ตอนที่ 1031
บทที่ 1031 หยางหยางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
October 28, 2026
บทที่ 1031 หยางหยางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
“เจ้านาย ผมขับรถกลับไปเตรียมตัวสักหน่อยนะครับ” ฉิงฮัวเอ่ยจบก็หักรถของตัวเองกลับไปก่อน
ในตอนนี้เขาไม่อยากเป็นส่วนเกินในการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว
เดิมหยางหยางยังคิดจะนั่งในตำแหน่งข้างคนขับ เพียงแต่ว่าเฉิงเฉิงดึงเขาเอาไว้ “พวกเรานั่งที่เบาะด้านหลัง แล้วให้คุณพ่อนั่งข้างหน้า”
ดังนั้น เด็กน้อยทั้งสามคนจึงนั่งเรียงกันอยู่ที่เบาะนั่งด้านหลัง เฉิงเฉิงและหยางหยางนั่งอยู่ฝั่งริมของทั้งสองข้าง ส่วนจ้าวจิงอี้นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาสองคน
ยังดีที่ขนาดร่างกายของเด็กๆล้วนค่อนข้างเล็กกระจ้อย ที่เบาะด้านหลังจึงไม่รู้สึกว่าเบียดเสียดกันเลยแม้แต่น้อย
“แม่ครับ ทำไมคุณแม่ถึงเพิ่งมากัน เมื่อตะกี้นี้ยังไม่เห็นเลย พ่อยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ ตอนที่หิ้วเจ้าจินเล่ยนั่น ก็สยบได้ภายในชั่วครู่ด้วยความปราดเปรื่องเลย”
หยางหยางในตอนนี้มีศรัทธาเลื่อมใสในตัวคุณพ่อ พูดเป็นต่อยหอยไม่ยอมหยุด เหมือนกับแม่น้ำฮวงโหที่เอ่อล้นทะลักจนหยุดไม่อยู่
***
ที่จริงแล้วตอนที่กู้ฮอนขับรถของเป่หมิงโม่มาถึงหน้าประตูโรงเรียน ก็สังเกตเห็นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว
และก็เป็นเพราะว่าใจลอยไปเล็กน้อย ถึงได้ชนเข้ากับรถที่จอดอยู่ด้านหน้า
เป่หมิงโม่ไม่ให้เธอลงไป ให้อยู่ในรถ จากนั้นก็จัดการเรื่องรถชนให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เธอที่นั่งอยู่ในรถนั้นเห็นเหตุการณ์ได้อย่างเลือนรางผ่านผู้คนและรถราที่ผ่านไปผ่านมา แต่ไม่ได้ชัดเจนเท่าไร
เธอรู้ว่าพวกเฉิงเฉิงจะต้องพบเจอกับเรื่องยุ่งยากอย่างแน่นอน
จนกระทั่งในภายหลังที่ฉิงฮัวปรากฏตัวขึ้น เธอถึงได้วางใจได้เต็มที่
ตอนนี้เป่หมิงโม่และเด็กๆล้วนกลับมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว อีกทั้งเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่มีแม้กระทั่งแผลภายนอก ถึงได้วางใจลง
“เรื่องวันนี้เป็นหยางหยางที่ก่อเรื่องออกมาสินะ”
กู้ฮอนมองหยางหยางผ่านกระจกมองหลังแวบหนึ่ง
“แม่ครับ วันนี้ผมถูกปรักปรำนะ หลังจากเลิกเรียนแล้ว ผมก็ไปหาพวกเฉิงเฉิงแล้วเดินมาที่หน้าประตูโรงเรียนด้วยกัน......”
