ตอนที่ 4
บทที่ 4 สวมเขา
October 22, 2026
ช่วงต้นเดือนธันวาคม อากาศในเมืองจงไห่หนาวเย็น!
ซูโหย่วหรงนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์สับปะรังเค ทำให้เธอยิ่งหนาวมากขึ้นไปอีก
ซ่งซานสี่ขับเร็วมาก จนผมของซูโหย่วหรงปลิวว่อน
ลมหนาวพัดผ่านหน้า
เธอรู้สึกโกรธและอัดอั้นตันใจมาก ดังนั้นเธอจึงไม่หลบอยู่ข้างหลังเขา และไม่นั่งใกล้เขาอีกด้วย
เบาะรถเสียเกือบหมด เหลือแต่โครงเหล็กเท่านั้น จนทำให้เธอรู้สึกเจ็บก้น
ไม่นาน ซ่งซานสี่ก้ตระหนักถึงอะไรบางอย่าง
“หนาวไหม?”
ซูโหย่วหรงไม่สนใจเขา
“ถ้าหนาวก็กอดผม”
ซูโหย่วหรงยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ แล้วเธอก็ดึงมือกลับมา ไม่กอดเขา
“เจ็บก้น?”
ซูโหย่วหรงยังคงไม่สนใจเขา
การที่เขาทำแบบนี้ เพื่อเงินเบี้ยขยันประจำไตรมาสใช่ไหม?
ฝันไปเถอะ!
ซ่งซานสี่หนาวจนหน้าชา และผมยุ่งเหยิง เขากล่าวว่า “มันหนาวจริง ๆ ชีวิตแบบนี้ไม่เหมือนชีวิตคนเลย ซูโหย่วหรง พวกเราต้องซื้อรถสักคันแล้ว”
“คุณเพิ่งจะคิดได้เหรอ? เมื่อก่อนที่บ้านไม่มีรถเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะ.......”
ซูโหย่วหรงไม่สามารถพูดต่อไปได้ เธอรู้สึกเจ็บปวดและโกรธแค้น เธออยากจะต่อยหลังเขาจริง ๆ
แต่เธอก็กลัวเขาโกรธ แล้วตนเองจะถูกทำร้ายเปล่า ๆ
เพราะเธอไม่ได้หน้าบวมไปทำงานสักพักแล้ว
และขณะนั้น ซูโหย่วหรงรู้สึกหน้ามืด ทำให้เธอกรีดร้องออกมา
ซ่งซานสี่ดึงเสื้อโค้ต แล้วห่มร่างกายส่วนบนของเธอ
ความอบอุ่นจากร่างกายของผู้ชาย กลิ่นหอมของสบู่โชยมา ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย
“ผู้หญิงหัวดื้อ จับเสื้อโค้ตไว้แน่ ๆ น่ะ”
ซ่งซานสี่เร่งความเร็วขึ้น เครื่องยนต์เสียงดังมาก ดังกว่ารถแข่งตามถนนเสียอีก และมีควันดำพวยพุ่งออกมาจากท่อ
เสื้อโค้ตปลิวไสว ซูโหย่วหรงจับชายเสื้อเอาไว้
เธอหลบอยู่ในเสื้อโค้ต เธอรู้สึกดีขึ้นมาก
กลิ่นหอมของสบู่แตะจมูก เพราะปกติบนร่างกายของเศษสวะ มักมีกลิ่นเหม็นของบุหรี่และแอลกอฮอล์
และเขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวอยู่ข้างในเสื้อโค้ต เขาถูกลมพัดตลอดเวลา ไม่หนาวเหรอ?
“หนาวมากใช่ไหม? สมน้ำหน้า!” ซูโหย่วหรงบ่นเบา ๆ
ซ่งซานสี่ “ครับ เศษสวะ คนล้างผลาญ สมควรถูกด่า!”
“คุณ.....เป็นคนบ้า!”
ซูโหย่วหรงรู้สึกว่าสามีตนเองบ้าไปแล้วจริง ๆ...
