ตอนที่ 1147
บทที่ 1147 ภาพครอบครัวที่แท้จริง
October 28, 2026
บทที่ 1147 ภาพครอบครัวที่แท้จริง
บ้านสำหรับทุกคนแล้วย่อมมีความหมายที่พิเศษ แม้ว่าจะเข้าได้กับทุกที่เมื่ออยู่ด้านนอก แต่สำหรับคนที่มีความสามารถอย่างน่าอัศจรรย์แล้วมีเพียงแต่บ้านเท่านั้นที่สามารถทำให้ตัวเองกลับไปสู่ความเงียบสงบและสบายใจ
โม้จิ่งเฉิงเป็นเช่นนั้น และเป่หมิงโม่เป็นเช่นนั้นมากยิ่งกว่า
นับตั้งแต่พ่อของเขาจากไป สิ่งที่เรียกกว่าตระกูลเป่หมิงกลับไม่ใช่บ้านของเขาอีกเลย
ถึงแม้ว่าจะมีพี่น้องต่างมารดา แต่ยังมีช่องว่างระหว่างพวกเขามากเกินไป
นับตั้งแต่ที่แม่ของเขาการปรากฏตัวอีกครั้ง ทำให้ความเหินห่างระหว่างของพวกเขาค่อยๆหายไป ความรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านค่อยๆกลับคืนมาสู่ตัวเขาอีกครั้ง
บ้านสำหรับทุกคนล้วนแต่มีพลังวิเศษและสามารถเรียกกลับคืนได้อย่างมาก
ทำให้หัวใจที่โดดเดี่ยวเย็นชาเป็นอบอุ่นและมีความสุขได้อีกครั้ง
มองดูคนชราทั้งสองแล้ว ในตอนนี้พวกเขาต่างมีหยดน้ำตาคลออยู่ มันเป็นน้ำตาแห่งความสุข
*
เป่หมิงโม่และกู้ฮอนมองตามคนชราทั้งสองคน พวกเขาเดินอิงแอบกันและกันกลับไปที่ห้องของตน
ในขณะนี้จึงเหลือเพียงพวกเขาสองคน
ความรู้สึกนี้ทำให้กู้ฮอนประหม่าเล็กน้อย สำหรับสาเหตุว่าทำไมเธอถึงมีความรู้สึกเช่นนี้ดูเหมือนว่าเธอเองก็ไม่สามารถพูดให้ชัดเจนได้ บางทีอาจเป็นเพียงผลกระทบทางจิตใจก็เป็นได้
คำว่าการแต่งคำนี้ไม่อาจนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเธอ เพราะว่าเธอกับหยินปู้ฝันเคยเกือบจะเดินเข้าไปแล้ว
โชคชะตายังเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ ชายสองคนที่ปรากฏตัวในชีวิตของเธอ คนหนึ่งได้พบกันในช่วงเวลาที่ไม่ถูกต้อง จึงถูกกำหนดให้ไม่อาจไปต่อ
และอีกคนก็มาในเวลาที่ผิดเช่นเดียวกัน บางทีอาจจะผิดทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่หลังจากได้พบกันแล้วก็ไม่เคยหายไปจากวงโคจรในชีวิตอีกเลย
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่?” เป่หมิงโม่หันหน้าไปถามหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ สายของเธอมองตรงไปยังทิศทางที่คนชราสองคนหายได้หายไป สายตานั้นว่างเปล่าหรือบางทีอาจจะคิดอะไรอยู่
เสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนอย่างมากเป็นเสียงที่คุ้นเคยสำหรับเธอ ในขณะเดียวกันก็ดึงเธอกลับมาจากอารมณ์ที่ว่านี้
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่นึกถึงบางเรื่องในอดีตนิดหน่อย” กู้ฮอนพูดพร้อมกับยกแขนยืดขึ้นเล็กน้อย เธอรู้สึกถึงการควบคุมร่างกายอยู่ตลอด
ที่จริงแล้วเธอไม่ควรรู้สึกอย่างนี้ที่นี่ ต่อให้เป็นเวลาที่อยู่ต่อหน้าเขาเพียงลำพังก็ตาม
เมื่อเป่หมิงโม่ได้ยิน มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย และรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก : “ระลึกถึงอดีต? ในวัยนี้ของคุณมันเร็วไปสักหน่อยนะ” พูดพร้อมกับมองขึ้นและลงอย่างมีความนัย และมองทั้งตัวจากบนลงล่างอีกรอบ
ถูกเป่หมิงโม่มองอย่างนี้แล้ว ทำให้กู้ฮอนรู้สึกขนลุกในใจเล็กน้อย เธอมองอย่างระวังตัว : “คุณ คุณกำลังทำอะไร ไม่เคยเห็นหรือไง?”
“ผมแค่อยากดูว่าจริงๆคุณอายุเท่าไหร่แล้ว”
ช่างน่าเบื่อหน่ายจริงๆ…
เธอเหลือบมองเขา : “คุณหาเจอแล้วหรือยัง?”