หยางหยางเหมือนกับป้าสะใภ้เสียงหลิน(ตัวละครในBlessingหนังสือโดย หลู่ ซฺวิ่น)ที่เล่าลำดับขั้นตอนเหตุการณ์ใหม่อีกครั้ง
สุดท้าย เฉิงเฉิงและจ้าวจิงอี้ก็เป็นพยานให้กับเขาว่า เรื่องในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหยางหยางเลยแม้แต่นิดเดียว
กู้ฮอนได้ยินแล้วก็ถอนหายใจ “คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่า ภายในโรงเรียนแบบนี้จะมีนักเรียนประเภทนี้ด้วยเช่นกัน หลังจากนี้พวกลูกต้องระมัดระวังมากหน่อย อย่าก่อเรื่อง ได้ยินไหม”
หยางหยางตบลงที่อก “แม่ครับ แม่วางใจเถอะ ผมมีหลักการของผม”
“หลักการของลูกหรือ”
เป่หมิงโม่ที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ ได้ยินคำพูดที่กู้ฮอนพูดกับลูกๆเมื่อครู่นี้ ในใจก็รู้สึกอบอุ่น นี่น่าจะเป็นชีวิตที่ตัวเองคิดจะแสวงหามาโดยตลอดสินะ
เมื่อดีใจก็เลยมีส่วนร่วมในการบทสนทนานี้ด้วย
หยางหยางหัวเราะอิอิ “หลักการของผมนั้นง่ายมาก นั่นก็คือผู้อื่นไม่หาเรื่องผม ผมก็ไม่หาเรื่องเขา ผู้อื่นหาเรื่องผม ก็จะถอยให้ สรุปแล้ว ผมจะไม่ลงไม้ลงมือง่ายๆ ครูโล่เคยสอนผมว่า ชกต่อยคนไม่ถือว่ามีความสามารถอะไร คนที่ยิ่งมีความสามารถ ความรับผิดชอบก็ยิ่งใหญ่หลวง จะต้องปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองเอาไว้”
เป่หมิงโม่พยักหน้า “จุดนี้พ่อค่อนข้างเห็นด้วย ไม่ไปก่อเรื่อง แต่เมื่อเกิดเรื่องก็ไม่ต้องกลัว พวกเราคนตระกูลเป่หมิงนั้นไม่อาจถูกความลำบากเบื้องหน้าสยบให้แพ้ได้อย่างง่ายดาย”
“พอแล้วๆ แต่ก่อนตอนที่พวกคุณสองคนเจอหน้ากันล้วนไม่ยอมรับกันและกันไม่ใช่หรือ ทำไมตอนนี้ถึงได้มีความเห็นไปในทางเดียวกันเสียแล้วล่ะ” อารมณ์ของกู้ฮอนในตอนนี้ก็ดีมากเช่นกัน
เธอขับรถมุ่งหน้าไปยังทิศทางกลับบ้าน
*
คืนวันนี้ แสงไฟภายในบ้านพักปิ่นฮอนเป่หยวนหลังนี้สว่างไสว
บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะครึกครื้นอย่างมีความสุข
ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กล้วนจมอยู่ในความปีติยินดี
แอนนิทำอาหารมากมาย เพื่อเป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจและต้อนรับเป่หมิงโม่
แน่นอนว่า เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กๆ ผู้ใหญ่ล้วนไม่พูดถึงการใช้ชีวิตหลายวันมานี้ของเป่หมิงโม่ในสถานีตำรวจกันอย่างพร้อมใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยออกมา
ที่จริงแล้วพวกเขาก็รู้ชัดในสถานการณ์นี้เช่นกัน
ทุกครั้งที่กู้ฮอนกลับมาจากการไปเยี่ยมเขาล้วนเล่าให้พวกเขาฟัง
เวลาค่ำคืนค่อยๆมืดลง งานเลี้ยงกลางคืนนั้นสิ้นสุดลงไปได้สองชั่วโมงกว่าแล้ว เด็กๆล้วนวิ่งขึ้นไปเล่นที่ด้านบนแล้ว นี่ก็เป็นเพราะว่าหลังจากที่ผ่านเรื่องราวในวันนี้มา ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ดูเหมือนกับว่าจะใกล้ชิดกันมากอีกนิดหนึ่ง
ห้องใต้หลังคา เฉิงเฉิง หยางหยางและจ้าวจิงอี้ก้มหน้าก้มตาเขียนการบ้าน จิ่วจิ่วและเบลล่าทั้งสองล้วนไม่ไปรบกวนพวกเขาอย่างรู้ความ
จนกระทั่งหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง การบ้านของพวกเขาล้วนเสร็จแล้ว ถึงได้เริ่มมาเล่นเป็นเพื่อนกับน้องสาว
“พี่หยางหยาง เล่าเรื่องที่พี่ต่อยคนชั่วร้ายในวันนี้ให้หนูฟังเถอะนะ” จิ่วจิ่วกอดแขนของหยางหยางอ้อนวอน
***
“ได้สิๆ” หยางหยางหัวเราะฮิฮิ นั่งขัดสมาธิบนพื้น
แสร้งทำท่าทางเหมือนกับนักเล่าเรื่องคนหนึ่ง “กล่าวถึงเรื่องในวันนี้ ระหว่างที่พวกเราเลิกเรียนจะกลับบ้าน จู่ๆก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาขวางทางพวกเรา......”