ตอนที่ 84
ตอนที่ 387
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 387 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 387 : ตื่นตระหนกกับโลก! เหล่ากุ่ยยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงพร้อมกับยิ้มให้หลิงหยุนและตอบกลับไปว่า “ตอนนี้อาการบาดเจ็บภายในดีขึ้นถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนจุดตันเถียนกับเส้นลมปราณก็ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมากเช่นกัน ฉันก็เลยคิดว่าน่าจะมีพลังลมปราณพอที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นต่อไปได้เลย แต่กลับคิดไม่ถึงว่า..” หลิงหยุนช่วยหยิบเสื้อที่วางอยู่ด้านข้างให้กับเหล่ากุ่ยพร้อมกับตอบยิ้มๆว่า “เหล่ากุ่ย.. ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ข้ารับรองว่าเมื่อใดที่อาการบาดเจ็บของท่านหายดี กำลังภายในของท่านจะต้องก้าวหน้าขึ้นทันทีเช่นกัน!” ตอนนี้อาการบาดเจ็บภายในของเหล่ากุ่ยยังคงไม่หายสนิท อีกทั้งยังเพิ่งผ่านพ้นนาทีแห่งความเป็นความตาย และหลุดรอดจากการต้องกลายเป็นมารเพราะธาตุไฟแตกมาได้อย่างฉิวเฉียด ทำให้เส้นลมปราณต่างๆที่เพิ่งฟื้นตัวนั้น ไม่สามารถรองรับพลังชีวิตที่เข้มข้นของน้ำลายมังกรได้ หลิงหยุนจึงจำเป็นต้องรอให้ร่างกายของเหล่ากุ่ยฟื้นตัวดีกว่านี้ก่อน และถึงตอนนั้น เขาจึงจะสามารถให้เหล่ากุ่ยดื่มน้ำลายมังกรเพื่อช่วยพัฒนากำลังภายในให้ก้าวหน้าขึ้นได้ “ห๊ะ.. เจ้าพูดว่าอะไรนะ?!” เหล่ากุ่ยมองหลิงหยุนด้วยแววตาประหลาดใจ สายตาของเขามองหลิงหยุนจากหัวจรดเท้า ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความขุ่นเคือง “เฮ้อ.. ข้านี่ใช้ไม่ได้เอาซะเลย! มีชีวิตอยู่มาตั้งหกสิบปี แต่กลับต้องเป็นหนี้ชีวิตให้กับครอบครัวของเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า!” หลิงหยุนถึงกับใจสั่นเมื่อได้ฟังคำพูดของเหล่ากุ่ย และได้แต่คิดในใจว่า เหล่ากุ่ยเป็นคนที่แม่ของเขาขอให้มาช่วยดูแลคุ้มครองเขางั้นหรือ? ‘นี่แม่เคยช่วยชีวิตเหล่ากุยไว้งั้นเหรอ..?’ “เอาล่ะ.. พวกเราอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้กันเลย ข้าได้ยินว่าคืนนี้เจ้าจะไปสังหารใครบางคน คนแก่อย่างข้าก็จะขอตามไปช่วยด้วย..” เหล่ากุ่ยพูดกับหลิงหยุนในระหว่างที่ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า หลิงหยุนตอบกลับอย่างลังเล “เหล่ากุ่ย แต่อาการบาดเจ็บของท่าน..?!” เหล่ากุ่ยหันกลับไปมองหลิงหยุน พร้อมกับเอื้อมมือออกไปแตะไหล่ของเขาอย่างอ่อนโยนพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ และพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. ความจริงเจ้าเป็นเด็กที่มีจิตใจงดงามนัก แต่เจ้าแค่แสร้งทำเป็นคนไม่ดีเท่านั้นเอง!” หลิงหยุนได้แต่ยิ้มอย่างกระอักระอ่วนพร้อมกับอดคิดในใจไม่ได้ว่า ‘คำว่า-คนดี คงจะหล่นทับข้าสักวัน’ จากนั้นก็ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับตอบเหล่ากุ่ยไปว่า “ฮ่า..ฮ่า.. คนที่เคยถูกรังแกบ่อยๆ โตขึ้นถ้าไม่เป็นคนดี ก็จะกลายเป็นคนเลวไปเลย..” เหล่ากุ่ยจ้องมองหลิงหยุนอยู่นาน หลังจากนั้นเขาก็สูดหายใจอย่างมาความสุขแล้วพูดขึ้นว่า “ก่อนจะไปปฏิบัติภารกิจ พวกเราไปหาอะไรกินให้อิ่มกันก่อนจะดีกว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เจ้าเคยได้ยินใช่ไม๊!” “เหล่ากุ่ย.. แน่ใจนะว่าจะไม่มีปัญหาอะไรกับอาการบาดเจ็บของท่าน?”เหล่ากุ่ยหัวเราะ “เจ้าเองก็เป็นแพทย์ฝีมือดีไม่ใช่รึ? ทำไมยังดูไม่ออกว่าข้าแข็งแรงแค่ใหน? ทำใจให้สบายเถอะนะ!”