“อืม” เป่หมิงโม่ขมวดคิ้วเบาๆ แล้วแสดงออกอย่างจริงจัง “จากข้างนอกมองไม่ออก ส่วนข้างใน…” พูดแล้วดวงตาของเขาก็ลอยไปทางเธอ มันทำให้ในใจของกู้ฮอนตื่นตระหนกอีกครั้ง
“แน่นอนว่าข้างในจะต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงจะรู้ได้”
เข้าใจอย่างลึกซึ้ง…
คำนี้ทำให้บนหน้าของกู้ฮอนรู้สึกมีไข้ทันที : “เป่หมิงโม่ หรือว่าคุณพูดอย่างจริงจังไม่ได้ใช่ไหม” เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้คิดแผนการชั่วร้ายโจมตีเธออีกแล้ว
“หรือว่าพูดไม่ถูก คนเราจะแก่หรือไม่ ด้านหนึ่งต้องดูจากลักษณะภายนอก อีกด้านหนึ่งต้องดูภายในจิตใจ คำพูดของผมมีปัญหาอะไรงั้นเหรอ”
มีความรู้สึกเหมือนถูกเป่หมิงโม่ประเมินอีกครั้ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอผู้ชายคนนี้แล้วจะโดนหลอกอีกได้ยังไง…
เป่หมิงโม่มองไปที่กู้ฮอน บนหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งอีกครั้ง : “ผมยังมีของที่อยากมอบให้คุณด้วยนะ”
มอบให้กับตน?
กู้ฮอนทำท่าโบกมือโดยสัญชาตญาณ : “ฉันรับของคุณไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่ได้ทำความดีมากพอ แล้วที่คุณทำ แล้วของของคุณยังใหญ่ขนาดนั้นอีก…”โดยไม่รอให้เธอพูดจนจบ ก็เห็นเป่หมิงโม่เดินไปถึงกำแพงที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
เธอยังคงจำกำแพงนั้นได้ เป่หมิงโม่เคยวาดภาพพวกเขาริมทะเลลงบนผนังด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่าภาพนั้นยังไม่ทันจะสมบูรณ์ สุดท้ายเขาก็ทำลายมันด้วยการทาสีทับด้วยตัวเอง
สาเหตุของการทำลายนั้นแน่นอนว่าเกี่ยวกับเธอด้วย ต่อมาเป่หมิงโม่ก็ ‘ปิดผนึก’ภาพนั้น อย่างสมบูรณ์ด้วยวอลเปเปอร์
เธออาศัยอยู่ที่นี่นานแล้ว ทุกวันในห้องนั่งเล่นหรือดูทีวีหรือพูดคุยหยอกล้อกับพวกเด็กๆและผู้สูงวัย ถึงกับลืมไปแล้วว่าผนังด้านนั้นเป็นสีเดียวกันกับด้านอื่น
เมื่อเห็นเขายืนอยู่หน้ากำแพงนั้นอีกครั้ง เรื่องราวก่อนหน้านี้ก็ย้อนกลับมาในความทรงจำ
เขามองที่กำแพงนั้นแล้วหันกลับมามองเธอ
จู่ๆไฟในห้องนั่งเล่นก็ดับลง เหลือเพียงแสงสว่างจุดเล็กๆจากผนังด้านอื่น แต่มันกลับไม่สามารถทำให้พวกเขามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป
กู้ฮอนกลั้นหายใจ เช่นเดียวกับผู้ชมที่ดูการแสดงของนักมายากล ที่ดูเหมือนรอคอยว่าเขาจะสร้างปาฏิหารย์แบบไหนให้กับตนเองในวินาทีถัดไป
ท่ามกลางความมืด เธอได้ยินเสียงฉีกเบาๆ และสั้นอย่างมาก
ในตอนที่เสียงนั้นหายไป ไฟทั้งหมดที่เพิ่งจะดับลงก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง
“อ่า…”
กู้ฮอนมองไปที่กำแพงข้างหน้า หลีกเลี่ยงที่จะอุทานจนเบิกตากว้าง เธอรีบใช้ทั้งสองมือปิดปากเอาไว้
ด้วยกลัวว่าคนอื่นๆในบ้านหลังนี้จะได้ยินเสียงของตนเอง
มันยากเกินกว่าที่เธอจะเชื่อได้ ม้วนภาพใหม่ที่ได้กางออกตรงหน้าตนเองในตอนนี้
ไม่ใช่พวกเขาสองคนอีกต่อไป แต่เป็นคนในครอบครัวอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน…
เธอถึงกับพบร่างของแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วในภาพนี้
นี่คือภาพของครอบครัวที่แท้จริง
เป่หมิงโม่ใช้วิธีการของศิลปะทำการหลอมรวมชีวิตและความตายได้เกือบจะสมบูรณ์แบบ
กู้ฮอนมองแล้วมองอีก ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะปิดปากแล้วอุทานเสียงเบาออกมา
เป่หมิงโม่เดินไปด้านข้างเธออีกครั้ง แล้วใช้มือข้างหนึ่งโอบเธอเข้ามาในอ้อมกอดของตนเอง