……
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงประตูโรงงานซานหยวนอิเล็คทริคที่อยู่เขตชานเมือง
ซ่งซานสี่มองไปรอบ ๆ
เขาจากเมืองนี้ไปสิบกว่าปีแล้ว แต่เขาติดตามการพัฒนาของเมืองนี้มาโดยตลอด
ชาติก่อน โรงงานแห่งนี้และด้านหลังเป็นพื้นที่รกร้าง และกลายเป็นตึกขนาดใหญ่ตอนครึ่งหลังของปี 2011 และพอปี 2012 ราคาเฉลี่ยทะลุหนึ่งหมื่นต่อตารางเมตร และสามปีต่อมา ราคาสูงถึงสองหมื่นต่อตารางเมตร
“ที่ดินผืนนี้ พิจารณาซื้อไว้ได้” ซ่งซานสี่ยื่นมือออกไป และวาดเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่
“คุณพูดบ้าอะไร?”
ซูโหย่วหรงมองรอยยิ้มที่ไม่แยแสของสามี สะพายกระเป๋าใบเล็ก หันหลังแล้วเดินเข้าไปในประตูโรงงาน
“โหย่วหรง รอสักครู่!” ซ่งซานสี่รีบหยุดเธอ
ซูโหย่วหรงรู้สึกประหม่า “คุณ...คุณจะทำอะไร?”
“ผมขับรถเร็ว แต่ก็ยังไกลขนาดนี้ ปกติคุณมาทำงานยังไง?”
“เดิน!” ซูโหย่วหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
ความจริงแล้ว เธอปั่นจักรยานมาทำงาน
สิ่งที่น่าโกรธเคืองก็คือสามีคนนี้ไม่รู้
นี่ยังสามารถเรียกสามีได้อีกเหรอ?
ซ่งซานสี่พยักหน้า กอดเธอไว้ทันที และรู้สึกสงสารเธอเล็กน้อย “การเดิน มันลำบากมากเกินไป ต่อไป ผมจะมาส่งคุณทุกวัน”
มีเพื่อนร่วมงานเดินผ่านไปมา ทำให้ซูโหย่วหรงรู้สึกอาย และพยายามดิ้นรน
“ไม่ต้องมาส่ง ฉันปั่นจักรยานมาทำงาน!”
หลังจากพูดจบ เธอหันหลังแล้วเดินจากไป
เธอเป็นห่วงเงินของตนเอง และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขามากเกินไป
ซ่งซานสี่ดึงมือเธอ “รอสักครู่”
เธอปั่นจักรยานมาทำงาน เจอทั้งลมและฝน จนทำให้มือของเธอด้านเล็กน้อย ซึ่งไม่เข้ากับหน้าตาที่สวยและหุ่นที่เซ็กซี่ของเธอเลย
“ปล่อยนะ คนเยอะ อายคนอื่น........ ”
ซูโหย่วหรงไม่สามารถหลุดพ้นได้ เธอก้มหน้าลง และหน้าแดงไปจนถึงลำคอ
กลิ่นหอมของโฟมล้างหน้าโชยมาตามลมหนาว มีความยั่วยวนเล็กน้อย
ซ่งซานสี่สูดกลิ่นหอมเข้าลึก ๆ “สำหรับหนี้ของจางหงเหม่ย ค่าใช้จ่ายของเถียนเถียนและน้องสาว ผมจะไปคิดหาวิธีทันที คุณตั้งใจทำงาน ผม.......”
“คุณจะสามารถคิดหาวิธีอะไรได้? ขโมย ปล้น หรือจะไปเล่นการพนันอีก?”
ซ่งซานสี่ยิ้มเล็กน้อย “ตอนนี้คุณไม่มีเงินเหลือติดตัวแล้วจริง ๆ เหรอ?”
“คุณคิดจะทำอะไร?” ซูโหย่วหรงตกใจจนเกือบจะร้องไห้ และท่าทางน่าสงสารมาก “ตอนนี้ฉันเหลือเงินแค่ห้าหยวนเท่านั้น เถียนเถียนอยากกินพุทราเชื่อม พรุ่งนี้ฉันจะไปจ่ายค่าเทอมของเถียนเถียน ไปรับเถียนเถียน แล้วใช้เงินนี้ซื้อพุทราเชื่อมให้เถียนเถียน เงินห้าหยวนนี้ คุณก็จะเอาเหรอ?”
“อ้อ.....เด็กกินขนมมากเกินไปมันไม่ดี......” ซ่งซานสี่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง