ตอนที่ 2253
บทที่ 2253 สี่สัตว์อสูรดุร้าย(4)
October 21, 2026
ได้ยินชื่อของหลิงเหยา ฉับพลันใบหน้าของลู่ฝานก็ถอดสี
“แกว่าอะไรนะ?”
ลู่ฝานมองไปที่ผีวิญญาณถูกผูกพันด้วยสีหน้าเข้มขรึง
ในดวงตานั้น ปรากฏรังสีบางอย่าง ผีวิญญาณถูกผูกพันรู้สึกถึงพลังที่น่ากลัวทันที เป็นพลังที่มีอำนาจบีบบังคับมันไว้
ตอนนี้ลู่ฝานเผลอใช้พลังวิญญาณของตนเองโดยไม่รู้ตัว
สำหรับการมีชีวิตอยู่ของผีวิญญาณถูกผูกพัน เห็นได้ชัดว่าพลังวิญญาณเป็นวิธีการโจมตีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
เมื่อรู้สึกได้ถึงภัยอันตรายต่อชีวิต ผีวิญญาณถูกผูกพันจะไม่หวาดกลัวได้อย่างไร
“แกบอกว่า ที่นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม?”
ผีวิญญาณถูกผูกพันตอบรับด้วยอาการสั่นสะท้าน
ลู่ฝานเอ่ยว่า “ไม่ใช่ประโยคนี้ ที่แกเพิ่งพูดว่าอะไรนะ เทวทูตฝ่ายซ้ายหลิงเหยา?”
ผีวิญญาณถูกผูกพันพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว เทวทูตฝ่ายซ้ายหลิงเหยา เทวทูตฝ่ายขวาหลิงต้งที่มีขีดจำกัดพลังศักดิ์สิทธิ์ภายใต้เทพวิญญาณ ควบคุมฟ้าปกป้องดินและพลังเต๋าไร้ขอบเขต!”
ลู่ฝานพลันส่งเสียงหัวเราะออกมา หัวเราะไม่ขาดสาย ทั้งยังส่ายหัวไปพร้อมกับหัวเราะอีกด้วย
ความเป็นมาของหลิงเหยาช่างยิ่งใหญ่นัก
ในตอนแรก คุณย่าเฉียนยังบอกว่าหลิงเหยานั้นเกิดมาจากครอบครัวที่ยากจน กลัวว่าจะไม่คู่ควรกับเขา
ดูจากตอนนี้แล้ว ต้องบอกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างเขาไม่คู่ควรกับหลิงเหยาจึงจะถูก
ผู้อาวุโสใหญ่ที่อยู่ข้างๆสังเกตเห็นถึงความผิดแผก จึงเอ่ยกับลู่ฝานว่า “อะไรกัน เจ้าสำนักลู่ คุณก็รู้จักเทวทูตฝ่ายซ้ายหลินเหยาด้วยเหรอ?”
ลู่ฝานเอ่ยว่า “ฉันไม่ใช่แค่รู้จักเธอหรอก แต่ฉันยังต้องตามหาเธอให้เจอด้วย!”
ได้ยินคําพูดของลู่ฝาน ผู้อาวุโสใหญ่ก็มีสีหน้าประหลาดใจ ไอ้บอดหลัวก็รีบถามทันที
“เดี๋ยวก่อน เจ้าสำนักลู่ คุณจะตามหาเธอเหรอ เธอตายไปหลายปีแล้ว คุณจะหาเธอพบได้อย่างไร แล้วคุณรู้จักเธอได้อย่างไร ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม”
ลู่ฝานหันมามองผู้อาวุโสใหญ่แวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ คุณสามารถละทิ้งความทรงจำและนิพพานเกิดใหม่ได้ ผู้อาวุโสหลัวคุณก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายปี แล้วทำไมหลิงเหยาจะต้องตายล่ะ ทูตแห่งเทพในใต้หล้า จะตายหมดแล้วจริง ๆ หรือ? หลายปีที่ผ่านมา ทุกคนไม่เคยได้ยินคนอย่างอริยบุคคลโดยกำเนิดหรือ? ไม่เคยได้ยินถึงเรื่องราวการมีอยู่ของธิดาเทพสูงศักดิ์หรือ?”
ทุกคำของลู่ฝานเป็นเหมือนกระบี่ทิ่มแทงกายของผู้อาวุโสใหญ่และไอ้บอดหลัว
ทันทีทันใด ทั้งสองก็มีหน้าตาเปลี่ยนไปอย่างดุดัน
ผู้อาวุโสใหญ่กัดฟันแล้วพูดว่า “พูดแบบนี้ แสดงว่าคิดว่าหลิงเหยายังไม่ตายจริง ๆ หรือ?”
ลู่ฝานหันกลับมามองที่ผู้อาวุโสก่อนกล่าวว่า “เธอเป็นของฉัน หากต้องรับมือก็ให้เป็นฉันที่รับมือ ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสหลัว ใช่ว่าฉันอยากจะขู่พวกคุณ ถ้าหากวันหนึ่งเจอหลิงเหยาจริง ๆ ขอพวกคุณอย่าลงมือดีกว่า”
ผู้อาวุโสใหญ่ส่งเสียงครวญเย็นชา แต่ไม่ได้ตกปากรับคำใดๆ
ไอ้บอดหลัวเองก็ตบเข้าที่หน้าที่ของผีวิญญาณถูกผูกพันแล้วพูดว่า “พูดต่อสิ แกรู้อะไรอีก?”
ผีวิญญาณถูกผูกพันอยากร้องไห้ไม่มีน้ำตาจริง ๆ ไม่ว่าสถานการณ์ไหน ๆ ตนก็ถูกตบซ้ำอีกแล้ว
ผีวิญญาณถูกผูกพันสะอึกสะอื้นก่อนเอ่ยว่า “ท่านอยากรู้อะไรอีกเล่า?”
ไอ้บอดหลัวถามเสียงดังว่า “บอกฉันสิ เทพบู๊เสินเซียวทิ้งสิ่งใดไว้ในเขตแห่งความยุ่งเหยิงหรือไม่ ในเขตแห่งความยุ่งเหยิงเมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ข้างนอกถึงหนีไปและทำไมระหว่างทางที่เข้ามาจึงเห็นร่องรอยของพื้นที่ที่มีคนเคยเดินผ่าน?”
คำถามมากมายของไอ้บอดหลัวทำให้ผีวิญญาณถูกผูกพันสับสนงงงวยไปหมดแล้ว
ตัวมันนั้นเป็นเพียงผีวิญญาณถูกผูกพันตัวเล็กๆเท่านั้น ทั้งยังถูกทุบทำลายไปครึ่งร่าง จะไปรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร
ในขณะที่ผีวิญญาณถูกผูกพันไม่รู้จะตอบอย่างไร ทันใดนั้น แสงในห้องทั้งห้องก็มืดลงทันที
ตำหนักที่เคยเป็นดังสีขาวสว่าง กลายเป็นสีดำในพริบตา
โลกทั้งใบก็พลันเงียบเชียบลงทันที
ลู่ฝานชักกระบี่หนักไร้คมออกมาทันทีและกําไว้ในมือแน่น
ไอ้บอดหลัวบีบผีวิญญาณถูกผูกพันแน่นก่อนถามว่า “นี่แกกําลังทำอะไรอีก ไอ้ผีวิญญาณถูกผูกพันบ้าน่าตายเอ๊ย!”