ตอนที่ 1150
บทที่ 1150 จับจุดอ่อน
October 28, 2026
บทที่ 1150 จับจุดอ่อน
ชีวิตมักจะเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะต้องพบเจอเรื่องราวอะไร ในช่วงเวลานั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีทางทำได้
แต่เมื่อเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้วสักระยะหนึ่ง พอมองย้อนกลับมาดูอีกที ก็เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งว่า มันง่ายดายมากจริงๆ อย่างน้อยก็ไม่ยากเกินกว่าจะแก้ปัญหา
นอกจากนี้ยังเป็นเพราะการที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้มิตรภาพระหว่างพวกเธอแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
แน่นแฟ้นจนเหมือนพี่น้องแท้ๆ
และไม่ว่าใครก็ตามที่มีความลับเล็กน้อยอะไร ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูก ‘แชร์’ ออกไป
ว่ากันว่า : ไม่ควรเผยแพร่ความน่าเกลียดของครอบครัว แต่ว่าสำหรับแนวคิดของพวกเธอแล้วสิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหา
ลูกของบ้านไหนที่ก่อเรื่อง ผู้ชายของบ้านไหนทำเรื่องอะไรให้พวกเธอรู้สึกทนต่อไปไม่ไหวแล้ว…
สิ่งนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวขนาดไหน ก็จะถูกสะบัดให้หลุดออกมา หลังจากนั้นจะได้สัมผัสมุมมองของคนสามคนตรงหน้า ผู้หญิงที่มีค่านิยมเกือบจะเหมือนกัน และต้องกล้ำกลืนกับคำวิจารณ์ที่ไร้ความปราณีของพวกเธอ
ดูเหมือนว่าวันนี้เป็นอย่างนั้นอีกเช่นกัน เป่หมิงโม่เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้บาร์ตัวใหญ่ จากนั้นก็เริ่มเปิดแล็ปท็อปของเขา
“หน่วยข่าวกรองเริ่มแลกเปลี่ยนข่าวสารกันแล้วเหรอ?” เขาอดที่จะแซวไม่ได้
“คุณไม่ต้องยุ่งเลย” กู้ฮอนพูดพร้อมกับวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปมองเขาอย่างว่างเปล่า : “คุณอย่ามาทำให้ฉันแอบรายงานความลับของพวกเขาเลย คุณก็รู้ว่าจุดจบของคนทรยศเป็นยังไง”
คนทรยศ? คำนี้ทำให้เป่หมิงโม่รู้สึกแปลกๆ ดึงเขาเข้าไปพัวพันกับพวกเธอแต่ไม่ขอความเห็นของตัวเขาเลยได้ยังไง?
เขาน่าจะไปอยู่กับสองคนนั้นแล้ว ‘ร่วมแรงใจต่อต้านศัตรู’ ถึงจะถูก
“ผมไม่มีเวลาว่างมากขนาดนั้นเหมือนคุณนะ ที่กลุ่มบริษัทมีเรื่องมากมายที่ผมจำเป็นต้องจัดการ”
ตอนนี้บริษัทเป่หมิงเปลี่ยนไปไม่เหมือนกับตอนที่เขาจากไปอีกแล้ว
เป่หมิงยี่เฟิงคือส่วนประกอบในการทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่นี้จริงๆ กล่าวได้ว่าตระกูลเป่หมิงมีผู้สืบทอดแล้ว เขาเริ่มต้นจากการคลำหาทางจนถึงตอนท้ายที่เขาได้พยายามพัฒนาอย่างกล้าหาญ ตั้งแต่ตอนแรกเพิ่งจะเข้ารับช่วงบริษัทเป่หมิงจนถึงตอนนี้ได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
แน่นอนว่า เป่หมิงโม่ในฐานะที่ ‘ทำงานฟรี’ นั้นยุ่งมากในช่วงแรก
สำหรับคำอธิบายเช่นนี้ของเป่หมิงโม่แล้ว กู้ฮอนถือว่าการแสดงออกของเขาเป็นเพียงข้ออ้างอย่างหนึ่งหรือเป็นวิธีการในการป้องกันตัวเท่านั้น
ขณะที่พูด เขาก็เปิดอีเมลของตัวเอง ข้างในมีอีเมลหลายฉบับส่งมาจากบริษัทเป่หมิง
ในครอบครัวจะมีคนๆหนึ่งที่ทุ่มเทพลังในการทำงานมากยิ่งขึ้น เหตุผลก็พิลึกกึกกือ บางคนทำเพื่อหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว บางคนก็เพื่ออุดมคติและความทะเยอทะยานอันสูงส่งของตนเอง แน่นอนว่ามีการใช้การทำงานเป็นข้ออ้างเพื่อให้มีความสงบมากขึ้น
สำหรับประเภทของเป่หมิงโม่นั้นมีข้อแตกต่างออกไปเล็กน้อย
เขาไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อการดำรงชีพ
