ตอนที่ 1144
บทที่ 1144 สถานการณ์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน
October 28, 2026
บทที่ 1144 สถานการณ์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน
ทั้งหมดได้รวมกันเป็นคำอวยพรอันเป็นนิรันดร์ให้กับพวกเขา
เด็กน้อยทั้งสามคน ใช้มือเล็กๆจับมือเล็กๆ อยู่ข้างคุณย่าหวีหรูเจี๋ยและโม้จิ่งเฉิง
พวกเขาดูเหมือนจะเข้าใจบรรยากาศเช่นนี้
แล้วมองไปที่พ่อแม่ของตนเองโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ในเวลานี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะโตขึ้นด้วย
หยางหยางอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนหน้าของเขา
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เฉิงเฉิงตั้งตารอให้ครอบครัวกลับมาอยู่รวมกันอย่างแท้จริง
สิ่งนี้หมายความว่าเราจะไม่ละสายตาจากกัน จะอยู่ด้วยกันตลอดไปและตลอดไป
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กของตัวเองออกมา รู้สึกอบอุ่นใจพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้น้องสาวไปด้วย
“หม่าม้ากับป่าป๊าจะไม่แยกจากกันอีกแล้วใช่มั๊ยคะพี่ชาย?”
เฉิงเฉิงพยักหน้าอย่างแรง
“ช่างน่าประทับใจจริงๆ ป่ายมู่ซี นายถ่ายรูปพวกเขาไว้แล้วใช่ไหม?” ในตอนนี้ตาของชูหยุนเฟิงก็เป็นสีแดงไปแล้ว
ในขณะนี้เขาพยายามแสร้งปกปิดตัวเอง ทั้งๆที่แทบจะไม่สามารถยับยั้งความประทับใจเอาไว้ได้
ป่ายมู่ซีจับมือของซูยิ่งหวั่นเอาไว้แน่น การได้คบกับคนที่ชอบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จึงต้องทะนุถนอมสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นง่ายๆนี้เอาไว้ ความรู้สึกนี้อาจจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่กลับจริงใจมากเหลือเกิน
“นายวางใจได้เลย ฉันถ่ายขั้นตอนทั้งหมดนี้ไว้ในกล้องหมดแล้ว ฉันว่านะเอ้อชู เข้าสู่ช่วงต่อไปได้แล้วหรือเปล่า?”
ความประทับใจทั้งหมดนี้ ทำให้เกือบลืมไปแล้วว่ายังมีเรื่องนี้อยู่
ชุหยุนเฟิงกระแอมลำคอกับไมโครโฟนอีกครั้ง : “ตอนนี้พวกเรายังคงต้องทำตามธรรมเนียมปฏิบัติอยู่ใช่ไหมล่ะครับ? ตอนนี้เข้าสู่ช่วงต่อไปแล้วครับ…”
ดึงเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง…
เป่หมิงโม่ลูบกู้ฮอนแล้วยืดตัวขึ้นตรง
แต่ทว่าสายตาของพวกเขายังไงไม่ละออกจากกัน
เป่หมิงโม่เช็ดน้ำตาที่เหลืออยู่บนหน้าให้เธอ : “กู้ฮอน ก่อนหน้านี้ผมมีแต่ความเจ็บปวดให้กับคุณ สำหรับเรื่องนี้ในใจของผมก็ทุกข์ทรมานมาโดยตลอด แต่ยังไงก็ตาม ได้โปรดเชื่อผมเถอะนะ ต่อจากวันนี้ไปคุณจะไม่ต้องโศกเศร้าอีก”
“ทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วย?” กู้ฮอนมองเขา
ถ้าหากจะพูดว่าเมื่อสักครู่นี้มันเป็นเพียงการซึมซับจากบรรยากาศรอบข้างจนทำให้เกิดความรู้สึกนี้ขึ้น หลังจากที่ริมฝีปากของทั้งสองคนแยกจากกันอารมณ์ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสงบลง
ในฐานะคนที่เคยผ่านมันมาก่อน เธอรู้ดีว่าหลังจากที่ความหลงใหลผ่านไปแล้ว บางทีอาจจะต้องเผชิญหน้าสิ่งที่ไม่อยากเผชิญมาก่อนหน้านี้อีกครั้ง
ถ้าพูดว่าเมื่อกี้นี้ตนเองได้ฝันไป อย่างนั้นแล้วตอนนี้ควรจะเป็นเวลาที่ตื่นจากฝัน
ทุกคนล้วนแต่ตกตะลึงหลังจากที่ได้ยินคำถามนี้
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงตั้งคำถามนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
แต่ทว่ามีเพียงแค่เป่หมิงโม่เท่านั้นที่ไม่แปลกใจ
สายตาของเขายังคงนุ่มนวลอย่างมาก เขายกมือขึ้นแล้วค่อยๆดึงปอยผมจากหน้าผากเธอไปยังด้านหลัง : “กู้ฮอน คำถามนี้ของคุณ ผมเองก็เคยถามตัวเองมาก่อน และคำตอบที่ได้รับมันทำให้ผมเชื่อมั่นมากๆ ในฐานะผู้ชายที่เคยทำร้ายคุณ วิธีทีเดียวที่จะพิสูจน์ว่านับจากนี้ไปจะดีต่อคุณก็คือทำให้คุณเห็น ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะนะ”
“กู้ฮอน เขาพูดอย่างจริงใจขนาดนี้ เธอก็โอกาสเขาเถอะนะ ยังไงตอนนี้พวกเธอก็มีลูกแล้ว มันไม่นับว่าเสียหายหรอก”
พูดตามตรง แม้ว่าลั่วเฉียวจะไม่ได้มองเป่หมิงโม่ในแง่บวกมากนัก แต่เธอยังคงรู้สึกว่าการที่เขาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าคนจำนวนมากได้ ก็พิสูจน์แล้วว่าเขายังพอมีทางเยียวยาได้ และควรที่จะเชื่อมั่นในตัวเขาต่อไป
คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือจะเป็นสามีภรรยาครึ่งทาง ทั้งหมดล้วนแต่ไม่มี ‘ต้นฉบับ’ที่ดีไม่ใช่เหรอ?
