ตอนที่ 218
บทที่ 592 ใครอารมณ์ร้ายกว่ากัน
October 28, 2026
ซือห้าวเฉินไม่พูดอะไรมากมาย กระโดดไปที่ตรงหน้าของจิตภัณฑ์ในทันที ชักกระบี่เวหาออกมาและฟันลงไปประมาณบริเวณลำคอของจิตภัณฑ์ ปณิธานขององค์หยุนชินอ๋องก็คือ——สามารถลงมือ ก็จะไม่พูดอะไรมาก
ตอนนี้จิตภัณฑ์ห้วงกาลเวลาของกำไลปีกเพลิง การสัมผัสของมันจึงว่องไวเป็นพิเศษ จึงสามารถหลบพ้นการโจมตีของซือห้าวเฉินไปได้อย่างหวุดหวิด หากอยู่ที่อื่นละก็ เกรงว่าร่างกายและศีรษะของตนคงต้องแยกจากกันเสียแล้ว
จิตภัณฑ์สลายร่างออกจากกัน จากนั้นค่อยรวมเข้าด้วยกันอีกครั้งเมื่ออยู่ห่างจากซือห้าวเฉินออกไปไกล ตะโกนร้องอยู่ภายในใจ——ตอนนี้ตนยังไม่ได้มีร่างแท้ เจ้าไก่ตัวผู้นั่นไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ ตนได้เลย เหตุใดตอนที่กำลังจะถูกกระบี่นั่นฟันในเมื่อสักครู่ ถึงได้รู้สึกอย่างจริงจังว่าตนกำลังจะ ‘จบเห่’ แล้ว!
กล่าวอีกอย่างหนึ่ง เหตุใดถึงได้มีคนที่สามารถมองเห็นตนได้เพิ่มขึ้นมาอีกแล้วล่ะ? ในช่วงเวลาที่ตนได้หลับใหลนั้น โลกได้เปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งถึงเพียงนี้แล้วหรือ?
แม้ว่าจิตภัณฑ์จะได้หนีไปอย่าวรวดเร็ว ทว่าการเคลื่อนไหวของซือห้าวเฉินกลับเร็วยิ่งกว่า มันพึ่งจะรวมร่างเป็นร่างมนุษย์อีกครั้ง กระบี่ก็ได้ฟันเข้ามาอีกทีแล้ว
คราวนี้จิตภัณฑ์ได้พิจารณาดูอย่างละเอียด มิน่าตนถึงได้รู้สึกว่าบุรุษบ้าผู้นี้สามารถทำลายตน เขาไม่เพียงถือกระบี่เทพโบราณอยู่ในมือ——กระบี่เวหา แล้วยังมีนัยน์ตาสีม่วงอีกด้วย! เล่าขานกันว่า ผู้ที่มีนัยน์ตาสีม่วงนั้นเป็นสายเลือดของชนเผ่าเทพโบราณ ที่ตกหล่นอยู่ในโลก พวกเขาสามารถทำลายล้างภูตผีปีศาจได้!
“หยุด ๆ ๆ ......” จิตภัณฑ์ไม่กล้าที่จะรวมร่างอีก มันกล่าวขึ้นอย่างอ่อนแรง “เจ้าทำลายข้า ห้วงกาลเวลาแห่งนี้ก็จะสูญเสียการเสริมความแข็งแรงจากปราณทิพย์ สมุนไพรและผลไม้วิเศษจำนวนมากที่มีข้อเรียกร้องจากธรรมชาติที่เข้มงวดจะแห้งตาย!”
