ตอนที่ 55
บทที่ 55 ตกลงปลงใจว่าเป็นคุณแล้ว
October 21, 2026
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ญาธิดาจัดการเก็บของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เตรียมตัวพร้อมกลับบ้านได้ทุกเมื่อ
ใครเล่าจะรู้ว่าตอนที่เธอเตรียมตัวจะกลับนั้น กลับถูกพิชญ์สินียืนขวางอยู่ตรงประตูห้องทำงาน
พิชญ์สินีกวาดตามองกระเป๋าในมือของเธอแวบหนึ่ง พลันเลิกคิ้วพูด “นี่กำลังเตรียมตัวจะกลับแล้วใช่มั้ย?”
ญาธิดาเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนติดอยู่ข้างกำแพง “ก็ถึงเวลาเลิกงานแล้วนี่”
STN Group เป็นบริษัทที่มีมนุษยธรรมมาก โดยวันปกติแล้วจะไม่ค่อยทำงานโอที นอกจากเวลาที่ค่อนข้างยุ่ง เพื่อเร่งทำงานให้ทัน บรรดาพนักงานจะอยู่ทำงานต่อ
“จัดการเอกสารพวกนี้ให้เสร็จแล้วค่อยกลับ”
พิชญ์สินีกลอกตามองบน พลางยัดเอกสารกองหนึ่งที่อยู่ในมือให้เธอ
ญาธิดาเหลือบมอง เอกสารตั้งมากมายขนาดนี้ ถ้าจัดการและจัดเรียงเอกสารทั้งหมดจนเรียบร้อยแล้ว เกรงว่าต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมง ทว่าเธอได้นัดหมายกับภวินท์เอาไว้แล้วว่าจะกลับบ้านไปกินข้าวด้วยกัน...
เมื่อเห็นว่าพิชญ์สินีแสดงท่าทางว่าจะเดินออกไป ญาธิดาจึงได้ออกไปเรียกรั้งเธอเอาไว้ “รอเดี๋ยวสิ!”
พิชญ์สินีหันศีรษะกลับ “ทำไมล่ะ?”
ญาธิดาพูดเน้นย้ำทีละคำ “งานฉันวันนี้ทำเสร็จหมดแล้ว มีด้วยเหรอพอถึงเวลาเลิกงานแล้วมาแบ่งงานให้ทำอะ?”
พิชญ์สินีไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าญาธิดาจะหัวแข็งขนาดนี้ เธอย่นคิ้วเล็กน้อย “ทำไม แบ่งงานให้เธอทำแล้วเธอก็ไม่ทำได้ด้วยเหรอ?”
ญาธิดาไม่ยอมอ่อนข้อให้ พลางพูดเน้นย้ำทุกคำ “วันนี้ฉันมีธุระ ทำไม่ได้จริงๆ ถ้าคุณอยากจะแสดงความคิดเห็นกับฉัน พรุ่งนี้พวกเราค่อยไปหาพี่แนนด้วยกันเพื่อให้เธอลงความเห็น”
เธอกับพิชญ์สินีตำแหน่งงานเท่าเทียมกัน โดยวันปกติแล้วเธอแบ่งงานให้เธอทำ เธอก็ไม่ได้พูดว่าอะไรเลย ทว่าตอนนี้มันเป็นเวลาเลิกงานแล้ว ซึ่งเธอไม่มีความจำเป็นต้องผ่อนปรนให้เธอทุกเรื่องนี่
เมื่อหลุดปากพูดประโยคนี้ออกไป ญาธิดาก็เดินออกจากห้องทำงานทันที พลางทิ้งพิชญ์สินียืนกลอกตาอยู่จุดเดิม
เธอตาลีตาเหลือกออกจากบริษัท ซึ่งเป็นช่วงเลิกงานการจราจรคับคั่งพอดี จนกลับมาถึงบ้านนั้น ภวินท์เสร็จธุระจากเรื่องนอกบ้านจนกลับมาแล้ว
เมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา จึงมองเห็นป้าจันทร์กำลังจัดวางจานชามบนโต๊ะอาหารอยู่
“คุณนาย กับข้าวใกล้จะเสร็จแล้ว คุณไปล้างมือก่อนค่ะ แล้วไปเรียกคุณชายที่อยู่ชั้นบนให้ลงมากินข้าวด้วยค่ะ”
“ได้ค่ะ”
ญาธิดาวางกระเป๋าลง พลางกอดอาการตื่นเต้นเล็กน้อย และเดินขึ้นชั้นสองอย่างกระโดดโลดเต้น
เธอเดินมาถึงห้องนอน และผลักบานประตูเดินเข้าไปในห้อง จึงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในห้องน้ำ เธอเดินมาถึงประตู ตอนที่เธอเตรียมจะเคาะประตูกระจก จังหวะนั้นก็ได้ยินเสียงอึมครึมของชายหนุ่มดังออกมา
น้ำเสียงไม่ดังนัก เป็นแค่เสียงสั้นไม่กี่คำ ทว่าญาธิดายังหน้าแดงตามอยู่เล็กน้อย
ภวินท์เขาทำอะไร...อยู่ในนั้นนะ?