มุมมองนี้ของลั่วเฉียว ในฐานะของแอนนิแล้ว นอกเหนือจากความคิดเห็นเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีการพูดของเธอแล้ว แต่ทัศนคติโดยรวมก็ยังเห็นด้วย
บางทีอาจเป็นเพราะว่าเธอได้ยินเพียงคำไม่กี่คำเกี่ยวกับเป่หมิงโม่ กระทั่งหลังจากที่เธอได้สัมผัสเขาจริงๆ ก็ค้นพบว่าเขาไม่ใช่คนที่สุดจะทนอย่างที่ถูกพูดถึงเลย
เป่หมิงโม่คุกเข่าลงอีกครั้ง ตรงหน้ากู้ฮอน “กู้ฮอน พวกเราแต่งงานกันเถอะนะ”
“แต่งงาน…แต่งงาน…”
เสียงร้องขอนี้ สลับกับเสียงดังซ้ำๆของคนทั้งหมดในสถานที่จัดงาน
ณ ที่แห่งนี้ ไม่มีใครอยากเห็นพวกเขาสองคนต้องแยกจากกันอีกแล้ว
กู้ฮอนลดสายตาลงมองไปยังเป่หมิงโม่ แล้วยิ้มให้เขาเล็กน้อย จากนั้นหันไปโบกมือให้กับชูหยุนเฟิง ส่งสัญญาณให้เขานำไมโครโฟนมาให้ตนเอง
มองเห็นรอยยิ้มเล็กๆของเธอ ไม่เพียงแค่เป่หมิงโม่ ทุกคนที่อยู่ในงานรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ
ยังจะต้องพูดอีกเหรอ ต้องตอบตกลงแน่นอนอยู่แล้ว
กู้ฮอนหยิบไมโครโฟนแล้วมองทุกๆคน และมองไปที่เป่หมิงอีกครั้ง : “เนื่องจากคุณพูดอย่างนี้แล้ว ฉันก็จะตอบตกลงคุณ…พวกเราจะทดลองอยู่ก่อนแต่งกันสักพัก”
……
ทดลองอยู่ก่อนแต่ง!
เคยได้ยินว่าก่อนแต่งงานคนหนุ่มสาวบางส่วนจะมีการทดลองอยู่ก่อนแต่งงานกัน นั่นเป็นเพราะมันคือการแต่งงานครั้งแรกของพวกเขา แต่เป่หมิงโม่กับกู้ฮอนที่มีลูกแล้วสามคน ทำไมยังต้องทดลองอยู่ก่อนแต่ง?
มีคำกล่าวไว้ว่า : อยู่กับใครมาเป็นระยะเวลานานๆ ความคิดและพฤติกรรมจะเหมือนคนๆนั้นไม่มากก็น้อย
ก่อนหน้านี้มีคนเชื่ออยู่ไม่มาก ในตอนนี้ที่ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็เชื่อ ตอนนี้กู้ฮอนก็แปลกเหมือนกับเป่หมิงโม่
สิ่งที่กู้ฮอนคิดทำให้ทำให้ทุกคนในที่นี่รู้สึกเหมือนติดกับดัก
ในที่สุดลั่วเฉียวก็ทนไม่ไหว เธอเอนตัวไปข้างๆแล้วพุ่งไปที่ข้างหูเธอ : “มีบางอย่างผิดปกติในสมองของคุณหรือว่าคุณโกรธเป่หมิงโม่คนนี้อยู่ ถ้าหากไม่พอใจที่เขาขอเธอแต่งงานวันนี้ งั้นก็บอกอย่างไปตรงตรงมา ฉันไม่เชื่อว่าเธอไม่เห็นด้วย เขายังจะบังคับเธอยอมรับต่อหน้าพวกเราด้วยนะ”