ซือห้าวเฉินรู้ว่าภรรยาชอบปลูกพืชพรรณสมุนไพรต่าง ๆ อยู่ในห้วงกาลเวลา จึงได้แต่ยั้งมือเอาไว้ก่อน และรอคำสั่งจากภรรยา——ภรรยาชี้ไปตรงไหน เขาก็จะโจมตีไปที่ตรงนั้น
ทันทีที่หมิงโร่เข้ามาในห้วงกาลเวลาก็พบกับจิตภัณฑ์ ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นักเลยจริง ๆ ราวกับว่าได้มีคนแปลกหน้าบุกเข้ามาที่หลังเรือนของตนอย่างไรอย่างนั้น
แม้ว่า ‘คนแปลกหน้า’ ผู้นี้เดิมทีก็เป็นส่วนหนึ่งของ ‘หลังเรือน’ แต่นางก็ยังไม่ชินอยู่ดี
“เจ้าออกมา พวกเราคุยกันหน่อย” หมิงโร่นั่งลงที่โต๊ะหินที่อยู่ใต้ค้างองุ่น
“เจ้ารับประกันก่อนว่า เขาจะไม่ใช้กระบี่ฟันข้าอีก......” จิตภัณฑ์ยังไม่สนิทกับหมิงโร่ ไม่รู้ว่านางจะคุยกันจริง ๆ หรือว่าหลอกตนออกมาฟันกันแน่
“ข้ารับประกัน......” หมิงโร่ใช้มือเท้าคาง “เขาไม่ใช้กระบี่ ก็สามารถอัดเจ้าให้กลายเป็นหัวหมูได้!”
เงาร่างที่จิตภัณฑ์เพิ่งจะรวมตัวกันสำเร็จ ได้แตกสลายไปอีกครั้ง——หากที่ผู้เป็นนายกล่าวเป็นคนอื่น เขาไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน แต่บุรุษที่มีนัยน์ตาสีม่วงผู้นั้น มันก็ไม่แน่เหมือนกัน......
ซือห้าวเฉินสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของมวลอากาศที่อยู่รอบกายอย่างละเอียด แล้วซัดฝ่ามือออกไปยังทิศทางหนึ่ง ลมฝ่ามือพัดผ่านไป จิตภัณฑ์รู้สึกเพียงว่าวิญญาณของมันถูกกระแทกจนแทบแตกสลาย——อ้ากกกก บุรุษผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ใช่ไหม!”
“ออกมา!” ซือห้าวเฉินตะโกนออกมาเสียงเข้ม
จิตภัณฑ์ได้แต่รวมตัวเป็นร่างมนุษย์ออกมา ดูเลือนรางยิ่งกว่าเมื่อสักครู่เสียอีก
“นั่งเถอะ” หมิงโร่ชี้ไปที่เก้าอี้หิน
“ข้า......ข้ายืนก็ได้แล้ว......” เห็นได้ชัดว่าจิตภัณฑ์ฉลาดขึ้นมาไม่น้อย
หมิงโร่ครุ่นคิดอยู่สักพัก เกรงว่าในอนาคตจะต้องอยู่กับจิตภัณฑ์นี่ไปอีกนาน ดังนั้น เป็นคนเลวก่อนแล้วค่อยเป็นคนดีก็แล้วกัน
“แคก ๆ ข้าจะบอกกฎสองสามข้อกับเจ้าก่อน” หมิงโร่กระแอมไอให้เสียงใสขึ้น “ก่อนอื่น ต่อไปเจ้าห้ามบังคับข้าทำสิ่งใด ๆ ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ข้ากลั่นยา จะต้องรายงานข้าก่อน นอกจากนี้แล้ว ข้ามีสิทธิ์ปฏิเสธข้อเรียกร้องทุกอย่างที่เจ้าได้เอ่ยมา”
“ข้าสอง ห้ามเจ้าเดินเตร็ดเตร่ไปมั่วซั่วในห้วงกาลเวลา” หมิงโร่มองดูรอบ ๆ แล้วชี้ไปยังภูเขาหิมะที่อยู่ไกลออกไป “ต่อไปให้เจ้าอาศัยอยู่ที่นั่น หากไม่ถูกเรียกห้ามออกมาเด็ดขาด”