ตอนที่ 2189
บทที่ 2189 ด่านที่สาม(5)
October 21, 2026
ผู้อาวุโสใหญ่เผยสีหน้าขบขัน ราวกับกำลังหัวเราะเยาะผู้อาวุโสทุกคน
ตอนพูดไม่มีใครเชื่อ ตอนนี้อยากถามอย่างนั้นรึ?
ผู้อาวุโสรองกระแอมสองครั้ง บากหน้าถามว่า “ท่านผู้อาวุโสใหญ่ บ้านิรนามผู้นี้เป็นใคร เหตุใดลู่ฝานจึงเอ่ยถึง ท่านรู้จักบ้านิรนามหรือไม่”
ผู้อาวุโสใหญ่คลี่ยิ้ม “ฉันรู้จักบ้านิรนาม แต่ลู่ฝานรู้จักเขาหรือไม่ ฉันไม่รู้ เขาพูดถึงบ้านินาม แสดงว่าเขากับฉันมีวาสนาต่อกัน!”
ผู้อาวุโสใหญ่พูดจบก็แย้มยิ้ม ท่าทางเบิกบานใจประหนึ่งสามัญชนเก็บเงินได้
ผู้อาวุโสรองไม่คิดเลยว่าถามอยู่ดีๆ จะได้คำตอบกลับมาว่า ‘มีวาสนา’
มันหมายความว่าอย่างไร
ผู้อาวุโสใหญ่รู้สึกดีต่อลู่ฝานจริงหรือ
เช่นนั้นเก้าด่านสุดยากยังจำเป็นต้องดำเนินต่อหรือไม่
หรือจะให้ลู่ฝานเป็นเจ้าสำนักไปเลย?
ผู้อาวุโสรองตื่นตระหนก ลู่ฝานผ่านด่านสุดยากหลายด่านได้ เขาไม่กังวลใจเท่าไร
เพราะต่อให้ลู่ฝานเก่งกาจเพียงใด รอจนถึงด่านที่แปด ตกอยู่ในกำมือของเขา เขาจะทำให้ลู่ฝานมาแต่กลับไม่ได้
แต่ถ้าผู้อาวุโสใหญ่มีความคิดอื่น ผู้อาวุโสรองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
ให้ลู่ฝานผ่าน? หรือไม่ให้ผ่าน?
แค่เพราะลู่ฝานพูดคำว่าบ้านิรนามน่ะหรือ?
ราวกับอ่านความคิดของผู้อาวุโสรองออก ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวยิ้มๆ ว่า “ไม่ต้องสนใจคำพูดของฉัน พวกคุณควรทำอย่างไรก็ทำตามนั้น ผู้อาวุโสเจ็ด นายได้นำหินที่ฉันให้ไปไว้ในตำหนักหยุนหยาหรือไม่”
ผู้อาวุโสเจ็ดตกอยู่ในอารามตกใจอย่างสมบูรณ์
เห็นๆ อยู่ว่าลู่ฝานทนไม่ไหว จะถูกพลังภายในตำหนักหยุนหยากำจัดสิ้นซาก
เหตุใดจู่ๆ จึงรอดกลับมาได้
แถมพลังแห่งเต๋าในตำหนักหยุนหยายังดูเหมือนโดนวิญญาณร้ายเข้าสิง ไม่โจมตีลู่ฝานต่อ
ดูท่าเดินสบายๆ ของลู่ฝาน ประหนึ่งเข้าไปเดินเล่นอย่างไรอย่างนั้น
ได้ฟังคำพูดของผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสเจ็ดจึงได้สติ ใบหน้าแดงก่ำ พูดอึกอักว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ ก้อนหินที่ท่านให้ฉัน ฉันคิดว่ามันใช้ไม่ได้ และวางไว้ในตำหนักหยุนหยาก็เหมือนจะขัดกับพลังแห่งเต๋าข้างใน ฉันจึงไม่ได้วางไว้!”
ขณะพูดผู้อาวุโสเจ็ดนำก้อนหินออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้ผู้อาวุโสใหญ่
ผู้อาวุโสใหญ่รับกลับมาพลางส่ายศีรษะ “ไอ้โง่ ฉันให้หินนาย นายยังไม่ใช้ ปล่อยให้ลู่ฝานผ่านด่านครั้งนี้ไปได้ง่ายๆ นายก็เหมือนกับผู้อาวุโสเก้าและผู้อาวุโสแปด เป้าหมายที่จะขัดขวางลู่ฝานไม่มีทางสำเร็จ ซ้ำยังทำให้ลู่ฝานมีพลังเพิ่มขึ้น ดูสิ ลู่ฝานเริ่มตระหนักรู้ถึงพลังแห่งเต๋าแล้ว”
ผู้อาวุโสใหญ่ชี้นิ้ว ผู้อาวุโสเจ็ดมองตามสายตาของผู้อาวุโสใหญ่
ลู่ฝานนั่งขัดสมาธิโดยหันหน้าเข้าหาดวงแสงดวงหนึ่ง
นี่คือท่วงท่าแห่งการตระหนักรู้เต๋า เขาถึงกับนำตำหนักหยุนหยามาเป็นสถานที่ฝึกตน
ลู่ฝานลองกระตุ้นพลังในร่างกาย เขาต้องการทำให้ปราณชี่ของตนกลืนกินพลังที่บ้านิรนามทิ้งไว้ให้เขา
น่าเสียดายที่การจะให้ปราณชี่กลืนกินพลังแห่งโลกยังทำได้ยาก
เมื่อพลังเหล่านั้นเข้าสู่ร่างของเขาก็เหมือนกับมันกระจายไปตามแขนขาและหายวับไป ลู่ฝานเองก็ไม่มีวิธีดีๆ มาจัดการมัน
ลู่ฝานค่อนข้างกังวลกับพลังที่ไม่อาจควบคุมได้
แม้ว่าพลังเหล่านี้จะดูไม่มีภัยคุกคามอันใด ทั้งยังช่วยเขาผ่านวิกฤติหลายครั้งก็ตาม