ตอนที่ 153
ตอนที่ 456
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 456 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 456 : ก้าวหน้าจนน่ากลัว! หลิงหยุนกลับไปถึงบ้านเลขที่-1 เขาก็สั่งถังเมิ่งให้จัดการเตรียมอาหาร และน้ำดื่มสำหรับเขากับเจ้าขาวปุยในปริมาณที่จะสามารถอยู่ได้อย่างน้อยสิบวัน ถังเม่งถามกลับว่าหลิงหยุนต้องการที่จะให้เขาเตรียมปืนกับกระสุนให้ด้วยหรือไม่? แต่หลิงหยุนปฏิเสธ เพราะตอนที่เขาอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-3 นั้น เขาเองก็ยังสามารถหลบกระสุนของมือสังหารอย่างตี้ปาได้ แต่ตอนนี้เขาได้เข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-6 แล้ว จึงยิ่งไม่จำเป็น! หลังจากที่ถังเมิ่งกลับไป หลิงหยุนกับตู้กู่โม่ก็ช่วยกันปลุกเสกยันต์เพิ่มอย่างหน้าดำคร่ำเครียด ทั้งคู่ทำงานกันจนดึกๆดื่นๆ และในที่สุดหลิงหยุนก็ร้องตะโกนออกมาอย่างดีใจว่างานในวันนี้เสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว! วันนี้หลิงหยุนโชคดีมาก เพราะสามารถปลุกเสกยันต์ระดับสองอย่างยันต์จ้าวสมุทร ยันต์อสนี ยันต์เพชร และยันต์เกราะ ได้อย่างละสองสามแผ่น ทำให้เขาดีอกดีใจอย่างมาก.. ยันต์จ้าวสมุทรและยันต์อสนีนั้นเป็นยันต์ที่มีระดับเหนือกว่ายันต์อัคนีและยันต์ธาราหนึ่งระดับอยู่แล้ว แต่นี่หลิงหยุนกลับสามารถปลุกเสกยันต์ทั้งสองให้สูงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับได้ และยันต์ระดับสองเหล่านี้อย่างน้อยก็จะสามารถช่วยเจ้าขาวปุยได้มากทีเดียว ระหว่างการปลุกเสกยันต์อย่างหนักหน่วงในวันนี้ พลังชีวิตในร่างกายถูกเติมเข้าไปจนเต็มครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ระดับขั้นการบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ และในเวลานี้หลิงหยุนก็ได้เข้าสู่ระดับกลางของขั้นปรับร่างกาย-6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว “นี่.. พ่อนักปลุกเสกยันต์แห่งสำนักหมอสวรรค์ เจ้ายุ่งจนไม่ต้องกินอะไรเลยสินะ? เอาแต่เขียนอักขระนี่อยู่ได้?” ตู้กู่โม่ถูกหลิงหยุนเรียกให้มาช่วยงานถึงสองวันเต็มๆ เขาทั้งปวดหลังแล้วก็ปวดขา และตอนนี้ก็อยากจะพักเต็มทนแล้ว จึงได้แต่บ่นและคร่ำครวญกับหลิงหยุน หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย และไม่อธิบายอะไร ในเมื่อเครื่องมือไฮเทคของโลกมนุษย์แห่งนี้มีพลานุภาพที่น่าเหลือเชื่อ ยันต์เหล่านี้จึงมีความหมายสำหรับหลิงหยุนเป็นอย่างมาก เพราะมันจะมีอานุภาพไม่แพ้เครื่องมือไฮเทคพวกนั้นเลย และเมื่อหยิบออกมาใช้ หลิงหยุนจะได้ไม่รู้สึกอับอายขายหน้า และอีกไม่ช้าเขาก็จะสามารถเข้าสู่ระดับกลางของขั้นพลังชี่ และถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถเล่นแร่แปรธาตุได้แล้ว ทั้งการปลุกเสกยันต์ การเล่นแร่แปรธาตุ และค่ายกลต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อหลิงหยุนในการตั้งรับและจู่โจม ซึ่งหมายความว่ามันจะทำให้เขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และไม่ว่าจะเป็นวิธีใดที่จะสามารถพัฒนาให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้ เขาก็ไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธ! ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น คนที่อยู่ในขั้นการบ่มเพาะยิ่งสูง ก็จะยิ่งกลายเป็นผู้ที่น่าเชื่อถือ และยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นผู้ที่พูดได้น่าเชื่อถือมากเท่านั้น หลิงหยุนเชื่อว่าความแข็งแกร่งจะทำให้คนผู้นั้นได้รับความเคารพ และนี่ก็เป็นกฏเหล็กของทั่วทั้งจักรวาล! “เจ้าเล่นกระบี่มังกรขาวพอใจหรือยัง? พรุ่งนี้ข้าต้องใช้มันแล้ว!” พรุ่งนี้หลิงหยุนต้องพาเจ้าขาวปุยไปที่เกาะกลางทะเล เขาจึงต้องขอกระบี่มังกรขาวคืนจากตู้กู่โม่ ตู้กู่โม่ดูขมขื่นแล้วก็เศร้าสร้อย “สองวันนี้ข้าก็ช่วยเจ้าปลุกเสกยันต์นั่นทั้งวันทั้งคืน จะเอาเวลาที่ใหนไปฝึกเพลงกระบี่ได้ล่ะ?” