ตอนที่ 13
บทที่ 13 ติดค้างน้ำใจเขามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
October 31, 2026
เจียงตานจวี๋มาถึงร้านเครื่องเขียนจังซื่อก็เจอสือจยาที่กลับจากด้านนอก เธอเอ่ยปากพูดว่า "สวัสดีค่ะอาจารย์"
สือจยามองแวบเดียวก็รู้ว่าเธอคือคุณผู้หญิงที่วาด《รูปดอกลิลลี่》 ในบรรดาผู้สมัครวาดรูป เธอจะเป็นคนที่หน้าตาโดดเด่นกว่าใครอื่น ทำให้จำไม่ยาก
"คุณเจียงมาแล้วเหรอคะ ยินดีต้อนรับค่ะ เชิญนั่งค่ะ"
สือจยาพาเธอไปที่ห้องประชุม แล้วสั่งให้คนชงชามา
"สวัสดีค่ะอาจารย์ ขอโทษนะคะ คือฉันมาลาออกค่ะ" เจียงตานจวี๋รู้สึกผิดมาก คงสร้างความยุ่งยากให้กับร้านเครื่องเขียนจังซื่อแล้ว
สือจยาได้ยิน ใบหน้าทอประกายความไม่เข้าใจแวบผ่าน "เงินไม่ถึงหรือเปล่าคะ หรือว่ามีปัญหาอย่างอื่นคะ?" เธอรู้ว่าหากไม่จัดการเรื่องนี้ดีๆ ตัวเองต้องขัดใจลี่สุ่ยเหนียนแน่
"ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ค่ะ" เจียงตานจวี๋รีบปฏิเสธ "เพราะเรื่องในบ้านค่ะ ทำให้วาดรูปต่อไม่ได้ค่ะ"
สือจยาโล่งอกเล็กน้อย ยังดีที่สาเหตุการลาออกเกิดจากตัวเธอเอง ซึ่งไม่ใช่ร้านเครื่องเขียนจังซื่อละเลยต่อเธอ อย่างนี้ก็ชี้แจงง่ายแล้ว
"งั้นก็ได้ค่ะ พวกเราไม่ทำให้คนรักศิลปะต้องลำบากใจหรอกค่ะ พวกเราเคารพในความคิดของคุณค่ะ อีกอย่าง ไม่ต้องเรียกฉันว่าอาจารย์นะคะ อย่ารับไว้ไม่ไหวค่ะ ฮ่าๆ"
เจียงตานจวี๋คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงง่ายเช่นนี้ เพราะตอนนั้นเซ็นสัญญาไว้หนึ่งฉบับ และในความเป็นจริงเธอไม่ได้ส่งผลงานตามกำหนด ซึ่งเธอเป็นผู้ผิดสัญญา
เธอลุกขึ้นโค้งคำนับแทนคำขอบคุณ ขอบคุณร้านเครื่องเขียนจังซื่อที่ให้งานเธอทำในยามคับขัน
สือจยายิ้มพลางกล่าวว่า "คุณเกรงใจมากไปแล้วค่ะ ฉันรู้สึกถูกชะตากับคุณมากค่ะ ขอพูดตรงๆเลยนะคะ คุณไม่ควรขอบคุณฉันหรอกค่ะ แต่ควรขอบคุณคุณชายลี่ค่ะ"
"คุณชายลี่?"
ต้องไม่ใช่ลี่ซุ่ยหานแน่ ตอนเที่ยงผู้ชายคนนี้ยังคัดค้านเธอทำงานอยู่เลย หรือว่าจะเป็นลี่สุ่ยเหนียนกัน
"อืม คุณชายลี่ไม่เพียงแต่วาดรูปเก่งเท่านั้น ยังทะนุถนอมคนมีฝีมือด้วยค่ะ ดูออกว่าเขาดีกับคุณไม่เบาเลยนะคะ"
ดังคาด เป็นลี่สุ่ยเหนียนจริงๆด้วย คาดไม่ถึงว่าเขาจะคอยช่วยเธออยู่ด้านหลัง ติดค้างน้ำใจเขามากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ
"พวกเราแค่เป็นเพื่อนที่เจอหน้ากันไม่กี่ครั้งเท่านั้นค่ะ คุณชายลี่เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ เห็นฉันตกอับเลยยื่นมือเข้าช่วยเหลือค่ะ" เจียงตานจวี๋กลัวจะสร้างความเข้าใจผิด เธอจึงอยากอธิบายให้เข้าใจ
"โอเคโอเคค่ะ ฉันก็ช่วยคุณถึงตรงนี้นะคะ ทนดูรักเศร้าของพวกคุณไม่ได้หรอกค่ะ"
เจียงตานจวี๋เกรงว่ายิ่งอธิบายก็ยิ่งพูดไม่เข้าใจ จึงไม่พูดอะไรมากอีก
วันถัดไป
บริษัทลี่ซื่อนัดประชุมคณะกรรมการบริหารกะทันหัน
เมื่อลี่ซุ่ยหานก้าวเดินด้วยความแข็งแรงเข้าไปในห้องประชุม คนที่อยู่ในนั้นต่างพากันวิจารณ์เสียงเบา พวกเขาไม่รู้ว่าขาของลี่ซุ่ยหานหายตั้งแต่เมื่อไหร่
ในที่ประชุมลี่ซุ่ยหานเสนอให้ปลดลี่สวินออกจากตำแหน่ง เขาไม่เหมาะที่จะดูแลบริษัทลี่ซื่อในยุโรปแล้ว จึงย้ายเขาไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ธุรกิจของบริษัทลี่ซื่อในยุโรปนั้นรุ่งเรืองมาก การย้ายลี่สวินไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เท่ากับลิดรอนสิทธิและอำนาจส่วนใหญ่ของเขาทิ้ง ในบรรดาคณะกรรมการบริหารมีหลายคนเป็นพรรคเดียวกันกับลี่สวิน จึงเสนอคำคัดค้านทันที
ลี่ซุ่ยหานกวาดสายตามองอย่างเย็นชา "ถ้าใครไม่พอใจ ผมก็จะขยายสิทธิ์ให้คนนั้นตามลี่สวินไปเป็นเพื่อนที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย"
สิ้นเสียง ตรงประตูก็ปรากฏคนที่มีผ้าพันแผลเต็มตัว ทั้งยังสวมใส่เสื้อผู้ป่วยกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้รถเข็นหนึ่งคน
ทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูอย่างพร้อมเพรียงกัน ดูไม่ออกว่าคนนั่งบนเก้าอี้รถเข็นเป็นใคร เนื่องจากพันมิดชิดมาก ส่วนคนเข็นรถคือผู้ช่วยของลี่สวิน ซึ่งหลายๆคนในที่นี่ล้วนรู้จักเป็นอย่างดี
วันนี้มีเรื่องแปลกไม่ขาดสาย เก้าอี้รถเข็นของลี่ซุ่ยหานคงยืมให้ลี่สวินใช้แล้วมั้ง
ลี่สวินรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ได้ยินว่าลี่ซุ่ยหานจัดประชุมปลดตำแหน่งงานของเขาออก เขาจึงไม่สนใจคำห้ามปรามของคุณหมอ ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีก็ต้องมาขัดขวางที่ประชุมให้ได้
ลี่ซุ่ยหานไม่อินังขังขอบกับการปรากฏตัวของเขา "ลงคะแนนเสียง"