ตอนที่ 1926
บทที่ 1926 ต้องแบบนี้สิ!
October 21, 2026
หานเฟิงทรุดลงบนพื้น แสงสีเขียวกระจายไปทั่วเหมือนหมอกควัน
ภาวะบ้าคลั่งหายไปแล้ว หานเฟิงหน้าซีดเผือด ร่างกายอ่อนแรงเหมือนเพิ่งโดนดึงขึ้นมาจากน้ำ
หลิ่วจื่อมองหานเฟิงด้วยแววตาสับสน เขตวิถีของเธอค่อยๆ หุบลง ไม่ได้ฉวยโอกาสนี้กำจัดหานเฟิงทิ้ง
หานเฟิงยกมือขึ้นพูดว่า “ถ้าไม่ได้เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิง วันนี้ฉันคงจัดการเธอไปแล้ว แม้ฉันไม่ได้มีหลักการเหมือนศิษย์พี่ฉู่สิง แต่ไม่ชอบทำร้ายผู้หญิงเหมือนกัน แผลบนคอเธอถือเป็นการแก้แค้นที่เมื่อกี้เธอตบหน้าฉันตั้งหลายครั้ง เธอชนะแล้ว ฉันยอมแพ้ ให้ตายเถอะ รอฉันได้เป็นอริยปราชญ์เมื่อไร ฉันจะมาประลองกับเธออีกครั้ง!”
หานเฟิงก่นด่า แต่คนด้านล่างไม่มีใครหัวเราะเยาะเขาเลย
อย่างน้อยผู้หญิงจำนวนไม่น้อยก็มองหานเฟิงด้วยสายตาอ่อนโยนขึ้น
หลิ่วจื่อเก็บแววตาสับสนของตัวเอง แล้วแทนที่ด้วยสายตาเย็นชาเหมือนเดิม
หลิ่วจื่อพูดกับหานเฟิงอย่างเย็นชาว่า “ยอมแพ้ก็ดีแล้ว ถ้าเมื่อกี้นายไม่ยอมปล่อยมือ นายจะตายอย่างน่าเวทนา!”
หานเฟิงฉีกยิ้มพูดว่า “เธอโม้ไปเถอะ แม้ฉันไม่แน่ใจว่าจะฆ่าเธอได้ แต่กัดเนื้อเธอมาสักชิ้น ไม่ใช่เรื่องยากนะ”
หลิ่วจื่อพูดว่า “ฉันไม่เคยล้อเล่น”
เมื่อพูดเช่นนี้ จู่ๆ อักษรยันต์เล็กๆ สว่างขึ้นบนตัวหลิ่วจื่อ
อักษรยันต์พวกนี้ออกมาจากในตัวเธอ พลังลึกลับแผ่ซ่านออกมา
“เผ่ายันต์เหรอ”
ลู่ฝานพูดด้วยความตกใจ
คนมีความสามารถที่อยู่ในกลุ่มคนก็อุทานออกมาด้วยความตกใจเช่นกัน
“เธอคือทายาทของเผ่ายันต์เหรอ”
“น่าจะใช่ แต่เผ่ายันต์ล่มสลายไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนั้นประเทศติ่งหยู่เป็นที่หลบภัยสุดท้ายของเผ่ายันต์ หลิ่วจื่อเป็นคนประเทศติงอวี้ ไม่แน่บนตัวอาจมีสายเลือดเผ่ายันต์ก็ได้”
“มีโอกาสเป็นไปได้ แต่เธอต้องไม่ใช่เลือดบริสุทธิ์แน่นอน ดูเหมือนอักษรยันต์บนตัวเธอไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเผ่ายันต์ในตำนาน!”
“คนเลือดผสมพอมีอยู่ในประเทศติงอวี้”
......
ทุกคนพูดคุยกัน
หลิ่วจื่อเก็บอักษรยันต์บนตัว
หานเฟิงเหม่อไปแล้ว ไม่ว่ายังไงพลังของอักษรยันต์เหล่านี้ก็น่าจะต้านทานการกัดกินของเขาได้
หานเฟิงอ้าปากหวอ พูดอะไรไม่ออก
หลิ่วจื่อเลิกคิ้วขึ้นมองเขา “นายช่วยชีวิตตัวเองแล้วล่ะ หานเฟิงแห่งประเทศอู่อาน!”