เช่นเดียวกันกับอุดมคติของตัวเขาเอง ถือได้ว่าประสบความสำเร็จตั้งนานแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังประสบความสำเร็จมากเกินไป—— เอากระเป๋าของบริษัทเป่หมิงมาไว้ในกระเป๋าของตัวเอง และยังทำได้ดีกว่าพ่อของเขาเสียอีก
สำหรับประเภทที่สาม : เพื่อความสงบมากขึ้น
บางทีมีเพียงตัวของเป่หมิงโม่ที่สามารถให้คำอธิบายอันสมเหตุสมผลได้
กู้ฮอนที่อยู่ไม่ไกลได้คุยโทรศัพท์กับลั่วเฉียวเป็นเวลานานมากแล้ว
“ผมคิดว่าตอนนี้พวกคุณน่าจะหาที่นั่งลงคุยกันได้แล้ว การคุยกันแบบตามอำเภอใจจะไม่ยิ่งสนุกกว่านี้เหรอ? เส้นทางที่พวกเขาพักอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึงร้อยเมตรเอง”
เป่หมิงโม่มองไปที่คอมพิวเตอร์ ใช้นิ้วเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว
“คุณวางแผนให้ฉันกระโดดไปจากที่นี่ใช่หรือเปล่า? ถ้าคุณไม่ชอบฟังเสียงรบกวน ก็อุ้มเมียน้อยของคุณไปห้องอื่นได้เลยค่ะ”
แน่ล่ะว่ากู้ฮอนรู้ว่าเขาไม่ได้หมายความเช่นนี้ แต่คำพูดของเขาทำให้เธอฟังแล้วไม่พอใจเล็กน้อย
เป่หมิงโม่หยุดมือจากการทำงาน เขาหันไปทางเธอ จากนั้นค่อยๆลุกขึ้นยืนและเดินไปหาเธอ
นี่คงจะไม่ได้เป็นการกระตุก ‘เส้นเอ็น’ ชายคนนี้อีกหรอกนะ…
กู้ฮอนถือโทรศัพท์ไว้ในมือ มองเขา แล้วในใจเริ่มคิดฟุ้งซ่าน
บทสนทนาระหว่างพวกเขาเมื่อสักครู่นี้ เธอปิดที่รับเสียงเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ลั่วเฉียวที่อยู่ปลายสายได้ยิน
เมื่อเห็นเป่หมิงโม่เดินมาทางตนเอง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีแล้วจงใจแกว่งไปมา
คล้ายกับเป็นการแสดงว่าไม่ยอมให้เขาเข้ามา
“ฮัลโหล? ทำไมไม่มีเสียงเลย? เธอพูดอยู่นี่นา…”
ตามมากับการสั่น เป็นเสียงของลั่วเฉียวดังออกมา
“เธออย่ามาซี้ซั้วนะ ฉันกำลังพูดอยู่นี่ไง” เธอพูดแล้วเอาโทรศัพท์แนบไว้บนหู : “เมื่อกี้นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม หรือว่าอีตาเป่หมิงโม่นั่น…”
“ผมชอบความรู้สึกที่ผู้หญิงสองคนรับใช้สามีในเวลาเดียวกัน”
ไม่รู้ว่าเป่หมิงโม่มาอยู่ข้างๆกู้ฮอนตั้งแต่ตอนไหน
ดูเหมือนว่าเขาต้องการให้ลั่วเฉียวที่อยู่อีกปลายสายของโทรศัพท์อีกด้านได้ยินโดยไม่ปิดบัง ด้วยการล่อลวงบางอย่าง
……..
“ปรากฏว่าเป็นคุณชายเป่หมิงโม่ปากดีนี่เอง…ฮิๆ กู้ฮอนเธอต้องระวังตัวไว้ตลอดเวลาแล้วล่ะ” ดูเหมือนลั่วเฉียวจะได้ยินแล้ว
เป่หมิงโม่คนนี้ เป็นคนที่ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ
“ที่จริงน่ะ…ตรงกันข้ามฉันไม่กังวลเลย…” กู้ฮอนลากเสียงยาว มองไปที่เป่หมิงโม่ที่ยังปรากฏรอยยิ้มความภาคภูมิใจ
เธอปล่อยมือออกข้างหนึ่งแล้วค่อยๆเอื้อมมือไปที่โต๊ะเล็กๆข้างโซฟา พร้อมกับเปิดลิ้นชักบนสุดก่อนจะหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากด้านใน
แล้วแกว่งไปมาตรงหน้าเป่หมิงโม่อย่างไม่ใส่ใจ
ของชิ้นนั้นที่อยู่ในมือของกู้ฮอนสะท้อนกับแสงไฟในห้องนอนจนปรากฏเป็นแสงแพรวพราว
บนหน้าเธอปรากฏรอยยิ้มแห่งชัยชนะ : “ฉันไม่สนใจหรอก ตราบใดที่ยังมีของอยู่ในมือของฉัน…”
พูดพลางขยับมืออย่างกระฉับกระเฉงสองครั้ง แล้วก็ได้ยินเสียงดัง ‘คลิก’ จากสิ่งของบางอย่างที่อยู่ในมือของเธอ
มองเห็นสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจเป็นประกายแววาวในมือของกู้ฮอน
บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เป่หมิงโม่รู้สึกถึงอาการ ‘ตึกตัก’ ในใจ
เขาเคยอ้างว่าตนแองเป็นลูกผู้ชายที่ไม่กลัวสวรรค์และโลก
ในหลายปีที่ผ่านมา เขาได้พิสูจน์ตนเองแล้วว่าเป็นผู้ชาย บนโลกมนุษย์ที่ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนเขาได้