ตอนที่ 225
บทที่ 599 บ้านพักติดป้ายร้าน
October 28, 2026
“ในมุมมองของวิชาแพทย์ สตรีเริ่มคลอดบุตรตั้งแต่อายุครบยี่สิบปีขึ้นไป ถึงดีต่อผู้เป็นแม่และลูกที่สุด” ที่จริงแล้ว ตามการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ บุรุษและสตรีมีบุตรตอนประมาณอายุยี่สิบห้าถึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด แต่ว่า ระยะนี้หมิงโร่ได้ทานผลไม้ทิพย์สมุไพรวิเศษเข้าไปมากมาย ร่างกายแข็งแรงสุดยอด จะมีก่อนก็ไม่เป็นปัยหา
“เช่นนั้นก็รอโร่เอ๋อร์อายุยี่สิบก่อน พวกเราค่อยมีลูก” ตอนที่ยังไม่พบกับหมิงโร่ ซือห้าวเฉินไม่เคยคิดเรื่องลูกหลานมาก่อน มีน้องชายที่ยังเล็ก ๆ ก็ปวดหัวมากพอแล้ว
ตอนนี้ หากมีเด็กน้อยที่มีสายเลือดของตนและโร่เอ๋อร์รวมกัน ร้องเรียกตนว่าท่านพ่อด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าชัง มันทำให้เขาเฝ้ารอวันนั้นไม่น้อย แต่ว่า ทุกอย่างล้วนเห็นสุขภาพของหมิงโร่เป็นสำคัญ ภรรยาบอกว่าคลอดตอนไหน ก็คลอดตอนนั้น
หมิงโร่รู้สึกเกินความคาดหมายเล็กน้อย รับปากง่ายเช่นนี้เชียวหรือ? ในยุคที่บุรุษเป็นใหญ่สตรีเป็นรองเช่นนี้ ตอนเองได้พบกับสมบัติหายากเข้าแล้วจริง ๆ!
“โร่เอ๋อร์มีท่าทางเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ?” ซือห้าวเฉินยื่นมือออกมาจิ้มที่หน้าฝากของหมิงโร่
หมิงโร่กระโจนเข้าไปในอ้อมแขนของผู้เป็นสามีทันที ซบหน้าลงไปบนหน้าอกที่แข็งแรงของุรุษ: “ได้เจอกับท่าน ช่างดีจริง ๆ”
“ข้าเองก็รู้สึกโชคดีเช่นกัน” ซือห้าวเฉินวางมือลงไปบนแผ่นหลังของหมิงโร่ และตบเบา ๆ ——นั่นน่ะสิ ได้มาพบกับเจ้า ช่างดีจริง ๆ
เรือปราการแล่นอยู่ในน้ำ จนกระทั่งถึงตอนพลบค่ำของวันที่ห้า ในที่สุดก็ได้ขับเข้าสู่ท่าเรือของสวนเขาหยุนอู้ หมิงโร่พึ่งจะเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ ก็ได้พบเข้ากับเงาร่างเล็ก ๆ สายหนึ่ง ยืนอยู่บนถนนไม้กระดาน แสดงอาทิตย์อัสดงสีแดงได้ย้อมให้ชุดคลุมสีขาวของเขากลายเป็นสีส้ม ภายใต้แสงสีทองที่ปกคลุม เป็นเหมือนดั่งเทวดาตัวน้ององค์หนึ่ง
หมิงโร่เดินเหยียบกระดานไม้ลงไปยังทางเดินไม้กระดาน เห็นเพียงในแววตาของเจ้าหนูน้อยเต็มไปด้วยความปีติยินดี แต่กลับไม่เป็นเหมือนอย่างในเมื่อก่อน ที่ได้กระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของตนในทันที หมิงโร่ย่อตัวลง แล้วกางแขนสองข้างออกไปทางเจ้าหนูน้อย
เจ้าหนูน้อยดวงตาเป็นประกาย ถึงได้พุ่งเข้าสู้อ้อมแขนของหมิงโร่: “พี่สะใภ้”
“เซวียนเอ๋อร์เห็นข้าแล้วก็ไม่เข้ามาหา ข้าคิดว่าเซวียนเอ๋อร์จำพี่สะใภ้ไม่ได้แล้วเสียอีก” หมิงโร่แกล้งทำเป็นเสียใจ
“เซวียนเอ๋อร์ไม่มีวันที่จะลืมพี่สะใภ้” เซวียนเอ๋อร์น้ำเสียงนุ่มนวล “เซวียนเอ๋อร์ชอบพี่สะใภ้ที่สุดเลย” พี่สะใภ้ไม่มีวันที่จะรู้ว่า หลังจากที่ท่านแม่แท้ ๆ ได้จากโลกนี้ไป นางเป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นที่สุด
“เช่นนั้นยังไม่รีบมาหาข้าอีก?” หมิงโร่บีบแก้มที่ไม่เหลือความอ้วนในวัยเด็กของเด็กหนุ่ม
เซวียนเอ๋อร์ในเมื่อก่อนนั้นเป็นเหมือนกับก้อนข้าวเหนียวที่อุ่นนุ่มน่ารัก ตอนนี้ เป็นเหมือนกับหน่อไม้ที่กำลังเกิดปล้องยิ่งกว่า เป็นเด็กหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลา
“อาจารย์บอกว่า ข้าใกล้จะเจ็ดขวบแล้ว จะเป็นเหมือนเด็กที่ไม่รู้ความไม่ได้” เซวียนเอ๋อร์ทำปากจู๋ กลายเป็นเจ้าหนูน้อยที่น่ารักอย่างในเมื่อก่อนทันที
“วันเกิดของเซวียนเอ๋อร์คือเมื่อไหร่หรือ?” หมิงโร่ลูบผมของเซวียนเอ๋อร์
นางอยากให้เซวียนเอ๋อร์มีชีวิตเหมือนกับเด็กทั่วไปในวัยอย่างเขา แต่ก็เข้าใจดีว่า บนร่างของเขาได้แบกรับภาระหน้าที่ของที่เกียรติยศของตระกูลเอาไว้ ดังนั้น จึงได้แต่ทำสุดความสามารถของตน ให้เขาได้มีความสุข
“วันที่ยี่สิบเดือนนี้ข้าก็อายุครบเจ็ดขวบแล้ว”
หมิงโร่อุ้มเซวียนเอ๋อร์ขึ้นมา: “เจ้าสูงขึ้นมาก พี่สะใภ้แทบจะอุ้มไม่ไหมแล้ว”
“แหะ ๆ” เซวียนเอ๋อร์ยิ้มหวานให้กับหมิงโร่ ปรากฏให้เห็นฟันสีขาวที่เรียงกันเป็นแถว
หมิงโร่หัวใจแทบจะละลาย ทว่าจู่ ๆ อ้อมแขนก็ว่างเปล่า เจ้าหนูน้อยถูกซือห้าวเฉินอุ้มไปเสียแล้ว: “ตอนนี้อ่านหนังสืออะไรอยู่?”
“กำลังอ่านคัมภีร์โจวหลี่” เจ้าหนูน้อยว่าแล้วว่า พี่ใหญ่จะต้องทดสอบบทเรียนของเขาอย่างแน่นอน