ตอนที่ 1146
บทที่ 1146 พ่อที่สมควรได้รับ
October 28, 2026
บทที่ 1146 พ่อที่สมควรได้รับ
แต่ไหนแต่ไรเป่หมิงโม่ไม่เคยเรียกโม้จิ่งเฉิงว่า ‘คุณพ่อ’ สักครั้ง แต่ในก้นบึ้งของหัวใจเขาก็ยกให้เขาเป็นพ่อของตนเอง และมีหลายๆครั้งที่รูปแบบของการอยู่ร่วมกันก็เป็นแบบพ่อลูก
แล้วตัวฉันเองล่ะ…
แม่ก็เสียไปแล้ว พ่อก็ไม่ได้อยู่ข้างกาย มีลูกสามคน…
สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งแล้วนี่เป็นปัญหาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
พออาศัยอยู่ในบ้านของเป่หมิงโม่แล้วมองเห็นครอบครัวพวกเขาเข้ากันได้ดี เธออิจฉามากจริงๆ เธอก็อยากจะรวมตัวเองเข้าไป แต่กลับหาเหตุผลให้กับตนเองมาโดยตลอด
“ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะเหนื่อยมาก” เป่หมิงโม่มองดูพวกเด็กๆที่หลับอยู่บนรถ
ที่ยืนอยู่ข้างๆเขาคือกู้ฮอนแม่ของพวกเด็กๆ และยังมีคุณปู่คุณย่าของพวกเขา หวีหรูเจี๋ยและโม้จิ่งเฉิง
ขาไปและกลับนั้นเหมือนกัน พวกเด็กๆและหวีหรูเจี๋ยอยู่บนรถคันเดียวกัน ส่วนเป่หมิงโม่และกู้ฮอนอยู่บนรถอีกคัน
ที่จริงแล้ว ตอนที่กลับมาเธออยากจะอยู่กับพวกเด็กๆ
เพราะว่าเธอยังคงกังวลอยู่เล็กน้อย ตนเองจึงไม่ได้พูดอะไรกับเป่หมิงโม่ตอนที่อยู่บนรถ
เพราะว่าอะไร ยังต้องพูดอีกงั้นเหรอ วันนี้ทำเรื่องขนาดนี้ ถึงแม้จะรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่บ้าง แต่ถึงตอนที่ได้อยู่คนเดียวจริงๆ ก็อยากที่จะหลีกเลี่ยงความรู้สึกอื่นๆ
สิ่งนี้มีความหมายจริงๆ
ก่อนที่จะทำลายขอบเขตความสัมพันธ์ เธออยากจะพูดอะไรกับเขาก็สามารถพูดได้ อยากทำอะไรก็ทำได้
แต่เมื่อข้ามขั้นความสัมพันธ์มาแล้ว ก็ควรจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นถึงจะถูก เพราะไม่มีภาระทางจิตใจแล้ว
แต่มันกลับตาลปัตรเปลี่ยนเป็นเธอรู้สึกอายมากยิ่งขึ้น สำหรับสาเหตุเธอเองก็ไม่สามารถบอกได้
*
เขา กู้ฮอน และยังมีโม้จิ่งเฉิง ต่างแยกกันอุ้มเด็กสามคนที่หลับไปแล้วอย่างระมัดระวัง พอกลับมาถึงด้านในวิลล่าก็ค่อยๆวางพวกเขาลงบนเตียงเล็กๆ
หลังจากที่พวกเขาออกมาจากห้อง ก็กลับไปที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
“กู้ฮอน ยินดีต้อนรับหนูเข้าสู่บ้านของพวกเรา” คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าเมื่อเธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง นี่คือคำทักทายสำหรับตัวเธอ
ถึงแม้ว่าฟังแล้วจะมีความรู้สึกแปลกๆ แต่ในใจกลับรู้สึกได้ถึงกระแสน้ำอันอบอุ่น
หวีหรูเจี๋ยมองเธอด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นก็หันหน้าไปพูดกับโม้จิ่งเฉิงที่อยู่ข้างๆ : “ช่วยฉันถอดมันออกมาหน่อยเถอะค่ะ”
โม้จิ่งเฉิงพยักหน้า
มัน?
ดูเหมือนว่าจะมีความหมายบางอย่าง แต่ว่ามันคืออะไรกันแน่?
กู้ฮอนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เป่หมิงโม่ก็เช่นเดียวกัน
พวกเขามองเห็นโม้จิ่งเฉิงถอดเชือกสีแดงที่ห้อยคอหวีหรูเจี๋ยออกมาอย่างระมัดระวัง
ที่ด้านล่างของเชือกสีแดงเป็นแหวนสีทองเปล่งประกาย
“ในตอนที่ฉันแต่งงาน คุณย่าของเป่หมิงโม่ได้มอบให้กับฉัน เดิมทีก็ใส่ติดมือไว้ แต่ว่า…” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้เธอก็ยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมกับกล่าวว่า : “ฉันเคยสวมมันแค่ในพิธีแต่งงานเท่านั้น หลังจากนั้นฉันไม่เคยสวมมันอีกเลย เหตุผลที่ฉันยอมรับเอาไว้ เพราะย่าของเป่หมิงโม่เป็นคนแก่ที่ใจดีและฉันไม่อยากทำร้ายจิตใจเธอ แต่ฉันก็ถอดมันอีก เพราะว่าฉันไม่มีความรู้สึกอะไรเลยต่อพ่อของเขา จากนั้นถึงตอนนี้พวกเธอก็เห็นแล้วว่าฉันไม่ต้องการมันและไม่มีโอกาสที่จะสวมมันอีกแล้ว”
อดีตถูกนำกลับมาอีกครั้ง ความรู้สึกแบบนั้นทำให้คนรู้สึกอึดอัดอย่างมากจริงๆ
มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนรุ่นหลังรู้สึกได้ถึงความเศร้า
หวีหรูเจี๋ยพูดพร้อมกับดวงตาที่เป็นสีแดงและเปียกชุ่ม
โม้จิ่งเฉิงถอดแหวนออกมาและมอบให้กับกู้ฮอน : “ถึงแม้ว่าแหวนวงนี้จะนำความเศร้าโศกมาให้หวีหรูเจี๋ยมากเกินไป แต่ว่าพวกเรายังคงหวังว่ามันจะนำชีวิตที่มีความสุขมาให้พวกเธอในอนาคต” พูดแล้วเขาก็สวมแหวนวงนี้บนมืออีกข้างของกู้ฮอนแทนหวีหรูเจี๋ยด้วยตนเอง
ในช่วงเวลาที่แหวนได้สวมลงบนมือ ใจของกู้ฮอนรู้สึกหนักอึ้งมากขึ้น
มันต้องแบกรับความหวังของตัวเองมากเกินไป รวมไปถึงคำสั่งของพวกเขาด้วย
“คุณป้าหรูเจี๋ยคะ…”
กู้ฮอนอยากจะพูดแต่ก็สะอึกไปชั่วขณะ
“กู้ฮอน ยังจะเรียกป้าหรูเจี๋ยทำไม ควรจะเปลี่ยนชื่อเรียกได้แล้วฮ่าฮ่า” โม้จิ่งเฉิงมองลูกบุญธรรมของตนพร้อมกับรอยยิ้ม
“คุณพ่อ…” กู้ฮอนเรียกโม้จิ่งเฉิงเหมือนกับเสียงออดอ้อน
ในตอนนี้สามารถมองเห็นได้ว่าใบหน้าของเธอแดงอีกครั้งหนึ่งแล้ว
“เป็นอะไร ยังอายอยู่เหรอ? โตแล้วสุดท้ายก็ต้องมีวันนี้ หนูสามารถจากพวกเราไปสร้างครอบครัวของตัวเองได้แล้ว พวกเราแก่แล้ว ถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะมอบหนูให้ใครสักคนดูแล เช่นนี้แล้วพวกเราจึงสามารถใช้ชีวิตในวัยชราได้อย่างสบายใจมากขึ้น”
โม้จิ่งเฉิงและหวีหรูเจี๋ยอยู่ด้วยกัน หลายปีแล้วพวกเขาไม่มีลูกของตัวเอง
หวีหรูเจี๋ยนั้นยังดี มีลูกชายที่อยู่ห่างไกลคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาไม่อยากจะพบกับเธอมากมายนัก และยิ่งไปกว่านั้นเขายังคิดว่าตัวเธอได้ตายจากไปแล้ว
แต่ว่าความเป็นแม่ยังคงมีความห่วงใยอยู่ในนั้น
แต่โม้จิ่งเฉิงดูเหมือนจะโดดเดี่ยวกว่ามาก
โชคดีที่กู้ฮอนปรากฏตัวออกมา เธอกลายเป็นลูกสาวบุญธรรมของตน ถึงแม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดโดยตรง แต่ยังคงมีความรู้สึกเหมือนเป็นพ่อลูกกัน
ในตอนที่เขารู้ว่าเป่หมิงโม่ต้องการจะแต่งงานกับกู้ฮอน หัวใจของเขารู้สึกเศร้าอยู่เล็กน้อย เช่นเดียวกับคุณพ่อทุกคนที่ต้องส่งลูกสาวแต่งงานออกไป มีความรู้สึกตัดใจไม่ได้มากเกินไป แต่ตนเองจำเป็นต้องปล่อยวางเช่นนี้ให้ลูกได้เสาะแสวงหาความสุขของตนเองถึงจะเป็นวิธีการแสดงออกความรักที่แท้จริงของพ่อแม่
ตัวกู้ฮอนเองก็เป็นแม่คนแล้ว ทำไมเธอจะไม่เข้าใจ ความประทับใจของลูกที่มีต่อพ่อแม่นั้นไม่อาจจะบรรยายได้