ตอนที่ 1151
บทที่ 1151 พ้นทุกข์
October 28, 2026
บทที่ 1151 พ้นทุกข์
“ผมขอแนะนำให้คุณปล่อยมันไปซะเถอะ ถือซะว่าผิดเป็นครูถึงจะมีประโยชน์ต่อคุณ” กายของเป่หมิงโม่เอนลงไปบนโต๊ะ ทำตัวราวกับผู้ชมที่พยายามสร้างสันติภาพ
“คุณพูดง่ายไปแล้ว แต่ทำไมฉันต้องปล่อยมันไปด้วยล่ะ คิดว่าฉันจะต้องถูกรังแกง่ายๆ แบบนี้เหรอ ?” กู้ฮอนหันหัวไปมองเขาอย่างบันดาลโทสะ “ฉันจะไม่ยอมให้คุณมองฉันเป็นตัวตลก อีกอย่างคนอย่างฉัน กู้ฮอน ก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้รังแกได้ง่ายๆ ขนาดนี้ ฉันจะต้องสั่งสอนมัน”
“เฮ้อ......” เป่หมิงโม่ถอนหายใจแล้วส่ายหัวเบาๆ “คุณคิดว่าคุณจะไปหาเขาเจอเหรอ ? คุณอยู่กับผมมาตั้งนานซะขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่รู้เรื่องล่ะเนี่ย”
“ฉันต้องรู้เรื่องอะไรล่ะ ? เขามีหน้าร้านอยู่นี่นา ถึงพระจะหนีไป แต่วัดก็ยังอยู่”
“ตอนนี้พระก็หนีไปแล้ว เขาจะยังมาสนใจวัดด้วยเหรอ อีกอย่างวัดนั่นเป็นของเขาไหมก็ไม่รู้ ผมว่าหาสถานที่ใดสักแห่ง แล้วทิ้งของชิ้นนั้นไปเลย” เมื่อพูดจบเขาก็หยิบสมุดบันทึกของตัวเองขึ้นมา
จะปล่อยมันไปจริงๆ เหรอ ? คิดในสิ่งที่เป่หมิงโม่พูดมันก็ถูก เพราะมันสูญเสียไปแล้วนี่
นี่มันเป็นการขโมยไก่ไม่ได้ ยังเสียข้าวสารอีกกำมืออีกแล้วสินะ
ทำไมเราถึงได้โชคร้ายขนาดนี้เนี่ย ? จะไม่มีโอกาสที่สามารถพลิกผันตัวต่อหน้าเป่หมิงโม่สักนิดเลยเหรอเนี่ย ?
ไม่ใช่ว่าในตอนนี้สถานะของผู้หญิงมันดีขึ้นแล้วเหรอไง ไม่ได้หวังว่าจะเกินหน้าเกินตาเขา แต่มันก็ควรจะเท่าเทียมกัน
แต่ในความเป็นจริงมักจะถูกเขาข่มอยู่เสมอ
ความรู้สึกที่ถูกบดขยี้อยู่ข้างล่าง......
มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนมาก บางทีอาจจะเป็นร่างกายเธอต้องการ แต่ในใจไม่ได้คิดเช่นนั้น
สรุปแล้ว มันเป็นความขัดแย้งในตัวบุคคล
ความกระตือรือร้นของกู้ฮอนไม่ได้ทำให้เป่หมิงโม่หวาดกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับถูกเขาหัวเราะเข้าอีก
อย่างน้อยนั่นมันก็เป็นสิ่งที่เธอคิด ในความเป็นจริงแล้วเป่หมิงโม่ก็ไม่ได้อยากจะหัวเราะเธอหรอก
ในตอนนี้เขาใจดีมากขึ้นไม่น้อย
นาฬิกาหมุนไปถึงเวลาห้าทุ่มแล้ว กู้ฮอนหาแล้วขึ้นไปนอนบนเตียง
คืนนี้เป็นคืนที่แห้วสำหรับเธอแน่นอน
เป่หมิงโม่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จนถึงเที่ยงคืนจึงจะเลิกงาน
เขาไม่ได้ทำงานเป็นเวลานานมานานแล้วสินะ
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยืดเหยียดแขนและบิดเอวของตัวเองเล็กน้อย ร่างกายถึงจะรู้สึกสบายขึ้น
หรือว่าจะเริ่มแก่เข้าแล้ว ?
สำหรับเขาแล้ว คำนี้มันควรจะปรากฏอยู่ในนิตยสารสุขภาพเท่านั้น นั่นก็เพื่อที่จะกระตุ้นให้คนที่บ้างานแต่ไม่เคยดูแลสุขภาพ
ส่วนตัวเองกับคนในครอบครัว ต่างก็ใส่ใจในเรื่องนี้อย่างมาก
ชีวิตของคนเรามีเวลาจำกัด แม้ว่าจะหาเงินได้มาก แต่ก็ยังใช้จานหนึ่งใบกินข้าวเหมือนเดิม เตียงนอนก็เล็กๆ เท่านี้
การใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ถือว่ามีราคาแพง
เขาเดินไปยังประตูห้องนอน แล้วเปิดมันออกเบาๆ
ก่อนจะออกไปก็หันหัวมองไปยังเธอที่อยู่บนเตียงที่หลับสนิทไปแล้ว
ใบหน้าที่สงบนั้นมีเสน่ห์มาก
การที่มองเธอก็เหมือนกับการดูงานศิลปะชิ้นหนึ่ง แม้ว่าจะมองเพียงแค่นี้ก็รู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายไปทั้งตัว
ค่อยๆ เดินลงบันไดไปชั้นล่างอย่างช้าๆ แล้วนั่งอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น
ถัดจากภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดด้วยมือตัวเอง ก็มีตู้ที่เพิ่มประตูกระจก
นี่เป็นคำขอพิเศษจากกู้ฮอน
ข้างในไม่ได้วางหนังสืออะไร แต่มีอัลบั้มวางซ้อนกัน และยังมีกรอบรูปมากมายทั้งใหญ่และเล็ก
นี่คือความทรงจำของเขาและเธอตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน
ในความเป็นจริงแล้ว เขาสามารถจัดห้องไว้สักห้องสำหรับวางรูปภาพพวกนี้ เช่น ห้อยไว้บนผนัง แต่ก็ถูกก็ฮอนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าถ้าทำแบบนั้นจะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นห้องโถงนิทรรศการ จะไม่ค่อยมีความอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
เพียงแค่วางไว้ในตู้ พอถึงเวลาว่างก็หยิบมาหนึ่งเล่มแล้วมานั่งดูบนโซฟา
รายล้อมไปด้วยคนในครอบครัวของตัวเองร่วมดูด้วยกัน
ความทรงจำของเวลาที่ถูกตรึงไว้ในกระดาษภาพถ่ายบาง ๆ
ชั้นบนสุดมีกรอบรูปขนาดใหญ่หลายอัน ซึ่งเป็นภาพของญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว
เดิมทีตรงนี้มีเพียงเพียงแค่สามอัน แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ก็เพิ่มมาอีกสองอัน
ปกติร่างกายของหวีหรูเจี๋ยอ่อนแอมากอยู่แล้ว เธอเพียงแค่ไม่ค่อยได้บอกลูกชาย เพราะเธอเห็นว่าลูกชายสานต่องานของตัวเอง
เห็นเขาพยายามเพื่อครอบครัวและภรรยากับลูกๆ มันทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก ดังนั้นจึงไม่อยากไม่อยากไปกวนใจเขา
ในที่สุดวันหนึ่ง เธอก็ฝืนร่างกายของตัวเองต่อไปไม่ไหว
อย่างไรก็ตามพระเจ้าก็ยังคงเมตตาเธอ คืนก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังได้สนุกสนานและหัวเราะกับคนรัก ลูกชาย ลูกหลานในครอบครัวของตัวเอง
แทบจะไม่มีวี่แววเลยสักนิดนิด
เธอเดินไปในห้วงนิทรา ไร้เสียง ไร้ร่องรอย จากไปโดยไร้ความเจ็บปวดใดๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อทุกคนในครอบครัวได้เผชิญกับความจริง ก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจมากเกินไป แต่กลับรู้สึกมีความสุขแทนเธอ
สุดท้ายเธอก็จากที่นี่ไปแล้ว ชีวิตนี้เธอได้ประสบกับความเจ็บปวดมากมาย ในที่สุดก็พ้นทุกข์ไปได้แล้ว
การจากไปของหวีหรูเจี๋ย เป็นการพ้นทุกข์สำหรับเธอ
แต่สำหรับคนอื่นแล้วนี่เป็นความเจ็บปวดที่ยากที่จะทดแทนได้ไปตลอดชีวิต
แต่เหนือสิ่งอื่นใด สำหรับเป่หมิงโม่แล้ว นี่เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากคุณแม่จากไปแล้ว ความไม่เคารพและความรู้สึกผิดในอดีตกลับขึ้นมาวนเวียนในสมองอีก