ตอนที่ 1068
บทที่ 1068 ทำให้ยุ่งเหยิง
October 28, 2026
บทที่ 1068 ทำให้ยุ่งเหยิง
สิ่งสำคัญในชีวิตทั้งสองอย่างของหลี่เชินไม่ได้อยู่ข้างกายเขาแล้ว สำหรับคนอายุอย่างเขาแล้ว
มันเป็นความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
ถังเทียนจื๋อได้เห็น ในใจก็รู้สึกแย่ เขารู้สึกว่าในเวลานี้ ควรจะทำอะไรดีๆ ให้เจ้านาย
เขาลุกขึ้นยืนจากโซฟา: “เจ้านาย ผมออกไปทำธุระนิดนึงนะครับ”
ไม่ได้รอให้หลี่เชินพูดอะไร เขาก็เดินออกไปอย่างเร็ว
บรรยากาศงานเทศกาลตามท้องถนน มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหดหู่ แต่มันทำให้เขาคิดอะไรบางอย่างออกขึ้นมา
คนโสดไม่เหมาะกับบรรยากาศแบบนี้
ตอนเดินทางมันมักจะมีอย่างนึงที่เขาคิดยังไงก็ไม่เข้าใจ
[1]
นั่นก็คือเป่หมิงโม่มีสิทธิ์อะไร ที่มีทั้งลูกชายและลูกสาว แต่ตัวเขาเองงนั้นไม่มี
เขาอยากจะทำอะไรบางอย่างแก้แค้นเป่หมิงโม่
ตัวเขาเองก็ได้แย่งบริษัทเป่หมิงมาแล้ว แต่แบบนี้ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
ยังทำอะไรได้อีกบ้าง ที่จะสามารถแก้แค้นได้อีก?
ผู้หญิง? ลูก?
ความคิดทั้งหมดนี้ไม่ถูกตัดไป
ทำไม ผู้หญิงของเขาต้องเป็นกู้ฮอนด้วย
ขณะที่ไม่รู้ตัวนั้น เขาก็ได้ขับรถมาถึงหน้าประตู ‘ปิ่นฮอนเป่หยวน’
ที่นี่ก็คือที่ที่ลูกๆ ของเธออยู่
ถังเทียนจื๋อไม่ได้ลืม ครั้งนี้ที่ตนมา เพื่อทำตามความต้องการของอาจารย์
จากนั้น เขาจอดรถลงข้างทางและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหากู้ฮอน
*
บนโต๊ะถูกวางเต็มไปด้วยอาหารที่น่าทาน และหอมกรุ่น
“โอ๊ะโอ๋ กินข้าวแล้ว......” หยางหยางไม่รู้สึกตัวเลยว่ากำลังใส่หมวกพ่อครัวสีขาวตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ว่าก็พอดูออกว่ามันทำมาจากกระดาษ
แต่ว่าพอมารวมกับผ้ากันเปื้อนและทัพพีในมือ มันก็ดูเหมือนเชฟตัวน้อยจริงๆ นั่นแหละ
ได้ยินเสียงร้องเรียกของหยางหยาง พวกผู้ใหญ่ถึงได้หยุดการสนทนาลง แล้วก็เดินไปทางห้องอาหารตามๆ กัน
“อาหารทั้งโต๊ะนี้หนูทำทั้งหมดเลยเหรอ?” หวีหรูเจี๋ยหัวเราะแล้วถามหยางหยาง
“อาหารในนี้ผมทำแค่อย่างเดียวฮะ ลองทายดูว่าอันไหน”
“ทายถูกแล้วมีรางวัลมั้ย?” ทันใดนั้นลั่วเฉียวก็พูดขึ้นมา
“อืม......” หยางหยางขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่: “แน่นอนว่ามี ถึงเวลานั้นจะให้รูปผมพร้อมลายเซ็นก็ใช้ได้แล้ว”
“ชิ......” ลั่วเฉียวเบะปากอย่างไม่ชอบ: “พูดถึงรูปพร้อมลายเซ็น รูปพร้อมลายเซ็นของฉันกับอาสามของเธอ ไม่รู้ว่ามีคนต้องการฝันที่อยากจะได้มันขนาดไหน ของนายน่ะเหรอ ให้ฉันฟรี ฉันยังต้องคิดเลยว่าจะมีที่วางมั้ย”
“เฉียวเฉียว......” แอนนิส่งสีหน้าใส่เธอ
ไม่ดูเลยว่าตอนนี้มันเวลาอะไร มาเล่นตลกแบบนี้ หรือว่าจะหยอกล้อให้เขาดีใจไม่เป็นเหรอ ถึงต้องต่อปากต่อคำแบบนี้
แต่ว่าหยางหยางจิตใจเข้มแข็งมาก เขายิ้ม: “ป้าเฉียวเฉียว ป้าผิดแล้ว ผ่านไปอีกสักสองสามปีก็คงไม่มีใครรู้จักป้าแล้ว แต่ว่าผมกำลังขึ้นเป็นดาวดวงใหม่ หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลฮะ”
“ฮ่าๆ เจ้าหนูน้อยหยางหยางเมื่อกี้ไปหลบอยู่ที่ไหนมา มาให้อาสามดูหน้าดูตาหน่อยเร็ว......หนูโลภอีกแล้วเหรอ? อยากจะเข้ามาคลุกคลีในวงการบันเทิง ถ้ารูปร่างไม่ดีก็ทำงานไม่ได้นะ แต่ว่าที่หนูพูดเมื่อกี้ ไม่เสียแรงที่เป็นคนตระกูลเป่หมิง ความกล้านี่เต็มสิบไปเลย”
เป่หมิงยันก้มลงแล้วอุ้มหยางหยางขึ้นมา แล้วก็หอมแก้มเขาไปทีนึงอย่างอดไม่ได้
***
“อุ๊ย อาสามปล่อยผม ผมไม่อยากเปลี่ยนเป็นชอบเพศเดียวกัน!” ในที่สุดหยางหยางก็ใช้แรงดิ้นออกจากเป่หมิงยัน และก็หลบออกไปไกลสองเมตรทันที
จากนั้นก็ใช้แขนเสื้อเช็ดตรงแก้มที่โดนหอมไปเมื่อครู่ด้วยสีหน้าขยะแขยง
ครั้งนี้ก็ถึงคราวที่เป่หมิงยันหน้าบึ้ง เขาคิดไม่ถึงว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้
“ชอบเพศเดียวกัน......เจ้าเด็กนี่ นายดูดีๆ ว่าฉันเหมือนตรงไหน!อย่าคิดว่าเด็กแล้วฉันจะไม่เอาเรื่องนะ ฉันสามารถฟ้องนายได้เหมือนกัน แม้แต่พ่อนายก็ห้ามฉันไม่อยู่” เป่หมิงยันพูดพลางทำท่าจะไล่จับเขา
แต่หยางหยางเป็นคนฉลาด: “เสียแรงที่อาอยู่ในวงการบันเทิงมานาน ไม่รู้เหรอว่าตอนนี้ผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็เป็นกันเกือบหมดแล้ว ใครนะ ยังมีบางรายที่เรื่องแดงออกมาแล้ว”
ไม่ต้องพูดถึง ที่หยางหยางพูดออกมา นั้นเป็นความจริง แม้แต่เป่หมิงยันยังอึ้งว่าทำไมหยางหยางถึงได้รู้
ลั่วเฉียวทำหน้าช็อก และพูดอย่างไม่รู้ตัว: “คนๆ นั้นที่นายพูดเป็นใครกัน หรือว่าเขาคือ......คนที่เคยถ่ายรายการด้วยกันกับฉันและเขา พอมาคิดๆ ดูตอนนี้ก็เหมือนว่าจะจริง แต่ว่าตอนนั้นฉันไม่ได้เอามาใส่ใจ ฉันคิดว่าถ้าฉันมีโอกาสก็จะพัฒนาความสัมพันธ์กับเขาซะหน่อย”
ตอนนี้ กลายเป็นฉิงฮัวที่หน้าบูด สีหน้าเขาดูอึดอัดขึ้นมาทันที
เมื่อพูดออกมา ลั่วเฉียวก็เหมือนจะรู้ตัวว่าพลั้งปากแล้ว จึงแอบมองไปทางฉิงฮัว
“เอาละเอาละ ฉิงฮัวเขาไม่ดีตรงไหน วัดกันที่ความสามารถก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร วัดกันที่รูปร่างหน้าตา นอกจากเป่หมิงโม่ของกู้ฮอน ก็ต้องเป็นเขาแล้ว” แอนนิเป็นสีหน้าของฉิงฮัวแปลกๆ ไป
เธอรู้สึกว่าฉิงฮัวเป็นคนใสซื่อ และค่อนข้างหัวโบราณ เธอกังวลว่าลั่วเฉียวพูดแบบนี้ ราวกับเอามีดไปแทงใจของเขา วันเทศกาลดีๆ ทำไมต้องทำให้ไม่มีความสุขกันด้วยนะ
“อารายอาราย......แอนนิ พูดแบบนี้ฉันรับไม่ได้นะ”