ตอนที่ 201
บทที่ 575 ถอนรากถอนโคน
October 28, 2026
หลิงหลงบินวนรอบหม่าม๊าหนึ่งรอบ : มีของอร่อยกินแล้ว ดีใจจัง!
หมิงโร่เข้าไปในห้วงกาลเวลา และปล่อยตัวองค์ชายเสือขาวและเหล่าเถียออกมาช่วยงาน
ซือห้าวเฉินหายตัวไปยังหน้าผาภูเขาไฟที่จวินเช่อซ่อนตัวอยู่ และอธิบายกับเขาให้รู้ถึงวิธีการใช้ยาถอนพิษ “เอ่อ อีกประเดี๋ยวช่วยทำลมให้ข้าที ดูตามการเคลื่อนไหวของข้า”
“ได้” จวินเช่อพยักหน้า
ซือห้าวเฉินกลัวว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น จึงเอายาถอนพิษมาให้ทุกคนด้วยตัวเอง และมอบหมายภารกิจ
ทุกคนรับยามาพลางรู้สึกหนาวสันหลัง บริเวณนี้ถูกวางยาพิษแต่ตนกลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ หากไม่ได้พระชายาช่วยเตือน ป่านนี้พวกเขาคงพลอยซวยกันไปด้วย
เกี้ยวของหวงผู่เย่จอดอยู่นอกวงล้อมของตระกูลขุนนางใหญ่ และเนื่องจากการมาของเขาสง่างามเกินไปจึงดึงดูดความสนใจของทุกคน แต่ทุกคนก็ได้แต่ส่งสายตาให้กัน และพากันล้อมเข้าหาต้นชื่อหยางกันแน่นหนามากขึ้นเพื่อไม่ให้ผู้มาใหม่มีโอกาสเข้าใกล้
หวงผู่เย่โดนพิษหนาวร้อนจนทำให้วรยุทธ์ของเขาถดถอย ว่ากันว่าเขาซูเวยมียาบำรุงกำลังที่มีสรรพคุณวิเศษ ถึงได้พาคนจากตำหนักจื่อเวยมาที่นี่เพื่อเด็ดผลของมัน
ถึงอย่างไรคนพวกนี้ก็โดนพิษด้วยเหมือนกัน อีกสักพักก็คงแย่งไม่ชนะพวกเขาอยู่ดี หวงผู่เย่นั่งลงบนเกี้ยวช้าๆ พลางเอามือเท้าหน้าผากเอาไว้ ด้วยท่าทางไม่ค่อยสบายตัวมากนัก
คนจากทุกสำนักต่างใช้สายตามองคณะของหวงผู่เย่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าชายชุดดำจะพยายามเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ก็ไม่มีสัญลักษณ์อะไรบ่งบอกจึงไม่รู้ว่าเขาเป็นคนมาจากสำนักใดกันแน่ แต่การที่สามารถแบกเกี้ยวขนาดใหญ่แบบนี้ขึ้นเขามาได้ แสดงว่าจะต้องผ่านด่านระหว่างทางขึ้นมาได้ ความสามารถจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
ฝูงชนได้ตัดคณะของหวงผู่เย่ แยกออกไปเป็นอีกพวกหนึ่ง และเริ่มรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาหลายเท่า
ชูอี ฉืออู่และฉุนยี่ได้ใช้ประโยชน์จากความมืดมิดในยามราตรีแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มลูกศิษย์แต่ละสำนัก ลมแผ่วเบาพัดโชยผ่านช่องเขา กลิ่นหอมของผลไม้ในยามราตรีหอมคละคลุ้งไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี
ฉืออู่ตะโกนดังขึ้นว่า “ผลชื่อหยางสุกแล้ว! ไปเด็ดกันได้แล้ว!”
คำพูดของฉืออู่ราวกับน้ำที่กระเด็นลงไปในน้ำมันร้อนๆ ฝูงชนแต่ละสำนักเบียดเสียดกันไปข้างหน้าโดยมุ่งหน้าไปยังต้นชื่อหยาง พวกเขาอยู่ด้านหน้าคณะสำนักจื่อเวยจึงคล้ายจะเป็นพวกเดียวกัน แต่ผลชื่อหยางมีจำนวนจำกัด หากอยากได้ก็ต้องแย่งชิงกันเอาเอง
คนชุดดำจากสำนักจื่อก็วิ่งเข้าไปเพื่อจะเด็ดผลชื่อหยางด้วยความโกลาหล แต่เนื่องจากคนจากทุกสำนักต่างโดนยาพิษไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือวรยุทธ์ต่างเสียเปรียบกลุ่มชายชุดดำ จึงได้แต่มองดูกลุ่มชายชุดดำฝ่าวงล้อมของพวกเขาเข้าไปยังต้นชื่อหยาง
ในขณะที่กลุ่มคนชุดดำอยู่ห่างจากต้นชื่อหยางได้ไม่เดินสิบฉื่อนั้นเอง ก็เกิดลมหมุนวนกวาดฝุ่นดินและหินจากพื้นขึ้นมาบดบังวิสัยทัศน์
ซือห้าวเฉินถือโอกาสความวุ่นวายนี้ลอยตัวเข้าไปยังต้นชื่อหยาง ต้นไม้ชนิดนี้สูงประมาณสิบกว่าฉื่อ กิ่งไม้ใหญ่น้อย ซือห้าวเฉินใช้แขนทั้งสองของตนเองยึดกิ่งก้านต้นไม้เอาไว้แล้วรวบรวมสมาธิในการออกแรง
เนื่องจากรากของต้นชื่อหยางอยู่ในหินภูเขาไฟ จึงยากจะเคลื่อนไหว การทดลองครั้งแรกของซือห้าวเฉิน ต้นไม้เพียงแค่สั่นไหวเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่สามารถถอนต้นไม้ออกมาได้
ขณะนั้นทุกคนต่างตกอยู่ในความยุ่งเหยิง ชูอี ฉืออู่ ฉุนยี่ต่างรู้สึกราวกับมีผ้าบางปิดตาอยู่ พายุทรายส่งผลต่อการมองเห็นของพวกเขาไม่มากนัก ไม่ว่าใครก็ตามที่มุ่งหน้าเข้าไปยังต้นชื่อหยาง เขาต่างขัดขวางเอาไว้ได้ทั้งหมด
เหล่าเถียและเจ้าขาวอาศัยความโกลาหลนั้น ระหว่างที่แต่ละสำนักกำลังต่อสู้อยู่กับสำนักจื่อเวย เนื่องจากพายุทรายทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดนัก จากเพื่อนที่ร่วมรบเคียงข้างกัน ทันใดนั้นกลับถูกตบถูกข่วนและรู้สึกว่าอีกฝ่ายคือศัตรูทันที ดังนั้นจึงใช้มีดโต้ตอบกลับ คนที่ถูกฟันต่างก็อยู่ในอาการมึนงง แต่เมื่อถูกฟันมาเช่นนี้ก็ย่อมต้องฟันกลับ
ท่านเหว่ยเห็นการกระทำของซือห้าวเฉินก็ชะงักไป ตอนแรกเขานึกว่าหยุนชินอ๋องจะเด็ดผลลงมา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาคิดจะถอนต้นไม้ทั้งต้น
ดูรูปการณ์แล้วแผนการที่ตนจะเอากิ่งก้านไปกลั่นยาคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แม้ว่าเขาจะอยู่ห่างไกลออกมาขนาดนี้ยังได้ยินเสียงกู่ทิพย์กัดกินผลสีแดงดังก๊อบๆ จะเข้าไปหาเรื่องไม่ได้เด็ดขาด