ตอนที่ 1366
บทที่1366 คู่แท้ยังไงก็เป็นคู่แท้
October 21, 2026
บทที่1366 คู่แท้ยังไงก็เป็นคู่แท้
ดังนั้นเมื่อนั่งรถมาที่โรงแรมในตอนกลางคืนแล้วนั้น วันต่อมาทั้งสองก็เตรียมตัวออกกันต่อเลย
แต่ครั้งนี้ไม่ได้นั่งรถไฟไป หานชิงเลือกที่จะจองเครื่องบินไปโดยตรง
ในตอนที่เขาจองตั๋วอยู่นั้นสาวน้อยก็นั่งอยู่ข้างๆเขา เธอพิงแขนเขาพลางมอง และจู่ๆก็พูดขึ้น: “ทำไมคุณถึงจองตั๋วเครื่องบินหล่ะ? นั่งรถไฟไปกับฉันมันทุกข์ใจมากนักเหรอ?”
ได้ยินเธอพูดแบบนั้น นิ้วมือของหานชิงก็ชะงัก จากนั้นก็หันไปถามเธอ: “เธออยากนั่งรถไปเหรอ? งั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ๆ ไม่ใช่”เสี่ยวเหยียนส่ายหน้าอย่างแรง: “งั้นก็นั่งเครื่องนั่นแหล่ะ รถไฟเสียงดังจะตายไป”
อีกอย่างถ้าหากว่าไปเจอคนแบบยัยป้าเหมือนครั้งที่แล้วหล่ะก็ แบบนั้นคงน่าเบื่อแย่
“แน่ใจนะ?”
“อื้มๆ!”
ดังนั้นหานชิงจึงจองตั๋วกลับตอนกลางคืนไปสองใบ
พอถึงตอนขึ้นเครื่อง เสี่ยวเหยียนก็พูดขึ้นอย่างเก้อเขินเล็กน้อย “เอ่อคือ ฉันบอกกับพ่อแม่เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจหน่อยแล้วค่อยกลับ นี่ก็ไปไม่กี่วันเอง แบบนี้มันจะ…..”
หานชิงที่กำลังคาดเข็มขัดให้เธอได้ยินก็จิ๊ปากพูดมุบมิบ: “ก็บอกความจริงไปสิ”
“บอกความจริง? นั่นมัน…..ไม่ได้สิ มันน่าอายจะตาย
“น่าอาย? มันน่าอายเรื่องอะไร? เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน ให้ฉันช่วยอธิบายให้”
“ไม่ได้สิ ไม่ได้!”
ยิ่งให้เขากลับไปอธิบายให้นั่นก็ยิ่งอายหนักเข้าไปอีกสิ เสี่ยวเหยียนรีบส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอเขาทันที พูดเสียงอู้อี้: “ฉันกลับไปเองคนเดียวดีกว่า”
จากนั้นเธอก็ถามขึ้นมาอีก: “เครื่องเราลงกี่โมงนะ?”
“เที่ยงคืน”
เครี่องลงเที่ยงคืน นั่นดึกจะตายชัก ถ้าเธอกลับบ้านไปก็ต้องไปรบกวนพ่อกับแม่อีก
“ลงเครื่องแล้วก็ไปกับฉันก่อน แล้วค่อยไปอธิบายให้ที่บ้านฟังพรุ่งนี้”
“อื้อ อย่างนั้นก็ได้”
ถึงแม้ทั้งสองจะคืนดีกันแล้ว แต่ด้วยเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันทำให้เสี่ยวเหยียนออกจะอึดอัดใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบรรยากาศก็ไม่ได้ทะเลาะกันเหมือนก่อนก็ดีแล้ว
ดังนั้นเมื่อทั้งสองไม่มีเรื่องจะพูดคุยกัน ก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย
เมื่อเครื่องขึ้นแล้ว ไฟก็ดับลง
หานชิงก็เอื้อมมือไปจับมือของเธอ ส่งความอบอุ่นไปผ่านฝ่ามือ “ไม่ต้องกังวลนะ”
ประโยคนี้เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ใจของเสี่ยวเหยียนอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นเมื่อเธอไม่ได้ย้อนคิดถึงเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้ สมองของเธอก็โล่งสบาย
เมื่อเครื่องลงแล้วลุงหนานก็มารับหานชิงที่สนามบิน เมื่อส่งทั้งสองที่วิลล่าส่วนตัวเรียบร้อยก็กลับไป
หานชิงเป็นคนลากสัมภาระของเสี่ยวเหยียน โดยเธอนั้นเดินตามมาข้างๆ เดินอยู่ดีๆจู่ๆก็จามขึ้น
“ฮัดเช้ย!”
“ฮัดเช้ย!”
จามไปแล้วครั้งหนึ่ง แปปๆก็จะขึ้นอีกสองสามครั้ง เสี่ยวเหยียนแปลกใจขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”
เธอขยี้จมูกตัวเอง “หรือว่าฉันจะเป็นหวัดซะแล้ว?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น หานชิงก็หยุดกึก หันมามองเธอ “ติดฉันเหรอ?”
เสี่ยวเหยียน: “.....คุณเป็นหวัดเหรอ?”
“หลายวันก่อนฉันตากฝนมาหน่ะ เป็นหวัดนิดหน่อย”
แต่เขาร่างกายแข็ง ฟื้นฟูไว แต่ก็ยังไม่หายดี อีกอย่างหลายวันมานี้ทั้งสองก็อยู่ด้วยกันตลอด แถมยังนัวเนียใกล้ชิดอีกต่างหาก
เป็นไปได้เลยว่าเธอจะติดหวัดจากเขาเข้าแล้ว
เมื่อได้ยินว่าเขาป่วยนิดหน่อย เสี่ยวเหยียนก็เป็นห่วง เดินเข้าไปกอดแขน: “แล้วตอนนี้หายดีแล้วหรือยัง?”