ตอนที่ 1384
บทที่1384ก็ควรจะรู้ตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ
October 21, 2026
บทที่1384ก็ควรจะรู้ตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ
“ฉัน ฉันยังไม่ได้รับปากเขาเลย”
“เอ๋。”หานมู่จื่อมองแหวนเพชรบนนิ้วมือเธอด้วยการหยอกล้อ“แหวนก็ใส่แล้ว ตอนนี้เธอยังมาดัดจริตอะไรอีก? เธอชอบพี่ชายฉันมากเลยไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ แต่ว่า......ใครใช้ให้ก่อนหน้านั้นเขาเกือบจะหมั้นกับผู้หญิงคนอื่นล่ะ? ฉันให้อภัยเขาก็ถือว่าไม่เลยแล้ว!”
หานมู่จื่อฟังแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงไม่น้อยเลย
“เธอรู้แล้วเหรอ”
เสี่ยวเหยียนมองเธออย่างช็อค
“หมายความว่ายังไง มู่จื่อ เธอคงไม่ใช่รู้เรื่องนี้ตั้งนานแล้วนะ? ทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกฉันเลย?”
“สาเหตุที่ไม่ได้บอกเธอมันง่ายมาก ในใจพี่ชายฉันมีแค่เธอคนเดียว เพราะฉะนั้นฉันเลยไม่มีอะไรต้องบอกกับเธอ เพิ่มความกลุ้มใจให้เธอ อีกอย่างตอนนั้นฉันก็เคยคุยกับสวี่เย็นหวั่น ที่จริงเธอก็ยอมรับเรื่องที่พี่ชายฉันมีแฟนแล้ว แต่ตอนนี้ดูท่าฉันคงจะคิดผิดไป”
ถึงแม้สวี่เย็นหวั่นคนนี้จะไม่ใช่คนเลวอะไร
แต่ในวันที่ทั้งสองพูดคุยกัน หานมู่จื่อรู้สึกท่าทีของเธออยู่ตรงหน้าของความรักไม่สามารถทำเป็นคนจิตใจดีงามได้เสมอได้
คนมากมายมุมมองทั้งสาม รวมทั้งทัศนคติต่อโลกต่างก็ถูกต้องมาก
แต่พอได้เกี่ยวพันถึงเรื่องของความรัก ก็ง่ายที่จะขาดสติ เพราะในเวลานี้ ความรู้สึกทั้งหมดและแขนขาต่างก็ฝ่าฟันการจองจำของโลก
แต่ขอแค่ไม่ไปทำลายคนอื่น คนเราอยากรักยังไง อยากทำยังไงก็ได้
คนอื่นไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์คนๆนี้ในด้านลบ นี่ถือเป็นการให้เกียรติขั้นพื้นฐานสุดมั้ง
แต่สวี่เย็นหวั่นรู้ทั้งรู้ว่าหานชิงมีแฟน ถ้าเวลานี้เธอเลือกที่จะไปทำลายฝ่ายตรงข้าม งั้นก็เป็นปัญหาของศีลธรรมแล้ว
“อ้อใช่”เสี่ยวเหยียนนึกถึงเรื่องสำคัญมากเรื่องนึง:“วันที่ฉันจากไป หล่อนได้ส่งวีแชทให้ฉันหนึ่งข้อความ”
“วีแชท? วีแชทอะไร?”
“เนื้อหาที่หล่อนส่งให้ฉันในตอนนั้นคือ ถึงแม้เมื่อก่อนหล่อนกับหานชิงจะเคยมีการหมั้นหมายกัน แต่ตอนนี้คนที่หานชิงอยู่ด้วยคือฉัน ดังนั้นหานชิงจะรับผิดชอบฉันอยู่”
หานมู่จื่อ: “.......”
ดูคำพูดนี้เข้าซิ ตอแหลได้โล่จริงๆ
หานมู่จื่อไม่รู้ว่าสวี่เย็นหวั่นมีความสามารถด้านนี้ด้วย กลิ่นไอและท่าทีที่เธอรู้สึกได้จากครั้งแรกที่เจอกัน ต่างกับที่เจอกันวันนั้นอย่างสิ้นเชิง
ผิดชอบที่อารมณ์ชั่ววูบเหรอ?
หานมู่จื่อเริ่มครุ่นคิดขึ้นมา
“มู่จื่อ ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะฉันใจแคบหรือเปล่า แต่ฉันรู้สึกคำพูดที่หล่อนพูดมีเจตนาไม่ดีแอบแฝง อีกอย่างวันนั้นยังนั่งอยู่ที่เบาะนั่งข้างคนขับของพี่ชายเธอด้วย ถึงแม้เมื่อก่อนหล่อนคลุกคลีกับตระกูลหาน แต่ฉันไม่ชอบหล่อนจริงๆ และฉันก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับหล่อนด้วย”
“อืม” หานมู่จื่อพยักหน้า:“เธอไม่ชอบก็ไม่ต้องไปเป็นเพื่อนกับหล่อน ถ้าหล่อนทำให้เธอไม่สบายใจ งั้นเธอก็ทำให้หล่อนไม่สบายใจสิ แบบนี้มันยุติธรรมดี”
“เธอไม่โทษฉันก็ดีแล้ว ฉันกลัวถึงเวลาถ้า ความสัมพันธ์ของพวกเธอสองตระกูลทะเลาะกันจนผิดใจกันเพราะฉัน งั้นฉันก็......”คำพูดตอนท้ายเธอไม่ได้พูดต่อ แต่หานมู่จื่อก็เข้าใจความหมายของเสี่ยวเหยียน
เธอตบแก้มของเสี่ยวเหยียนเบาๆ:“เธอวางใจเถอะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆฉันช่วยเธอแบกรับไว้เอง อีกอย่างมิตรภาพของรุ่นก่อนพอมาถึงเราก็แทบจะไม่ค่อยสนิทสนมกันขนาดนั้นแล้ว ทั้งสองตระกูลแค่ไปมาหาสู่กัน ไม่ใช่ว่าตระกูลสวี่มีบุญคุณกับตระกูลหานเราสักหน่อย ถ้าหล่อนไม่ทำเรื่องแปลกประหลาด งั้นทั้งสองตระกูลก็ไม่ขัดใจกันหรอก”
ทีนี้เสี่ยวเหยียนถึงพยักหน้า
วันที่สอง หานชิงมารับเสี่ยวเหยียนไปสั่งตัดชุดงานแต่ง
ตอนแรกไม่ได้พูดให้ชัดเจน จนกว่าเสี่ยวเหยียนขึ้นรถแล้วถาม หานชิงถึงบอกเรื่องที่ไปดูชุดงานแต่ง
เสี่ยวเหยียนได้ยินเขาจะพาตัวเองไปสั่งตัดชุดแต่งงานเองปุ๊บ ใบหน้าขาวใสก็แดงก่ำขึ้นมาทันที“ฉันยังไม่ได้บอกคุณเลยว่าฉันรับปาก ทำไมคุณก็พาฉันไปสั่งตัดชุดแต่งงานแล้ว?”