินเฉินก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เฉินเฉิน..เจ้าช่างงดงามนัก!”เกาเฉินเฉินไม่ใส่ใจคำพูดของเฉินเจี้ยนกุ่ยและไม่แม้แต่จะชายตามอง นางเดินผ่านฝ่าความมืดผ่านร่างของเฉินเจี้ยนกุ่ยตรงไปที่หน้าถ้ำทันทีเฉินเจี้ยนกุ่ยเดินตามเกาเฉินเฉินไปอย่างช้าๆและจ้องมองเรือนร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งงดงามของนาง แต่ในใจกลับคิดชั่วช้า..“เฉินเจี้ยนกุ่ย..เจ้าจงจำคำพูดของข้าไว้ให้ดี หากข้าไม่ตายไปเสียก่อน ข้าจะต้องแก้แค้นเจ้าและสับเจ้าเป็นชิ้นๆแน่!”เกาเฉินเฉินสัมผัสได้ถึงแววตาที่ชั่วร้ายของเฉินเจี้ยนกุ่ยนางจึงร้องบอกเฉินเจี้ยนกุ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“เจ้าไม่ต้องห่วง..ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายแน่ แต่จะให้เจ้าอยู่อย่างอมตะ และติดตามเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์ของข้า..”เฉินเจี้ยนกุ่ยไม่ได้นึกหวาดกลัวในคำพูดของเกาเฉินเฉินแม้แต่น้อยเพราะเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถทำให้เกาเฉินเฉินกลายเป็นแวมไพร์บริวารของมันได้“นับว่าข้าโชคดีมาก!เลือดของเจ้าไม่เพียงเป็นเลือดที่มีพลังพิเศษ แต่ยังสามารถต้านทานแวมไพร์ได้ ร่างกายของเจ้านั้นได้ถูกยอดฝีมือขั้นสูงชำระล้างจนสะอาดแล้ว เวลานี้เจ้าไม่ต่างจากได้ร่างใหม่ เลือดของเจ้านั้นนับว่าบริสุทธิ์อย่างมาก หากข้าได้ดื่มเลือดของเจ้าเข้าไป ไม่เพียงข้าจะสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ได้แล้ว แต่ยังจะสามารถพัฒนาร่างขึ้นเป็นแวมไพร์ขั้นแกรนด์ดยุคได้อีกด้วย และถึงเวลานั้นข้าก็ไม่ต้องหวาดกลัวต่อแสงแดดอีกต่อไป..”เมื่อคิดถึงชัยชนะที่คืบคลานเข้ามาใกล้เฉินเจี้ยนกุ่ยก็หัวเราะออกมาเสียงดังสนั่นไปทั้งถ้ำร่างของเกาเฉินเฉินสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธนางพยายามเก็บซ่อนอารมณ์โกรธ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเคย“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็กล้าๆดูดเลือดของข้าเสียเลยสิ!”นับว่าเกาเฉินเฉินตอบโต้กลับไปได้อย่างชาญฉลาดแต่เฉินเจี้ยนกุ่ยก็ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มดุร้าย“เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป..ข้าย่อมมีหนทาง คืนนี้ท่านดยุคแดรกคูล่าและแวมไพร์ขั้นสูงก็จะมาถึงแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นข้าย่อมมีหนทางจัดการกับเจ้าได้อย่างแน่นอน!”เสียงสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงนั้นดังเข้ามาถึงในถ้ำและกลบเสียงฝีเท้าของเกาเฉินเฉินจนสิ้น เวลานี้นางเดินไปใกล้ถึงปากทางเข้าถ้ำมากแล้วราตรีค่อยๆคืบคลานเข้ามาแม้ภายนอกถ้ำนั้นจะมืดมิด แต่หากเปรียบเทียบกับความมืดภายในถ้ำแล้ว นอกถ้ำนั้นนับว่ายังสว่างกว่ามากนัก และเกาเฉินเฉินก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่ามาก“ดยุคแดรกคูล่างั้นเหรอ”เกาเฉินเฉินแสยะยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เฉินเจี้ยนกุ่ย.. เจ้าไม่กลัวว่าดยุคแดรกคูล่าอะไรนั่น จะจัดการกับข้าก่อนเจ้าอย่างนั้นรึ!”แต่เฉินเจี้ยนกุ่ยตอบกลับมาอย่างไม่สนใจใยดี“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง ถึงอย่างไรข้าก็ต้องทำให้เจ้าเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์ของข้าให้ได้ เจ้าจะต้องอยู่กับข้า และบินไปใหนมาใหนกับข้า..”เกาเฉินเฉินได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงจนแทบจะอาเจียนออกมา!และเวลานี้ทั้งคู่ก็เดินมาถึงปากถ้ำแล้ว..ระหว่างที่ยืนมองม่านน้ำฝนสีขาวอยู่นั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางภูเขาที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เฉินเฉิน..อีกไม่นาน ผืนแผ่นดินจีนก็จะต้องตกเป็นของตระกูลเฉิน!”“เป็นแวมไพร์ไม่ดีตรงใหนอย่างน้อยเจ้าก็มีชีวิตที่ยืนยาว อีกทั้งยังสามารถบินไปในต่อใหนได้อย่างอิสระ..”“เจ้าบอกว่าข้าเป็นสัตว์ประหลาด..แต่ข้าจะบอกเจ้าว่าแวมไพร์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่ยังคงมีชีวิตอยู่บนดาวดวงนี้มานับพันล้านปี”“สัตว์ประหลาดงั้นรึมนุษย์หมาป่า ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ ต่างก็ถูกเรียกว่าสัตว์ประหลาด และ..”เฉินเจี้ยนกุ่ยหยุดชะงักและเลือกที่จะไม่พูดคำคำนั้นออกมา..แต่เวลานี้เกาเฉินเฉินไม่ได้ฟังคำพูดเพ้อเจ้อของเฉินเจี้ยนกุ่ยเลยแม้แต่น้อยเธอกำลังกัดฟันและพยายามควบคุมร่างที่กำลังสั่นเทิ้มให้เป็นปกติ เพื่อที่จะปิดบังหัวใจที่กำลังเต้นแรงของตนเองไม่ให้เฉินเจี้ยนกุ่ยจับได้ถึงความผิดปกตินี้บทที่ 742 : ผมมาช่วยแล้ว!-เฉินเฉิน..ไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยคุณแล้ว!-ประโยคสั้นๆที่อบอวนไปด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่นนี้ดังแทรกผ่านม่านน้ำฝนมาเข้าหูของเกาเฉินเฉินที่ได้ผ่านความเป็นความตายมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เลือดในกายของเกาเฉินเฉินเวลานี้จึงเดือดพล่านขึ้นมาทันที!