หลิงหยุน เหล่ากุ่ย และคนอื่นๆ รวมเป็นห้าคน พร้อมด้วยสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง ต่างก็พากันเดินไปทานอาหารที่ภัตตาคารแถบทะเลสาบจิงฉู พวกเขาจองห้องส่วนตัวที่ดีที่สุด และเริ่มลงมือกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยระหว่างที่ทานอาหารกันอยู่นั้น ถังเมิ่งก็ได้เล่าเรื่องปรากฏการณ์มังกรเล่นน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาให้เหล่ากุ่ยและตู้กู่โม่ฟัง ทั้งสองคนต่างก็ได้แต่พยักหน้าเงียบๆเวลาสี่ทุ่มตรง ทั้งห้าคนต่างก็ทานอาหารเสร็จพอดี และกำลังเดินกลับไปที่บ้าน ระหว่างทางหลิงหยุนก็ได้โทรหาหนิงหลิงยู่ เพื่อไม่ให้เธอเป็นห่วง และจะได้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบายใจ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแม้ว่าหนิงหลิงยู่จะต้องการพบหน้าหลิงหยุนมาก แต่เธอก็รู้ดีว่าช่วงนี้หลิงหยุนค่อนข้างยุ่ง ท่านหมอเสี่ยวเองก็ได้บอกกับหนิงหลิงยู่ว่าไม่ต้องกังวลอะไร เธอจึงได้แต่ต้องรอคอยอย่างอดทน..ทันทีที่กลับไปถึงบ้าน ตู้กู่โม่ก็เริ่มลงมือฝึกฝนอย่างจริงจังต่อ ส่วนเหล่ากุ่ยก็กำลังช่วยสอนวรยุทธให้กับตี้เสี่ยวอู๋ และดูเหมือนเขาจะชื่นชอบตี้เสี่ยวอู๋เป็นพิเศษหลิงหยุนลากถังเมิ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่นพร้อมกับถามขึ้นทันที “ถังเมิ่ง.. นายพอจะรู้ไม๊ว่าใกล้ๆกับเจียงหนานมีเกาะร้างอยู่บ้างไม๊?”สุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางตัวนี้ อีกเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ก็ต้องกลายร่างแล้ว หลิงหยุนได้แต่ครุ่นคิด และก็คิดได้เพียงว่าต้องหาเกาะร้างเล็กๆที่ใหนสักแห่งให้กับเจ้าขาวปุยแต่เมื่อถังเมิ่งได้ฟัง ก็ถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ“พี่หยุน.. อย่าบอกนะว่าพี่จะหายตัวไปอีก? ฉันจะบอกอะไรให้ ถ้าพี่หายตัวไปอีกครั้ง ต่อให้พวกเราทนได้ หนิงน้อยทนได้ แต่หนิงหลิงยู่ต้องไม่มีทางทนได้อย่างแน่นอน!”การที่หลิงหยุนหายตัวไปนั้น ภายใต้ความกดดันมากมาย ใครกันล่ะที่จะเป็นกันวลมากที่สุดหากไม่ใช่หนิงหลิงยู่!คำพูดของถังเมิ่งทำให้หลิงหยุนกระอักระอ่วนด้วยความรู้สึกผิด เขาจึงรีบตอบกลับไปว่า“นายสบายใจได้..! ฉันจะพาเจ้าขาวปุยไปทำอะไรบางอย่างที่นั่นสักสองสามวัน เสร็จแล้วก็จะรีบกลับ แค่บอกมาว่ามีสถานที่แบบที่ฉันต้องการไม๊? เป็นเกาะที่ไม่มีคนอยู่ก็จะยิ่งดี!”ถังเมิ่งเกาศรีษะพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามันจะเรียกว่าเกาะที่ไม่มีคนอยู่ได้ไม๊? แต่ที่แน่ๆ มันเป็นเกาะที่ไม่มีความสงบสุขเลย”หลิงหยุนไม่ได้สนใจว่ามันจะสงบสุข หรือไม่สงบสุข เขาจึงถามขึ้นทันที “แล้วมันคือเกาะอะไร?!”ถังเมิ่งตอบยิ้มๆ “จะเป็นเกาะอะไรไปได้ล่ะ.. ก็เกาะเตียวหยูไง! เกาะที่พวกญี่ปุ่นทึกทักว่าเป็นของพวกมัน จนทุกวันนี้ยังเป็นกรณีพิพาทกันอยู่เลย!”ตอนนี้ความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ของหลิงหยุนนับว่ากว้างขวางมาก เขาจึงนึกภาพออกว่าเกาะเตียวหยูนั้นอยู่ตำแหน่งใน แต่เรื่องกรณีพิพาทอะไรนั้นเขาไม่รู้ เพราะไม่เคยดูข่าวในทีวีมาก่อน จึงไม่รู้ว่าเกาะนั่นเป็นดินแดนที่อยู่ในการปกครองของพวกญี่ปุ่น“ญี่ปุ่นอีกแล้วเหรอ?!”หลิงหยุนนึกถึงโทคุงาวะ ทาเคซูกะขึ้นมาทันที และได้แต่รู้สึกรังเกียจ จึงได้ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะพาเจ้าขาวปุยไปที่เกาะเตียวหยูแห่งนี้ และปล่อยให้เจ้าขาวปุยกลายร่างที่นั่น ให้เกาะนี้พังราบเป็นหน้ากองไปเลย“แต่ว่าพี่หยุน ตอนนี้ฉันได้ยินมาว่ามีทหารญี่ปุ่นเฝ้าอยู่..” ถังเมิ่งพูดอย่างลังเล