ตอนที่ 1908
บทที่ 1908 เก้าประเทศที่มหาอำนาจ
October 21, 2026
การหยิบสิ่งของผ่านมิติ วิธีแบบนี้หากเป็นนักบู๊แดนปราณนอกต่างใช้เป็นกันหมด
แต่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ คนที่กล้าใช้การหยิบสิ่งของผ่านมิติแย่งชิงจุดลำแสง คงมีแค่ลู่ฝานคนเดียว
คนอื่นๆ ไม่มีใครที่ไม่พุ่งเข้าไป หรือแม้กระทั่งมีคนจำนวนมากศัสตราวุธอยู่ในมือ เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวจะสู้อย่างดุเดือดกับคนที่แย่งจุดลำแสงของตัวเอง
จุดลำแสงที่ลู่ฝานพึงพอใจลอยมาครึ่งทาง จู่ๆ ถูกนักบู๊ชุดม่วงขวางไว้
ใบหน้าแสยะยิ้ม นักบู๊ชุดม่วงมองลู่ฝานอย่างเฉยเมย
ความเยาะหยันในสายตา ไม่ต้องพูดก็เข้าใจ
ลู่ฝานก็เหลือบมองเขาอย่างเฉยเมย เพียงแต่ในดวงตามีแสงสว่างเล็กน้อย
ทันใดนั้น นักบู๊ชุดม่วงเหมือนถูกโจมตีอย่างหนัก ร่างกายเซไปเซมาและกระอักเลือดไปที่ด้านข้าง
“อ่อนเกินไป!”
ลู่ฝานส่ายหน้าพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ วิญญาณโจมตี ยังเฉียบคมดังเดิม
ถึงแม้ไม่ได้ใช้วิญญาณกะพริบ แต่ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถต้านทานได้
อย่างน้อยนักบู๊ชุดม่วงคนนี้ ความสามารถยังด้อยอยู่มาก
เมื่อเห็นว่าลู่ฝานโจมตีคนหนึ่งจนถอยไปได้อย่างง่ายดาย คนอื่นๆ ก็พากันหลบออกอย่างฉลาด
ก็แค่เลือกคู่ต่อสู้เท่านั้น ทำไมจะต้องทำให้ตัวเองบาดเจ็บหนักจนต่อสู้ไม่ได้ นั่นจะได้ไม่คุ้มเสีย
จุดลำแสงลอยเข้าสู่ในมือของลู่ฝาน
ทันใดนั้น ลู่ฝานเห็นในมือของตัวเองปรากฏคำว่า “ก่วนเทา” สองคำ!
จากนั้น ชื่อกลายเป็นลำแสงพุ่งสู่ท้องฟ้า
ชั่วพริบตา ในกองจุดลำแสง คำว่าเงามืดก็ลอยขึ้นท้องฟ้า
ทุกคนมองเห็นชื่อของเงามืดกับชื่อของก่วนเทาถูลำแสงโอบล้อม
ลำแสงกลายเป็นเปลวไฟในทันที ใต้ชื่อของทั้งสองคนไฟลุกโชน
เป็นการแสดงว่าสองคนนี้ก็คือคู่ต่อสู้ในยกต่อไป!
ภาพแบบนี้ทุกคนที่อยู่โดยรอบมองดูจนตกตะลึงเล็กน้อย และจากนั้นเร่งฝีมือฝีเท้าแย่งจุดลำแสง
พวกเขาไม่อยากให้ตัวเองเลือกคนที่เหมาะสมยังไม่ได้แล้วถูกคนอื่นเลือกไปก่อน
เวลาต่อมา ลำแสงแต่ละเส้นพุ่งขึ้นท้องฟ้า
คนที่เลือกคู่ต่อสู้เสร็จใบหน้ายิ้มแย้ม คนที่ถูกคนอื่นเลือกกลับมีสีหน้าเคร่งขรึม มีหลายคนที่ยังด่าอย่างสาดเสียเทเสียออกมา
พวกเขาคงลืมไปแล้วว่าภาพในตอนนี้ ทั้งประเทศฉิงเทียน แม้กระทั่งคนทั้งโลกกำลังชมผ่านม่านแสงและท้องฟ้าอยู่
การกระทำทุกอย่าง อยู่ในสายตาของคนทั้งโลก ท่าทางน่ารังเกียจ พูดคำหยาบที่พวกเขาแสดงออกมา ถูกคนจำนวนนับไม่ถ้วนบันทึกเอาไว้
ดังนั้นคนทั้งประเทศฉิงเทียน กำลังจับผิดบุคลิกและวิพากษ์วิจารณ์คนเหล่านี้
คนไหนดี คนไหนไม่ดี อยู่ที่ปากของทุกคน
ลู่ฝานมองดูชื่อของก่วนเทาแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ชื่อนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
เขาก็แค่เลือกตามใจชอบ พูดตามตรง ถึงระดับที่บรรลุวิทยายุทธแบบเขาแล้ว คู่ต่อสู้เป็นใครไม่สำคัญแล้ว
แท้จริงแล้วลึกๆ ในใจของลู่ฝานหวังว่าจะได้เลือกคู่ต่อสู้ที่ฝีมือแกร่งหน่อย
เขารู้สึกว่าฝีมือของตัวเองเข้าสู่ช่วงที่ยากลำบากแล้ว วิธีที่อยากจะทะลุระดับ มีแค่สองวิธีเท่านั้น
หนึ่งคือฝึกวิชาช้าๆ ใช้การสั่งสม เข้าใจซึ้งถึงท้องฟ้าและพื้นดิน เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการพัฒนาไปถึงสุดขั้วและเปลี่ยนไปในทิศทางตรงข้าม สุดท้ายก็ฝ่าฟันพันธนาการ
ยังมีอีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ตอนที่ป่วยรอมร่อ ในช่วงสุดท้ายของการต่อสู้ของมนุษย์ ใช้การบีบคั้นศักยภาพของตัวเองเพื่อให้ทะลุระดับ
ถ้าหากใช้วิธีพูดที่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น นั่นก็คือหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งขวางทางของการฝึกวิทยายุทธ ไม่ก็ผลักมันออกช้าๆ!
ไม่ก็ใช้พลังฮึกเหิมสูงสุดทำลายมัน!
เมื่อเปรียบเทียบกัน ลู่ฝานชอบวิธีหลังมากกว่า