เวลานั้น ด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเธอรู้อยู่เต็มอกว่าการทำเช่นนี้มันไม่ถูกต้อง ทว่ายังอดใจไม่ได้จนต้องค่อยๆ แง้มบานประตูห้องน้ำออกเล็กน้อย
ท่อนบนที่กำลังโป๊เปลือยของชายหนุ่ม และหันหลังให้ประตู กล้ามเนื้อทางด้านหลังที่แข็งแรงเป็นลอนกล้ามทุกมัดมีพลังอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน ทว่าบริเวณช่วงเอวด้านหลังของเขานั้น กลับมีบาดแผลที่มีเลือดไหลอาบ ที่แดงแจ๋จนเตะตา
ญาธิดาตัวสั่นทันที และรู้สึกเสียวสันหลังอย่างไม่รู้ตัว และถอยหลังออกหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว
เขา...นี่เขาเป็นอะไรไปเนี่ย!
ภวินท์ได้ยินเสียงทางด้านหลัง พลันหันขวับกลับมาทันที “ใคร!”
จังหวะที่เห็นญาธิดาอยู่ตรงประตูนั้น แววตาอันเย็นยะเยือกตื่นตัวคู่นั้นค่อยๆ สงบลงไปเยอะ
เขารีบเอาผ้าก๊อซมาปิดบาดแผลอย่างเร่งรีบ พลางเอาเสื้อคลุมอาบน้ำที่อยู่ด้านข้างหยิบติดมือมาพาดลงบนร่างกายตัวเอง และออกคำสั่งด้วยเสียงเคร่งขรึม “ออกไปรอผมข้างนอก”
ญาธิดาหลุดจากอาการตกอกตกใจและหวาดหวั่นได้ วินาทีอยู่ชั่วพริบตา จากนั้นก็เดินจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องน้ำทันที
เธออ้าปากพูด น้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย “ตกลงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณหรือคะ?”
ภวินท์ย่นคิ้ว “คุณไม่จำเป็นต้องรู้”
“ภวินท์!”
จู่ ๆ ญาธิดาก็ทำเสียงสูงขึ้นทันที น้ำเสียงที่เรียกชื่อของเขานั้นดูเคร่งขรึมขึ้น จากนั้น เธอก็เดินจ้ำอ้าวมาทางด้านหน้า พลางยื่นมือออกไปจับมือของเขาโดยที่ไม่ความลังเลสักนิด “ทำไมต้องปิดบังฉันด้วย...”
เขาสามารถไม่บอกเธอว่าไปบาดเจ็บมาได้อย่างไร และสามารถไม่บอกเธอว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่ว่าอย่างน้อยเรื่องที่เขาได้รับบาดเจ็บมายังต้องบอกเธอสิ!
ภวินท์ขมวดคิ้วไว้แน่น พลางเตรียมจะอ้าปากเพื่อให้เธอออกไป ทว่าใครเล่าจะรู้เมื่อตอนหันศีรษะกลับมานั้น ก็เห็นดวงตาน้ำตาคลอเบ้าของญาธิดา และเบ้าตาแดงก่ำ
เธอกลับอ้าปากพูด น้ำตาก็ไหลรินลงไปทางด้านล่าง “คุณไม่ยอมบอกฉันว่าคุณบาดเจ็บ ก็อาจจะเป็นเพราะว่าคุณไม่เคยเห็นฉันเป็นภรรยาของคุณมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่มั้ย?”