ตอนที่ 556
บทที่ 556 คนที่นึกถึงคนแรกคือใคร
October 21, 2026
บทที่ 556 คนที่นึกถึงคนแรกคือใคร
เสี่ยวเหยียนครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกมา
“เดี๋ยวฉันไปกับเธอด้วย ฉันกลัวว่าข้างนอกมันจะไม่ปลอดภัย”
หานมู่จื่อเหลือบมองเวลา “ตอนนี้ยังไม่ดึกเลย ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ข้างล่างนี้เอง เธอรอฉันอยู่นี้ก็ได้”
เสี่ยวเหยียนครุ่นคิดอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาว่า “งั้นเธอก็กลับมาเร็วๆ นะ”
“อืม”
หลังจากที่หานมู่จื่อเดินออกไป ภายในห้องก็เหลือเพียงเสี่ยวเหยียนเพียงคนเดียว บรรยากาศโดยรอบก็เงียบสงัดขึ้นมา เธอเหลือบมองผ้าม่านที่ถูกลมพัดตรงหน้าต่าง ทันใดนั้นเธอก็อดที่จะตัวสั่นเทาไม่ได้
ถ้ารู้เร็วกว่านี้เธอควรจะลงไปกับหานมู่จื่อ การที่ต้องอยู่ในห้องนี้คนเดียวมันเป็นความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวมาก
หานมู่จื่อเดินออกจากลิฟต์ไปทางประตูเพื่อเดินไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ในตอนที่เดินผ่านประตูเล็กออกมา จุดที่โดนรั้วกั้นในตอนกลางวันในตอนนี้ก็ไม่มีใครเข้าใกล้แล้ว
เมื่อคิดว่าเมื่อเช้ามีคนเสียชีวิตอยู่ตรงนี้ หานมู่จื่อจึงรู้สึกกลัวขึ้นมา จึงรีบเร่งฝีเท้าให้เดินเร็วขึ้น
หลังจากไปถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต เธอก็รีบซื้อเกลือให้เสี่ยวเหยียนก่อน หลังจากนั้นจึงเลือกซื้อของที่จำเป็น ก่อนจะไปชำระเงิน อยากรีบกลับบ้านเร็วๆ
ทว่าคิดไม่ถึงว่าตอนเข้ามามีคนน้อยๆ เมื่อออกไปชำระเงินกลับมีคนต่อแถวรออย่างเหยียดยาว
หานมู่จื่อก้มมองเวลาก็พบว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่คนเยอะ
เมื่อไร้ทางเลือก หานมู่จื่อจึงได้แต่ต่อแถวอย่างไม่เต็มใจนัก รอจนชำระเงินเสร็จแล้วเดินออกจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ท้องฟ้าด้านนอกก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำแล้ว
หานมู่จื่อหอบหิ้วของรีบเร่งก้าวเท้าเร็วๆ เพราะฟ้ามืดแล้ว ดังนั้นในตอนที่ไปถึงประตูเล็ก ก็มองเห็นไฟเล็กๆ ตอนจุดเกิดเหตุอยู่ไกลๆ เมื่อมองดูก็รู้สึกกลัวขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นคนกล้าหาญขนาดไหน ถ้าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ก็ต้องมีลำบากใจกันบ้าง ยิ่งไม่ต้องพูดไปถึงหานมู่จื่อ
ดังนั้นเมื่อต้องผ่านตรงจุดเกิดเหตุ หานมู่จื่อจึงเผลอรีบก้าวเท้าให้เร็วกว่าเดินอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเดินออกมาไกลแล้วเธอก็รู้สึกโล่งอก
เมื่อคิดอยากจะหันกลับไปมองตรงจุดเกิดเหตุที่อยู่ด้านหลัง ทว่าจู่ๆ ก็มีเงาอยู่ตรงด้านหลังตัวเอง
หานมู่จื่อถึงกลับหายใจกระตุก ใบหน้าขาวซีด ความคิดที่อยากจะหันกลับไปมองได้หยุดกึกลง
เธอหายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเดิน เพราะนอกจากนี้ยังไม่มีที่ลับดังนั้นเธอจึงได้แค่เอาโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรออกหาเบอร์เสี่ยวเหยียนอย่างรวดเร็ว
สายตามองทางมืดๆ ที่อยู่ตรงหน้า ทว่าเสี่ยวเหยียนก็ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอเลย หานมู่จื่อกังวลเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าวันนี้มันวันอะไรของเธอ เมื่อวางสายไป หลังจากนั้นเธอก็กดเบอร์โทรศัพท์ที่เก็บเอาไว้ในใจตลอดหลายปีโดยที่เธอไม่รู้ตัว
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที.....
หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ในเวลาเดียวกันเบอร์โทรศัพท์ที่เธอกดออกไปก็ทำการเชื่อมต่อ
เมื่อได้ฟังว่าสายได้ทำการเชื่อมต่อแล้ว คำพูดขอความช่วยเหลือกำลังพรั่งพรูออกมาจากปากของหานมู่จื่อ
เธอเหลือบไปเห็นเงาด้านหลังที่กระโจมเข้ามาหาตัวเธอ ในเวลานั้นเธอตกใจกลัวสุดขีดจนอยากจะกรีดร้องออกมา ทว่าเธอกลับถูกปิดปากเอาไว้ หลังจากนั้นก็ถูกลากไปฝั่งที่มืดสนิท
“หื้ม!” หานมู่จื่อเบิกตากว้าง รู้สึกว่ามือและเท้าของเธอถูกคนควบคุมเอาไว้ เธอตกใจกลัวมากซะจนหัวใจจะพุ่งออกมา เธอพยายามใช้แรงที่มีอยู่ดิ้นรนอย่างหนัก ก่อนจะอ้าปากงับมือของอีกฝ่าย
“อือ...” อีกฝ่ายที่ถูกเธองับมือไปเต็มแรงก็ครวญครางออกมาด้วยความเจ็บ ทว่ามือกลับไม่ยอมถอยห่างออกไปสักนิด มีเพียงเสียงกระซิบที่ดังขึ้นมา “ผมเอง!”
เสียงทุ้มต่ำด้วยมาจากความมืด เป็นน้ำเสียงที่ฟังดูลึกลับทั้งยังมีความโกรธจากการที่ถูกกัดอยู่
หานมู่จื่อหยุดชะงักไป เสียงนี้มันฟังดูคุ้นเคย.... ในวินาทีถัดมาดวงตาของเธอก็ร้อนผ่าว น้ำตาแทบจะร่วงหล่นออกมา
แต่ทว่าเธอรีบพยายามห้ามตัวเองเอาไว้ก่อน โชคดีที่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในมุมมืด อีกฝ่ายจึงยังไม่เห็นว่าสีหน้าของเธอตอนนี้เป็นอย่างไร
ท่ามกลางความมืด
โทรศัพท์ในมือของหานมู่จื่อ หน้าจอสว่างจ้าปรากฏชื่อของเย่โม่เซินให้เห็นอย่างชัดเจน
เย่โม่เซินจับเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว โดยอีกมือหนึ่งก็เอาโทรศัพท์แนบหูอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนเอ่ยปากพูดขึ้นช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับไหลผ่านหัวใจทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น
ราวกับว่าเขาจงใจพูดกับโทรศัพท์