ตอนที่ 5
บทที่ 5
September 18, 2026
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เจียงหรั่นมักจะไปหาฮั่วจี้เซินที่มหาวิทยาลัยเอบ่อย ๆ
โดยทุกครั้งจะใช้ชื่อของพี่ชายอย่างเจียงซ่งเป็นข้ออ้างเสมอ
และช่วงเวลานั้นเองที่เธอมักจะได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่คอยตามติดฮั่วจี้เซินราวกับเงา ผู้หญิงคนนั้นรูปร่างสูง มีทรวดทรงเด่นชัด สวมเสื้อผ้าสีสันสดใสสะดุดตา เธอเหมือนกับแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันที่เจิดจรัส
เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม
เจียงหรั่นรู้จากปากของเจียงซ่งว่า ผู้หญิงคนนั้นชื่อสวี่เพียวเพียว เป็นแฟนของฮั่วจี้เซิน เรียนอยู่คณะศิลปะ
ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่มีบุคลิกเย็นชาสูงส่งและดูสะอาดสะอ้านราวกับแสงจันทร์อย่างฮั่วจี้เซิน จะมาคบกับคุณหนูผู้เอาแต่ใจและดูจะไร้รสนิยมในสายตาคนอื่นเช่นนี้
เจียงซ่งเคยบอกว่า ฮั่วจี้เซินค่อนข้างยากจน ที่คบกันก็คงเพราะสวี่เพียวเพียวใช้เงินฟาดหัว ซึ่งเจียงหรั่นเองก็เชื่อแบบนั้น
จนกระทั่งมีการร่วมงานทางธุรกิจครั้งหนึ่ง เธอถึงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วฮั่วจี้เซินคือบุตรชายคนโตของตระกูลฮั่ว และเป็นผู้สืบทอดกลุ่มบริษัทในอนาคต
เจียงหรั่นจึงมั่นใจว่า ระหว่างฮั่วจี้เซินกับสวี่เพียวเพียวก็คงแค่เล่น ๆ กันเท่านั้น
ต่อมาเธอก็เคยได้ยินเรื่องนี้จากปากเขาเองเช่นกัน แต่แปลกที่เจียงหรั่นกลับดีใจไม่ลง
ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้น จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นเฉียบ
เจียงหรั่นตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
ฮั่วจี้เซินวางตะเกียบในมือลงทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ผมขึ้นข้างบนก่อน ต่อไปถ้าแม่จะส่งดอกไม้ให้ใคร ก็ไม่ต้องใช้ผมเป็นข้ออ้างอีก”
คุณนายฮั่วร้องเหอะออกมา สีหน้าดูแทบไม่ได้ “แกหมายความว่ายังไง? แม่แค่ยกดอกไม้ให้หรั่นหรั่นช่อเดียว แกถึงกับต้องไม่พอใจเลยเหรอ?”
แต่ฮั่วจี้เซินเดินขึ้นบันไดไปเสียแล้ว
เจียงหรั่นมองตามหลังเขาไป ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
คุณนายฮั่วดึงมือเจียงหรั่นมาปลอบประโลมอยู่สองสามคำ ก่อนจะถามขึ้นว่า “หรันหรั่น เมื่อกี้ที่หนูพูดถึงสวี่เพียวเพียว เธอคือใครเหรอจ๊ะ?”
ทำไมเธอถึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
เจียงหรั่นรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป อุตส่าห์ได้เจอฮั่วจี้เซินทั้งที แต่กลับทำให้เขาโกรธจนเดินหนีไปเสียได้
“ไม่มีอะไรค่ะคุณป้า แค่เพื่อนเก่าสมัยเรียนน่ะค่ะ อ้อ เมื่อกี้หนูลืมบอกพี่เซินเรื่องที่อยากจะไปฝึกงานที่ฮั่วซื่อกรุ๊ป พี่เซินคงไม่ปฏิเสธใช่ไหมคะ?”
“เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวป้าไปบอกเขาให้”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า”
-
ที่ชั้นบน ในห้องทำงานของฮั่วจี้เซิน
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังประมวลผลรายงานผลประกอบการของกลุ่มบริษัท ก่อนที่ข้อมูลของแต่ละทีมโปรเจกต์จะแสดงออกมาอย่างชัดเจน
สายตาของฮั่วจี้เซินเผลอเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ทีมของสวี่เพียวเพียวโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นทีมที่มีสัดส่วนการเติบโตสูงที่สุดอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อตอนกลางวันที่ได้พบเธอ เขารู้สึกเพียงว่าเธอผอมลงไปมาก จากเดิมที่เคยมีรูปร่างสมส่วนและมักจะโวยวายว่าจะลดความอ้วนอยู่บ่อย ๆ แต่ตอนนี้ไหล่และแผ่นหลังของเธอดูผอมบางราวกับกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น
เขายอมรับว่า ตอนที่เห็นชื่อสวี่เพียวเพียวในฐานะผู้รับผิดชอบโปรเจกต์บนแผนงาน เขาก็เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
จะมีใครที่ชื่อซ้ำกับเธอได้ขนาดนี้
ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเธอจริง ๆ
สวี่เพียวเพียวเรียนศิลปะ เมื่อก่อนเธอไม่ชอบเรียนหนังสือเลย ตอนเรียนก็มักจะบ่นอยู่เสมอว่าในอนาคตเธอจะไม่ทำงานเป็นลูกจ้างใครเด็ดขาด เพราะเงินที่บ้านเธอใช้ยังไงก็ไม่หมด
แต่ตอนนี้เธอกลับมาทำงาน แถมยังทำงานที่ฮั่วซื่อกรุ๊ปอีก ซึ่งทำให้ฮั่วจี้เซินรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ แผนงานของเธอดีที่สุดในบรรดาทุกทีม
แรกเริ่ม การที่เขาคบกับสวี่เพียวเพียวคือการเดิมพันอย่างหนึ่ง
ประกอบกับสวี่เพียวเพียวตามตื๊อเขาไม่ลดละ ฮั่วจี้เซินจึงตอบตกลงไป
ตอนนั้นเขาคิดว่า เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยและเขากลับไปรับตำแหน่งที่ฮั่วซื่อกรุ๊ปแล้วเขาจะเลิกกับเธอ
ทว่าการเดิมพันนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนรสชาติไป
เธอเป็นคนที่กระตือรือร้น ร่าเริง เหมือนกับดอกไม้ที่อ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง เพียงแค่ได้เห็นหน้าเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
คุณหนูตระกูลสวี่ผู้หยิ่งยโสต่อหน้าคนอื่น กลับกลายเป็นเด็กสาวที่ว่าง่ายและเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
ทั้งคู่เคยปล่อยกายปล่อยใจด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ฮั่วจี้เซินประหลาดใจที่พบว่าสวี่เพียวเพียวสามารถตอบสนองความต้องการส่วนตัวของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เขาเสพติดเธอราวกับเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย เขาตัดใจจากเธอไม่ได้ เขารักเธอ
เขาเคยวางแผนถึงอนาคต ถึงขั้นคิดไปว่าหลังจบการศึกษาจะแกล้งบอกเลิกก่อน แล้วค่อยสารภาพตัวตนที่แท้จริงกับเธอในฐานะใหม่
หากเธอไม่ยกโทษให้ เขาก็จะมอบเงินจำนวนมหาศาลและความรักทั้งหมดที่มีให้แก่เธอ
เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าสวี่เพียวเพียวจะเจอปัญหาอะไร วิธีแก้เดียวของเธอคือการใช้เงินแก้ปัญหา ทั้งจ้างคนเข้าเรียนแทน จ้างทำการบ้านและรายงาน แม้แต่ไปรับพัสดุเธอยังจ้างคนอื่นไปรับแทน
ในสายตาของเธอ เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง
แม้แต่ตอนที่มาขอคบกับเขา เธอยังสำคัญตัวผิดบอกว่าจะให้เงินเขาด้วยซ้ำ
แต่เธอคงไม่รู้ว่า ทรัพย์สินของตระกูลสวี่สิบตระกูลรวมกันยังเทียบไม่ได้กับเงินปันผลรายปีของกองทุนตระกูลฮั่วเพียงกองเดียว
แต่ผลสุดท้าย คนที่ถูกทิ้งกลับเป็นเขาเสียเอง