หานเฟิงกลืนน้ำลาย หานเฟิงยอมแล้วจริงๆ
ถ้าเขาชนะก็แปลกแล้ว ผู้แข็งแกร่งที่มาจากเก้าประเทศที่ทรงพลังไม่ธรรมดาจริงๆ
หลิ่วจื่อมองหานเฟิงทิ้งท้ายแล้วเหาะออกไป
หานเฟิงลอยลงมาบนพื้น มาข้างพวกศิษย์พี่ใหญ่
ศิษย์พี่ฉู่สิงส่ายหน้ามองหานเฟิง “โดนตบถึงอกถึงใจไหม”
หานเฟิงชูนิ้วกลางให้ศิษย์พี่ฉู่สิงสองนิ้ว
ศิษย์พี่ใหญ่ตบไหล่หานเฟิง “แพ้เป็นเรื่องปกติ พละกำลังของนายทำได้ถึงขั้นนี้ถือว่าดีมากแล้ว”
หานเฟิงพูดว่า “ศิษย์พี่ใหญ่พูดจาน่าเชื่อถือจริงๆ ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ที่สนับสนุนมาตลอด”
ศิษย์พี่ใหญ่หัวเราะร่า ยื่นมือไปหาฉู่สิงกับฉู่เทียน “เอาเงินมาๆ ฉันบอกแล้วว่าศิษย์น้องหานเฟิงแพ้แน่นอน เอาเงินมาไวๆ เลย”
หานเฟิงอ้าปากหวอ มองศิษย์พี่ใหญ่หัวเราะคิกคัก เอาเงินมาจากมือศิษย์พี่ฉู่สิงกับศิษย์พี่ฉู่เทียน ตกใจจนเป็นใบ้พูดอะไรไม่ออก
ศิษย์พี่ฉู่เทียนพูดกับหานเฟิงว่า “ตอนนี้คงรู้แล้วสินะว่าทำไมศิษย์พี่ใหญ่ถึงเชียร์นาย!”
อีกด้านหนึ่ง ฉินซางต้าตี้ชี้เงาหานเฟิงแล้วพูดว่า “จำไว้ หลังจากกลับมาให้แต่งตั้งหานเฟิงเป็นขุนนางกระบี่หยก มอบพื้นที่ห้าเขตให้เป็นรางวัล”
องค์ชายรองฉินฝานคำนับแล้วขานรับ ไท่จื่อฉินอวิ่นขมวดคิ้วเบาๆ “เสด็จพ่อ แต่งตั้งให้เป็นขุนนางเลยเหรอ”
ฉิงซางต้าตี้พูดว่า “ใช่ แต่งตั้งเป็นขุนนางเลย แล้วก็แต่งตั้งหานหยวนหนิงเป็นขุนนางกระบี่โลหิตด้วย สองคนนี้อนาคตไกล อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับคนนั้น......พวกนายก็รู้ว่าใคร”
ฉินซางต้าตี้พูดแล้วหันไปมองทางลู่ฝาน
หลินหย่า ฉินฝานและคนอื่นพยักหน้าเข้าใจ ขณะนั้นฉินฝานถามว่า “แล้วไม่แต่งตั้งหลิงเหยาเหรอ”
ฉินซางต้าตี้ส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ “อยากแต่งตั้งอยู่นะ แต่แต่งตั้งไม่ได้ คนที่สามอริยบุคคลออกปากชวน ฉันต้องดีๆ ว่าจะดึงเธอมาเป็นพวกยังไง”
ทุกคนไม่เห็นด้วย การแสดงออกของหลิงเหยา ไม่ใช่แค่ทำให้คนอื่นตกตะลึง แม้แต่พวกเขายังตกตะลึงมาก
ใครจะรู้ว่าคนที่อ่อนโยนมาตลอดอย่างหลิงเหยา จะมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดาแบบนี้
ไม่แน่ความสำเร็จในอนาคตของเธอ อาจทัดเทียมกับลู่ฝานก็ได้