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ “นี่.. เจ้าไม่ต้องมาทำหน้าเศร้าแบบนั้นก็ได้ ไว้ข้ากลับมาจากทะเลเมื่อไหร่ จะให้เจ้ายืมเล่นต่อ..”ตู้กู่โม่ทำท่าทางละล้าละลังกว่าจะดึงกระบี่มังกรขาวออกมาจากเอวได้ พร้อมกับชื่นชมไม่ขาดปาก“ตัดได้ทั้งหยก เหล็ก แล้วก็ของเหลว ใบมีดบางราวกับปีกจั๊กจั่น เสียงคำรามคล้ายมังกร ช่างเป็นกระบี่ชั้นยอดจริงๆ!”“เจ้ารู้ไม๊ว่ากระบี่นี่มีต้นกำเนิดมาจากที่ใหน?”หลิงหยุนรับกระบี่มังกรขาวที่ตู้กู่โม่ยื่นมาให้ จากนั้นก็ใช้สองนิ้วลูบไล้กระบี่ และฟังเสียงคล้ายมังกรคำรามที่ดังออกมา แล้วจึงถามตู้กู่โม่ตู้กู่มีส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่ด้ามของกระบี่มีรูปคล้ายมังกร เจ้าเรียกมันว่ากระบี่มังกรขาวก็น่าจะถูกต้องแล้ว.. แต่ถ้ามีฝักก็คงจะบอกที่มาของมันได้ไม่ยากนัก”หลิงหยุนเก็บกระบี่มังกรขาวเข้าไปในแหวนพื้นที พร้อมกับเรียกชุดสีดำออกมา..“พรุ่งนี้เจ้าจะต้องการให้ข้าไปกับเจ้าด้วยไม๊?” คิ้วคู่สวยของตู้กู่โม่เลิกขึ้นสูง“ไม่ต้อง ข้าจะไปกับเจ้าขาวปุย! หากไม่โชคร้ายไปเผชิญกับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-4 ก็ไม่มีปัญหาอะไร ข้าสามารถเอาตัวรอดได้..”หลิงหยุนพูดด้วยท่าทางสงบนิ่ง และมั่นใจ..ตู้กู่โม่ได้ฟังก็ถึงกับตกตะลึง เขาถึงกับพูดติดอ่าง “ห๊ะ.. อะ.. อะไรนะ?! นี่นายสามารถรับมือกับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3 ได้แล้วเหรอ?”จะไม่ให้ตู้กู่โม่ตกอกตกใจได้อย่างไร เพราะฝีมือของหลิงหยุนนั้นก้าวหน้าไปได้รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ตู้กู่โม่แทบไม่อยากคิดอะไร เพราะทุกครั้งที่เขาคิด เขาก็อดที่จะหวาดผวาไม่ได้ และรู้สึกคับข้องใจไม่รู้จบ..ตอนที่พวกเขาทั้งสองคนช่วยกันฆ่าคนญี่ปุ่นในป่าเสินหนงเจี๋ยนั้น หลิงหยุนก็ได้แสดงฝีมือที่น่าอัศจรรย์ให้เขาเห็น แต่ตอนนั้นฝีมือของเขากับหลิงหยุนก็ยังพอที่จะสูสีกันหลิงหยุนใช้กระบี่โลหิตแดนใต้ และกระบี่มังกรขาวสังหารโทคคุงาวะ ทาเคซูกะซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-1 ซึ่งตู้กู่โม่เองก็ถึงกับตกใจในความแข็งแกร่งของหลิงหยุนในตอนนั้นหลายวันนี้ตู้กู่โม่ฝึกฝนอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าสู่ระดับเริ่มต้นของขั้นเซียงเทียน-1 ได้เสียที ในขณะที่หลิงหยุนกลับแข็งแกร่งเท่ากับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3 แล้ว หลิงหยุนก้าวหน้ากว่าเขาอยู่หลายขั้น ทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน!ตู้กู่โม่ทั้งกระวนกระวายใจ ท้อแท้ และผิดหวัง เขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ แต่กลับไม่เคยไล่ตามหลิงหยุนได้ทันเลย ความภาคภูมิใจที่เคยมีถูกหลิงหยุนกระชากทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดีหลิงหยุนสังเกตเห็นแววตาที่ตกตะลึง และใบหน้าที่ผิดหวังท้อแท้ของตู้กู่โม่ได้อย่างชัดเจน และในที่สุดตู้กู่โม่ก็พึมพำออกมาว่า..“ทำไมถึงได้รวดเร็วเช่นนี้.. เป็นไปไม่ได้!”หลิงหยุนจ้องมองตู้กู่โม่ และใช้มังกรคำรามพูดกับเขาว่า “ตู้กู่.. เจ้าเป็นอัจฉริยะก็จริง แต่ข้าขอเตือนเจ้าว่า.. อย่าได้เอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับข้า เจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าดื่มน้ำลายมังกรเข้าไปมากเพียงใด?”