ตอนที่ 1145
บทที่ 1145 ไม่ได้หมายความอย่างที่พูด
October 28, 2026
บทที่ 1145 ไม่ได้หมายความอย่างที่พูด
ถึงแม้ว่าในสมองของป่ายมู่ซีจะยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่เนื่องจากพี่น้องพูดแล้ว ถึงเป็นเรื่องที่ต้องบุกน้ำลุยไฟ ก็ยังต้องพุ่งไปข้างหน้า
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้มันเป็นเพียงแค่การสร้างบรรยากาศให้มีครึกครื้นเท่านั้นเอง
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็กระแอมในลำคอ : ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ เมื่อสักครู่นี้คุณกู้เพียงแค่ล้อเล่นกับพวกเรานิดหน่อยเท่านั้นเองครับ ตอนนี้พวกเขามีลูกที่น่ารักแล้วสามคน วันนี้เองก็เป็นเพียงแค่พิธีการอย่างหนึ่ง ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็จะจับมือกันแล้วเดินไปสู่ชีวิตที่มีความสุขในอนาคต ณ ที่แห่งนี้ พวกเราทุกคนขอส่งคำอวยพรกับคู่บ่าวสาวอีกครั้ง…”
ไม่ว่ายังไง ก็แทรกคำพูดให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ดี
ป่ายมู่ซีพยายามที่จะลบคำว่า ‘ทดลองอยู่ก่อนแต่ง’ออกจากความประทับใจของทุกคน ยิ่งสะอาดหมดจดเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
เขารู้ว่าทุกคนมาที่นี่เพื่อมาร่วมอวยพร มีคำอวยพรที่สวยงามแล้วจะต้องทำให้พิธีสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน
เป่หมิงโม่มองไปที่ป่ายมู่ซีแล้วพยักหน้าเบาๆ ดูเหมือนเขาจะค่อนข้างพอใจ
***
ผู้คนกับสิ่งที่เป็น ‘พิธี’ ล้วนแต่มองว่าจะต้องเป็นทางการและจริงจังอย่างมาก
หลังจากภาพร่างได้แสดงผ่าน ‘พิธีการ’แล้วก็จะทำให้คนเชื่อมั่นและปฏิบัติตามมากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าเป่หมิงโม่เองก็เหมือนกัน เพียงแต่มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป
ยกตัวอย่างเช่นวันนี้ เดิมทีเป็นการฉลองวันเกิดให้กู้ฮอนโดยมีคนในครอบครัวมาร่วมงานฉลองเล็กๆ แล้วใช้โอกาสนี้สารภาพรักกับเธอ เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนพัฒนาต่อไปได้
อันที่จริง เขาเองก็ไม่เคยคิดถึงขั้นตอนสุดท้ายในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนมาก่อน
อย่างไรก็ตาม สำหรับเขาแล้ว เขามีความมั่นใจว่าผลลัพธ์ของการกระทำครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จ
แต่ว่า ‘ลูกคิดสมปรารถนา’ กลับคำนวณได้ผิดพลาด คนที่ปรากฏตัวในช่วงระยะเวลาสั้นๆเปลี่ยนบรรยากาศทั้งหมด
แน่นอนว่าที่เขาทำไปไม่ได้สูญเปล่า เพราะเธอก็ได้ให้คำตอบที่เรียบง่ายกับตนเอง ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา สามารถอยู่ในระยะ ‘ทดลองอยู่ก่อนแต่ง’ ได้
ถึงแม้จะรู้สึกว่า ‘ทดลองอยู่ก่อนแต่ง’ จะไม่ค่อยสมเหตุสมผลมากนัก แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังถือว่าใกล้เข้ามาอีกก้าวหนึ่ง
แน่ล่ะว่าเป่หมิงโม่เองก็คิดเอาไว้เช่นกันว่ากู้ฮอนจะตอบแบบนี้ สาเหตุที่มากกว่า 90%
นั้นเป็นเพราะว่ามีกลุ่มคนที่ ‘ที่เกินความจำเป็น’ มากเกินไป
ถ้าไม่มีคำพูดของพวกเขา เรื่องทุกอย่างคงจะเปลี่ยนเป็นพูดง่ายขึ้น
เรื่องมาถึงจุดนี้แล้วยังมีอะไรมาพัวพันอีก ยังไงก็ต้องเดินไปตามทางที่วาดเอาไว้
*
ในตอนนี้พระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า งานเลี้ยงเล็กๆในสวนก็สิ้นสุดลงด้วยเช่นกัน
ดูเหมือนทุกคนนิ่งเงียบและจะไม่มีการยกเรื่อง ‘การแต่งงาน’ หรือ ‘การทดลองอยู่ก่อนแต่ง’ ขึ้นมาพูดต่อหน้าพวกเขาไปโดยปริยาย
บทสนทนาทั้งหมดเป็นการพูดเรื่องไร้สาระที่ห่างไกลตัว
“ใกล้ถึงเวลาที่พวกเราควรจะกลับแล้ว วันนี้เจ้าตัวเล็กยังนับว่ารักษาหน้าให้กันอยู่ นอกจากนอนหลับแล้ว ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้ฉันเลย” ลั่วเฉียวมองไปที่ลูกชายตัวอ้วนจ้ำม่ำของตนเองอย่างพึงพอใจ
กู้ฮอนยิ้มอยู่ข้างๆเธอ แล้วยื่นมือลูบหน้าผากของเด็กเบาๆ : “เจ้าตัวเล็กนี่ยิ่งโตยิ่งเหมือนฉิงฮัวขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เพิ่งเกิดยังดูเหมือนเธออยู่เลย”
ลั่วเฉียวเม้มริมฝีปาก : “ฉันมีความสุขมากตอนที่เหมือนฉัน แต่พอได้ยินเธอพูดแบบนี้แล้ว ฉันเริ่มกังวลใจแล้วล่ะ ถ้าหากโตขึ้นมาแล้วเหมือนพ่อจริงๆ ในอนาคตฉันจะรับมือลูกสะใภ้ยังไงล่ะเนี่ย…” พูดแล้วยังชำเลืองมองไปที่ฉิงฮัวอย่างขยะแขยง
ฉิงฮัวที่อยู่ด้านข้าง ได้แต่แสดงท่าทีทำอะไรไม่ถูก
“ลั่วเฉียว เธอกังวลใจเรื่องอะไร ฉันคิดว่ากู้ฮอนชอบลูกน้อยของเธอมากๆนะ หรือถ้าในอนาคตลูกของพวกเธอจะแต่งงานกัน ก็ไม่มีใครเสียเปรียบใครเลยนะ” แอนนิเอนศีรษะซบที่ไหล่ของหยินปู้ฝัน
“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ…” ลั่วเฉียวมองดูพวกพี่ชายที่นั่งอยู่กับจิ่วจิ่ว จากนั้นก็มองลูกสุดที่รักของตน : “ไม่กังวลว่าจะเสียเปรียบหรอก แต่ครอบครัวของเราไม่เลี้ยงต้อยเด็กผู้หญิงหรอกนะ”
“ฮ่า ลั่วเฉียวนี่นะ ฉันไม่ได้รังเกียจเธอ ตรงกันข้ามเธอกลับรังเกียจพวกเรา เธอพูดมาสิว่าจิ่วจิ่วของพวกเราไม่ดีตรงไหน?”
แน่นอนว่าผู้ใหญ่แต่บ้านมักจะพูดถึงเด็กๆของตนเอง ทันทีที่ได้ยินว่าใครพูดว่าลูกของคนไม่ดี หรือรังเกียจก็จะเลิกคุยทันที
“ใช่แล้วล่ะๆ วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของเธอ เธอต้องสำคัญที่สุด ไม่ใช่เพราว่าะจิ่วจิ่วของพวกเธอไม่ดี แต่ทารกของพวกเรายังเด็กเกินไป เลยไม่คู่ควรกับคุณหนูเป่หมิงต่างหาก ฮ่าฮ่า…”
“ฉันเห็นว่าเหมาะสมนะ ตอนนี้พี่สาวรักน้องชายไม่ได้เป็นที่นิยมหรือไง..”
“โอเคเลยแอนนิ เธอต้องการที่จะเอาทารกน้อยของพวกเรากลับไปก่อนถึงเวลาสินะ เมื่อถึงตอนที่เธอมีลูกก่อนเถอะ ฉันจะส่งเขาออกไปก่อนเลย”
กู้ฮอน ลั่วเฉียว และยังมีแอนนิสามสาวพี่น้องหยอกล้อกันในกลุ่ม
เลยทำให้หยินปู้ฝันและฉิงฮัวที่อยู่ข้างๆรู้สึกอึดอัดใจ ไม่ใช่เวลาที่จะพูดอะไรได้
ท้ายที่สุดจึงก้มหน้าลงและย้ายไปอยู่ข้างๆเป่หมิงโม่
เมื่อเห็นเขาแล้วก็ถอนใจยาว : “ผู้หญิงนี่นะ…”
เป่หมิงโม่ยังคงถือแก้วไวน์แดงอยู่ในมือ มองไปยังหญิงสาวสามคนที่อยู่ไม่ไกล มีรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของเขา
“พี่รอง เริ่มจะค่ำแล้ว พวกเราต้องขอตัวกลับก่อน”
ในเวลานี้เอง เป่หมิงยันเดินเข้ามาหา
ด้านหลังของเขามีครอบครัวของเป่หมิงเฟยหย่วนตามมาด้วย
“อารอง คุณอย่าใส่ใจเลย อารมณ์ของกู้ฮอนก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่ายังไงผมก็ขออวยพรให้คุณทั้งสองคนด้วยความจริงใจ ขอให้รักและดูแลเธอให้ดี เธอเป็นแม่และภรรยาที่ดี” หลังจากเป่หมิงยี่เฟิงพูดคำเหล่านี้ออกมาแล้ว ก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ
แม้ว่าเขาจะยังมีความรู้สึกต่อเธออยู่บ้าง แต่มันก็แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง