ตอนที่ 1142
บทที่ 1142 แต่งงานกับเขา…
October 28, 2026
บทที่ 1142 แต่งงานกับเขา…
ความคิดของเด็กนั้นไม่ได้ซับซ้อนเหมือนผู้ใหญ่ และมักจะจินตนาการเรื่องต่างๆด้วยความเรียบง่ายอย่างยิ่ง
เป็นเพราะอารมณ์ที่เรียบง่ายนี้เอง ทำให้วัยเด็กสวยงามมากกว่าความทุกข์หรือไม่มีความทุกข์เลย
กู้ฮอนรีบก้มหน้าลง
ตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้าด้วยอารมณ์แบบไหน
“กู้ฮอน เหล่าเป่หมิงพูดขนาดนี้แล้ว เธอยังจะมัวอึ้งอะไรอยู่อีก?”
“พวกคุณสองคนเกิดมาคู่กัน…”
“เป่หมิงโม่ คุณจะพูดอะไรให้ต้องแปลความอีกล่ะ ยังไม่รีบทำจริงๆอีก…”
“ให้โอกาสพี่รองสักครั้ง แล้วให้โอกาสตัวเองด้วย…”
ที่เหลือก็คือ ทุกคนต่างร้องเชียร์อย่างไม่ขาดสาย
หวีหรูเจี๋ยและโม้จิ่งเฉิงที่กำลังนั่งอยู่บนเบาะมีรอยยิ้มที่เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น
ในที่สุดวันที่พวกเขารอคอยก็มาถึงแล้ว
ฉวยโอกาสในตอนที่ผู้คนรอบข้างพากันโห่ร้อง
ในขณะที่เป่หมิงโม่เอ่ยคำสารภาพ ยังคงมีความรู้สึกอึดอัดอยู่เล็กน้อย แต่ความรู้สึกนี้หายไปอย่างรวดเร็ว
เดิมทีก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว เขาไม่ได้เป็นขโมยและไม่ได้ปล้นด้วย อะไรที่พูดต่อหน้าแม่ของลูกตัวเองเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องรู้สึกอายด้วยล่ะ
โดยไม่มีการบอกล่วงหน้า เขากอดกู้ฮอนที่ใบหน้าร้อนฉ่าไว้ภายในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น
“กู้ฮอนเป็นเจ้าสาวของผมนะ รับปากสิ”
เสียงของเขาทุ้มต่ำและมีแรงแม่เหล็กดึงดูด
ทุกประโยคทุกคำนั้นชัดเจนอยู่ในหูของกู้ฮอน
เธอรู้สึกคันเล็กน้อยที่หูเมื่อได้ฟัง มีลมร้อนพัดผ่านขนที่ใบหู
และรู้สึกชาจากใบหูไปจนถึงฝ่าเท้า
ทั้งตัวเหมือนลอยอยู่ในเมฆและม่านหมอก
นี่คือภาพลวงตาของตัวเองใช่ไหม?
เธอเริ่มถามตัวเอง
มันเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะจินตนาการจริงๆ
ทุกอย่างที่ตัวเองเผชิญอยู่ในเวลานี้ ในอดีตดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นได้แค่ในความฝันเท่านั้น
แต่ทว่า นั่นเป็นเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง และลวงตาอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยรู้สึกหวาดหวั่นกับเรื่องนี้อยู่เล็กน้อย
นั่นคือช่วงเวลาที่พวกเขาสองคนต่างทำร้ายทิ่มแทงซึ่งกันและกันราวกับเม่น
หลังจากตอนนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้อีกเลย
หลังจากคบกันมานาน ความรู้สึกบางอย่างระหว่างคนสองคนจะค่อยๆจางลง
ดังนั้น ตอนนี้จึงไม่มีความรู้สึกใดๆอีกต่อไปแล้ว
และเสมือนว่าเป็นมือซ้ายหรือมือขวาของคุณ
กลายเป็นสิ่งที่มีอยู่จนเป็นนิสัย และอยู่ด้วยกันจนเคยชิน
สำหรับพวกเขาแล้ว ดูเหมือนว่าได้ทำลายปรากฏการณ์สากลนี้ไปแล้ว
เป่หมิงโม่กอดกู้ฮอนแน่นไว้ในอ้อมแขนของตนเอง
ในช่วงเวลานี้มันเคยเป็นสิ่งที่เขาโหยหามากที่สุด
ต่อให้ก่อนหน้านี้จะเคยกอดเธอมากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ หรือสภาพแวดล้อมโดยรอบล้วนแต่ไม่ได้เป็นธรรมชาติอย่างเช่นวันนี้
ราวกับว่าในที่สุดตนเองก็สามารถรวบรวมความกล้าประกาศให้ทุกคนรับรู้
“เป่หมิงโม่ คุณเล่นสนุกพอหรือยัง รีบปล่อยฉันได้แล้ว”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กู้ฮอนพูดได้แค่คำนี้
เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย และตื่นเต้นจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
นี่มันเป็นสิ่งที่สวยงามและคือฝันที่เป็นจริงงั้นเหรอ?
ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอก็อยากรีบตื่นขึ้นมาจากความฝันทันที เธอไม่อยากที่จะจมอยู่ในความฝันแบบนั้น…
“กู้ฮอน ผมไม่ได้พูดเล่น ได้โปรดเชื่อผม ผมจริงจัง หลังจากคิดอยู่นาน ผมหวังว่าคุณจะสามารถอยู่เคียงข้างผมได้ตลอดเวลา ได้กอดคุณต้อนรับพระอาทิตย์ขึ้นในทุกๆวัน…”
เป่หมิงโม่ไม่ยอมคลายอ้อมแขนจากเธอ ยิ่งไปกว่านั้นยังกอดแน่นขึ้น
“ฉันเกือบจะหายใจไม่ออกแล้ว…”
หัวใจของกู้ฮอนนั้นสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องเพราะเขา
คำพูดที่ไพเราะแสนหวานนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกพึงพอใจและสะเทือนอารมณ์ได้อย่างง่ายดาย
เธอเองก็เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง เธอยังปรารถนาที่จะมีใครสักคนมารักและดูแลตัวเอง
เธอได้ยินคำพูดจากชายคนนี้ที่กำลังโอบกอดเธอ ทุกคำที่พูดอยู่ข้างหูล้วนแต่มาจากส่วนลึกของหัวใจไม่มีคำโกหก
เธอเชื่อเขา
และไม่เคยที่จะเชื่อในตัวเขาเหมือนกับช่วงเวลานี้
ดูเหมือนว่าเขาที่เคยเลวร้ายในตอนนั้น ความชั่วร้ายที่เขาเดินมาไกลได้หายไปแล้ว
ตอนนี้เขากลายเป็นคนใหม่ ทำให้ใจของตนเองนั้นเต้นโครมคราม…
เป่หมิงโม่ค่อยๆคลายมือจากเธอ จากนั้นต่อหน้าทุกๆคน เขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้ากู้ฮอน ยกมือข้างหนึ่งของเธอขึ้นมาแล้วจูบที่หลังมืออย่างแผ่วเบา : “กู้ฮอน คุณเต็มใจที่จะเป็นเจ้าสาวของผมหรือเปล่า?”
คุณเต็มใจจะเป็นเจ้าสาวของผมหรือเปล่า…
กู้ฮอนเอาแต่คิดถึงประโยคนี้ในหูไม่หยุด
เธอรู้สึกว่าตัวของเธอสั่นเทาเล็กน้อย จากนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาเป็นสองเส้นไหลผ่านแก้มของตนเองอย่างรวดเร็ว แล้วกระเซ็นเป็นคริสตัลใสลงบนพื้น
ไม่เพียงแต่เธอ แต่หวีหรูเจี๋ยและโม้จิ่งเฉิงก็กำลังมองดูพวกเขาด้วยรอยยิ้ม และในเวลานี้ก็รู้สึกซาบซึ้งใจกับฉากนี้เป็นอย่างมาก
โม้จิ่งเฉิงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองขึ้นมา แล้วเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของหวีหรูเจี๋ยอย่างอ่อนโยน : “วันนี้เป็นวันที่ดี อย่าร้องไห้…”
หยินปู้ฝัน แอนนิและซูยิ่งหวั่นที่อยู่ข้างๆพวกเขา ก็ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดน้ำตา
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเป่หมิงโม่คนนี้ที่ปกติมองดูว่าเย็นชาเป็นท่อนไม้ จะพูดคำพูดพวกนี้ได้คล่องปากอย่างใจคิด” ลั่วเฉียวพูดพร้อมกับใช้ข้อศอกทิ่มไปที่ฉิงฮัวที่อยู่ข้างๆ : “คุณก็อยู่กับเจ้านายมาหลายปีแล้ว ทำไมไม่เรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาบ้าง คำพูดง่ายๆไม่กี่คำ ก็หลอกฉันได้แล้ว ไม่ได้ล่ะ ฉันจะให้คุณขอฉันแต่งงานอีกครั้ง…”
“เอ่อ…” ทันใดนั้นเหงื่อก็ออกบนหน้าผากของเขา
โชคดีที่ตอนนี้ชูหยุนเฟิงตะโกนขึ้นมา : “เฮ้เฮ้ เป่หมิงโม่ ทำไมไม่ทำตามธรรมเนียมปฏิบัติล่ะ…”
ทุกคนในที่แห่งนั้นล้วนแต่ตื้นตันใจกับพวกเขา แต่ในสมองของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยกระบวนการความคิด…