ตอนที่ 199
บทที่ 573 หกสิบปีถึงจะสุก
October 28, 2026
หมิงโร่ยิ่งรู้สึกว่า การเคลื่อนไหวแปลกประหลาดนั่นไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน พวกเขาต้องพักอยู่ที่นครชิงซวนพักหนึ่ง หากภูเขาไฟปะทุออกมาคงจะต้องอันตรายมากแน่
“เขาซูเวยห่างจากที่นี่ไกลแค่ไหน” หมิงโร่ยังคงถามต่อ
“ประมาณเกือบร้อยลี้ขอรับ” บริกรคิดพลางตอบ “หากนั่งรถม้าไปต้องใช้เวลาครึ่งวัน แต่หากขี่ม้าจะเร็วกว่าหน่อย”
“อ่อ เจ้าไปเตรียมน้ำร้อนมา และให้ครัวเตรียมอาหารให้สองชุด พวกเราจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยกินข้าว” หมิงโร่หยิบเหรียญเงินออกมาให้เป็นรางวัลบริกร
บริกรได้รับรางวัลก็รีบไปเตรียมน้ำร้อนและอหารอย่างดีใจ
“แม่นางหมิงโร่สนใจสมบัติที่เขาซูเวยหรือ” ท่านเหว่ยเห็นหมิงโร่ตั้งใจฟังเรื่องราวบนเขาซูเวย
“ข้าสนใจการเคลื่อนไหวประหลาดบนนั้นมากกว่า” หมิงโร่มองไปที่จวินเช่อ “ศิษย์พี่ช่วยทำนายหน่อยได้หรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวประหลาดคืออะไร”
“ได้สิ” จวินเช่อหยิบถาดทำนายอันกะทัดรัดออกมาแล้วหยิบหินหยกอออกมาสามก้อน จากนั้นจึงเขย่า
หมิงโร่นั่งเท้าคางมองศิษย์พี่อยู่ด้านหน้าโต๊ะ “หรือว่า......ต้องให้ศิษย์พี่อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า และจุดเครื่องหอมก่อน”
“ไม่ต้องหรอก” การทำนายชนิดนี้เป็นเรื่องง่ายมาสำหรับจวินเช่อ ไม่ต่างอะไรกับเล่นกล่องสุ่มมากนัก
หมิงโร่เห็นหินทำนายที่ร่วงลงในกระดานทำนาย ด้านบนล่างเป็นหยาง ส่วนตรงกลางเป็นหยิน เป็นปากว้าแบบห่างจากไฟ เอ๊ะ ภูเขาไฟคงจะไม่ได้ปะทุออกมาจริงๆ ใช่ไหม
จวินเช่อขมวดคิ้ว และเขย่าถาดทำนายอีกครั้ง “แม้ว่าจะเกิดเรื่องประหลาดไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้อันตรายอะไร…….ที่ภูเขาแห่งนั้นน่าจะมีสมบัติอยู่จริง......”
“ไม่อันตรายหรือ” หมิงโร่ลูบคาง
“เขาซูเวยก็ไม่ได้อยู่ไกลมาก คนของสำนักซ่างบูก็ยังมาไม่ถึง พรุ่งนี้ไปดูก็ได้” ซือห้าวเฉินเอ่ย
“จริงหรือ” ดวงตาของหมิงโร่เป็นประกาย
“ข้าเคยหลอกเจ้าหรืออย่างไร” ซือห้าวเฉินลากหมิงโร่กลับห้องไปอาบน้ำ
“ต่อให้ข้าโดนหลอก ก็จะถูกปิดหูปิดตาจนไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร......” หมิงโร่กะพริบตาปริบๆ
ซือห้าวเฉินก็ไม่รู้จะขัดขืนอย่างไร เพราะเหตุผลของภรรยาก็แน่นหนาจริงๆ “พรุ่งนี้จะพาเจ้าไปที่สำรวจภูเขาดู”
“ดีเลยๆ”
หมิงโร่กลับไปที่ห้องนอน แล้วทำการปูเสื่อสานและผ้าห่มที่พวกเขาเตรียมมาเองลงบนเตียง และวางถาดน้ำแข็งในห้องจากนั้นจึงเปิดหน้าต่างเพื่อระบายลม
อะยวนเตรียมน้ำสำหรับล้างหน้าอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว พร้อมเสื้อผ้าต่างๆ “นายท่านเมื่อครู่นี้บ่าวไปสำรวจดูแล้วอ่างอาบน้ำที่นี่ไม่ค่อยใหญ่นัก หากต้องการซื้ออันใหม่ คาดว่าร้านน่าจะปิดไปแล้วขอรับ”
“วันนี้ยังไม่ต้องเตรียมอ่างก่อน” ปกติแล้วหมิงโร่ก็ไม่ค่อยใช้อ่างอาบน้ำของโรงเตี๊ยมอยู่แล้ว แต่ว่าศิษย์พี่และผู้เฒ่ายังคงต้องใช้อยู่ “ไปรายงานศิษย์พี่และท่านเหว่ยสักหน่อย พรุ่งนี้ค่อยไปซื้อ”
“ขอรับ” อะยวนออกจากห้องแล้วปิดประตูเรียบร้อย
เมื่อทุกคนกินอาหารค่ำเสร็จแล้วก็รีบนอนแต่หัวค่ำ และนัดกันว่าพรุ่งนี้จะไปสำรวจที่เขาซูเวย
ซือห้าวเฉินรู้สึกว่าที่นครชิงซวนเหมาะแก่การทำเป็นฐานที่ตั้งกองทัพมากกว่าเมืองหลิงหยุน เพราะไม่เพียงแค่อยู่ใจกลางของจงโจวเท่านั้น แต่ยังมีท่าเรือออกทะเลและแม่น้ำ คนเดินทางค่อนข้างมาก ข่าวสารก็ย่อมมีมากตามไปด้วย
ดังนั้นตอนที่ไปเขาซูเวยจึงพาไปแค่ชูอี ฉืออู่ ฉุนยี่ ส่วนคนอื่นๆ นอกจากจะปล่อยให้เฝ้าโรงเตี๊ยมแล้ว ยังมีอีกส่วนเข้าไปในเมืองเพื่อหากที่พักดีๆ เอาไว้พักต่อไป
และเพื่อทำให้ความเร็วได้ จึงใช้ม้าลากถึงสองตัว ทั้งยังไม่ได้หยุดพักตอนกลางวัน พอเข้าช่วงบ่ายทั้งหมดก็ไปถึงตีนเขาเขาซูเวย
เนื่องจากภูเขาค่อนข้างสูง และตรงปล่องภูเขาไฟรูปกรวยยังมีหิมะปกคลุม ทั้งสองด้านยังมีแอ่งน้ำกลางภูเขา และบ่อที่เล็กกว่ามีควันลอยปะทุออกมา ดูแล้วราวกับมีชีวิต......