ตอนที่ 1368
บทที่1368 เธอเกลียดฉันไปแล้วใช่ไหม
October 21, 2026
บทที่1368 เธอเกลียดฉันไปแล้วใช่ไหม
“เรื่องของเธอกับพี่ฉันมันเหมือนกับเรื่องที่สมมุติขึ้นไหมหล่ะ? นอกจากตอนเด็กที่โตมาด้วยกันแล้ว หลังจากนั้นระหว่างพวกเธอเคยผ่านอะไรหรือมีความรู้สึกอะไรกันมั่งหรือเปล่าหล่ะ?”
สวี่เย็นหวั่นถูกเธอพูดแบบนั้นก็เงียบไป แทบจะไม่เคยคิดเลยว่าหานมู่จื่อจะเป็นคนที่พูดตรงและทิ่มแทงได้แบบนี้
จริงๆแล้วหานมู่จื่อก็รอให้ตัวเธอนั้นพูดออกมาเอง เธอครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าบางทีอีกฝ่ายเองก็คงอยากจะพูดออกมา ดังนั้นจึงไม่ได้พูดมาโดยตลอด
แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยกเอาเรื่องของเธอมาเป็นตัวอย่าง
ทั้งยังหยิบยกเอาความทรงจำที่เจ็บปวดของเธอขึ้นมาอีก
ในเมื่อพูดกันมาจนถึงขนาดนี้แล้ว หานมู่จื่อจึงไม่คิดว่าจะต้องถนอมน้ำใจอะไรเธอมากมาย จึงพูดออกไปตรงๆ
“ฉันพูดอะไรผิดบ้างไหม?”หานมู่จื่องอปากยกยิ้มบางๆ: “เธอกับพี่ชายฉันไม่ใช่เคสที่มีความรู้สึกอะไรต่อกันเลย อีกอย่างฉันขอเดาเลยนะว่าเขาเองก็ไม่รู้เรื่องหมั้นหมายอะไรนี่ด้วย ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของเขาหน่ะ ถ้าหากว่าไม่ชอบเธอหล่ะก็ เดาว่าคงจะขอตระกูลสวี่ถอนหมั้นไปแล้ว จะให้เธอเอาแต่คิดว่าเขากับเธอหมั้นกันอยู่ทำไม?”
สวี่เย็นหวั่นช็อกตัวแข็ง ปากสิ้นไปชั่วครู่
“นี่เธอ……”
“พี่เย็นหวั่น เธอเองก็เคยเป็นทายาทของตระกูลสวี่ เรื่องอะไรที่แย่ๆฉันไม่พูดมันออกมาจะดีกว่าจริงไหม? ฉันพูดจนถึงขนาดนี้แล้ว เธอลองคิดทบทวนเองก็คงจะเข้าใจ”
สวี่เย็นหวั่นนั่งลงกับพื้นด้วยสีหน้าที่ไม่หน้าดู กัดฟันแน่น แล้วจู่ๆก็หัวเราะขึ้นมา
“ถูกแล้วหล่ะ ที่เธอพูดมามันถูกต้องแล้วหล่ะ ฉันกับเขาไม่ใช่เคสที่มีความรู้สึกอะไรต่อกัน เขาเองก็ไม่ได้ชอบฉัน มันเป็นความลุ่มหลงของตัวฉันเอง ที่รักอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่ไม่มีสัญญาณอะไรตอบกลับมา”
“สิ่งที่ฉันพูดกับเธอไปก่อนหน้านี้ มันก็ยังมีประโยชน์นะ ถ้าหากว่าเธอยอมรับมัน เธอก็จะได้มีชีวิตใหม่ ไม่ว่าชีวิตนั้นจะเป็นยังไง แต่นั่นก็คงไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่าชีวิตที่ได้แต่มองคนอื่นรักและมีความสุขกันหรอกนะ”
พูดจบหานมู่จื่อก็อุ้มเสี่ยวโต้วหยาลุกขึ้น “เราคุยกันเท่านี้เถอะ หลายเรื่องนั้นใจเธอเองรู้และเข้าใจดีที่สุด ฉันไม่อยากพูดพร่ำให้มากความ เสี่ยวโต้วหยาต้องนอนแล้วหล่ะ ฉันคงต้องพาเธอกลับไปก่อน”
หานมู่จื่อพยักหน้าเป็นการทักทายเธอ ก่อนจะหันตัวกลับไป
สวี่เย็นหวั่นมองท่าทางที่เป็นแบบนั้นของหานมู่จื่อ ก็กำชายเสื้อแน่น กัดฟันเรียกเธอเอาไว้ “มู่จื่อ รอก่อน”
เมื่อได้ยินเสียงเรียก หานมู่จื่อจึงหยุดและหันไปมอง
“มีเรื่องอะไรอีก?”
“ธะ….เธอ”สวี่เย็นหวั่นอึกอัก จับชายเสื้อตัวเองราวกับไม่รู้จะพูดยังไง “เธอเกลียดฉันไปแล้วใช่ไหม?”
ถามไปแบบนั้นแล้ว เธอก็รู้สึกว่าตัวเองออกจะดัดจริตไปหน่อย จึงรีบอธิบาย: “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ในตอนนั้นฉันเพียงแค่เสียสติ จึงคิดไปถึงเรื่องของเธอ ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกไป ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจพูดทำร้ายเธอ”
หานมู่จื่อมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้ามาทางเธอ ก็ยิ้มออกมา: “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้ใส่ใจหรอก”
ที่เธอบอกว่าไม่ได้สนใจนั้น คือเธอไม่ได้สนใจว่าสวี่เย็นหวั่นนั้นพูดอะไร เพราะสำหรับเธอแล้ว เธอไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกับอีกฝ่าย
สวี่เย็นหวั่นมองตาของเธอ ดูเหมือนจะรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร ประกายความเศร้าจึงฉายออกมาจากแววตาของเธอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
หานมู่จื่อจึงเดินจากไป
ด้วยเพราะหานชิงไม่อยู่ ดังนั้นหานมู่จื่อจึงตัดสินใจอุ้มเสี่ยวโต้วหยาไปหาเสี่ยวเหยียนที่โรงแรม พอเดินออกมาก็พบเข้ากับซูจิ่ว
“แค่กๆๆ มู่จื่อ คุยเสร็จแล้วเหรอ?”
เมื่อเห็นเป็นซูจิ่ว หานมู่จื่อจึงยิ้มให้: “เลขาซู ไม่ทำงานเหรอ?”
ซูจิ่วเลิกคิ้วขึ้นทันที “จะไม่ทำงานได้ยังไงหล่ะ? ไม่ใช่แค่ยุ่งนะตอนนี้ แต่จะบ้าตายอยู่แล้ว”
“ทำไมหล่ะ?”
“ประธานหานทิ้งงานเอาไว้หน่ะสิ ช่วงนี้ฉันก็เลยยุ่งมากเลยหล่ะ จริงๆนะ”
ทิ้งงานทั้งหมดเลยเหรอ? หานมู่จื่อรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่นิสัยของพี่ชายเธอเลย และเมื่อเดาเอาจากคำพูดของสวี่เย็นหวั่นเมื่อครู่ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองสามารถเดาอะไรได้บางอย่าง