ตอนที่ 1152
บทที่ 1152 คำสั่งสอนมากมาย
October 28, 2026
บทที่ 1152 คำสั่งสอนมากมาย
“จริงๆ แล้วผมก็คิดถึงพวกเขามาก ตอนไหนจะไปเยี่ยมพวกเขาดีล่ะ ผมคิดว่าพวกเขาที่อยู่บนสวรรค์ก็คิดถึงพวกเราอยู่นะ” กู้ฮอนพิงอยู่ที่อกของเขา รู้สึกสบายตัวและสบายใจมาก
“กู้ฮอน คุณรู้สึกมีความสุขกับชีวิตแบบนี้ไหม”
กู้ฮอนเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้างงงวย “ทำไมคุณต้องถามแบบนี้ด้วยล่ะ ? มีคุณ มีลูกๆ แล้วก็มีเพื่อนๆ ด้วย จะไม่มีความสุขได้อย่างไรล่ะ นี่เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขมากที่สุดแล้ว”
“แต่ผมมองออกว่าคุณไม่ได้มีความสุขขนาดนั้นเหมือนที่คุณพูด คนในครอบครัวและเพื่อนๆ ความสุขแบบนั้นมันเป็นเพียงแค่ช่วงสั้นๆ ผมรู้สึกได้ว่าคุณไม่ค่อยมีความสุขอยู่บ้าง”
ใช่แล้ว เป่หมิงโม่พูดโดนใจของตัวเองเข้าแล้ว เอาสิ่งที่ซ่อนลึกที่สุดมาไว้ต่อหน้าต่อตาพวกเขา
เพียงแต่เธอไม่อยากจะยอมรับ เธอกลัวว่าถ้าเป็นแบบนี้มันจะทำให้สิ่งดีๆ ทั้งหมดพังลงไป
หากเป็นเช่นนั้น เธอยอมเอาสิ่งเหล่านั้นซ่อนไปลึกมากกว่านี้ซะดีกว่า
เห็นเธอก้มหน้าไม่พูดอะไร เป่หมิงโม่จึงรู้ว่าตนพูดถูกแล้ว
ก็เป็นเพราะแบบนี้ เขาถึงได้รู้สึกผิดต่อเธอ
ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองไม่มีความสุขแม้แต่น้อย สำหรับผู้ชายคนหนึ่งแล้ว นี่มันเป็นความล้มเหลวอันใหญ่หลวงที่สุด
แม้ว่าในตอนนี้จะได้ใช้ชีวิตที่ไร้กังวล
เป่หมิงโม่ยังดีที่บริษัทเป่หมิงยังมีงานอยู่ อีกอย่างหลังจากโม้จิ่งเฉิงจากไปก็ได้ยกบริษัท GT ให้กับเขา
ตั้งแต่เช้าถึงเย็น
ภาระงานก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่ามันหนักเกินไป
ส่วนใหญ่เป็นเพราะที่บ้านมีกู้ฮอนกับผู้อาวุโสที่เป็นเบื้องหลังอันแกร่งอยู่
หลังจากผู้อาวุโสสองท่านนั้นเสียชีวิตตามกันไปแล้ว รูปแบบชีวิตทั้งหมดก็เปลี่ยนไป
แค่ดูแลลูกชีวิตและเขา ก็ทำให้เธอกลายเป็นแม่บ้านเต็มเวลาแล้ว
เป่หมิงโม่รู้ดีว่า ถึงแม้เธอจะบอกว่าต้องการแบบนี้ แต่ในก้นบึ้งของหัวใจไม่ได้ต้องการเช่นนั้น
ความสัมพันธ์ที่สมดุลของสังคมและครอบครัว หากเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งอยู่ตลอด มันมีแต่จะสูญเสียน้ำหนัก
หรือถ้าหากตัดขาดกับสังคมก็จะกลายเป็นคนที่เข้าสังคมก็ไม่ได้
หรือถ้าหากมองข้ามคนในครอบครัวไป ไฟก็จะใหม้สวนหลังบ้าน
“คุณว่าเป็นอย่างไรบ้างถ้าจะปล่อยบริษัท GT ให้คุณจัดการ ?”
สิ่งนี้ทำให้กู้ฮอนรู้สึกประหลาดใจมาก ไม่เคยคิดเลยว่าเป่หมิงโม่จะพูดคำพูดนี้ออกมา
เธอลังเลอยู่บ้าง “ชีวิตของพวกเรายังไม่ได้แย่ถึงขนาดต้องทำงานกันทั้งคู่นี่นา ตอนนี้ฉันคนเดียวก็แทบจะจัดการงานที่บ้านไม่ไหวแล้ว ถ้าเกิดว่าไปทำงานแล้ว งั้นที่บ้านและลูกๆ จะไม่ยุ่งเหยิงหรอกเหรอ ?”
“กู้ฮอน หลายปีที่ผ่านมา คุณใส่ใจกับลูกๆ และคนชรา รวมถึงครอบครัวนี้มามากพอแล้ว ในความเป็นจริงคุณเองก็ไม่ได้ชอบชีวิตแบบนี้ ในตอนนี้คนชราก็จากไปแล้ว และเด็กๆ ก็เติบโตจนรู้เรื่องแล้ว ดังนั้นงานที่บ้านก็ปล่อยให้คนงานมาทำก็ได้ ผมคิดว่ามอบงานของบริษัท GT ให้คุณดีกว่า อย่างไรก็ตามนี่เป็นธุรกิจของพ่อบุญธรรมของคุณ แล้วมันจะดีกว่าถ้าคุณมารับช่วงต่อ”
เหตุผลที่เป่หมิงโม่พูดเช่นนี้เพราะเขาคิดอยู่หลายวันกว่าจะได้ตัดสินใจ
เห็นสีหน้าของเธองุนงงอยู่บ้าง เขาก็เข้าใจดีว่าเธอกังวลเรื่องอะไร “คุณวางใจเถอะ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณทำงานทั้งหมดด้วยตัวเอง ผมจะคอยเป็นผู้ช่วยของคุณ เป็นไง ส่วนตระกูลเป่หมิงผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะวางมือไม่ทำแล้ว ผมเองก็รู้เจ้าเด็กยี่เฟิงก็หวังดีกับผม ในตอนนี้พวกเราก็ตั้งใจดูแลร้านของเรากันอย่างสงบสุขก็พอแล้ว”
กู้ฮอนคิดพลางขมวดคิ้วอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็มองไปที่รอยยิ้มที่ยิ้มให้กับตน
สุดท้ายเธอก็พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในเมือง A ก็มีเรื่องราวที่ดีงามเรื่องหนึ่งแพร่หลายออกไป
ในอดีตสามีร้อง ภรรยารับ แต่ตอนนี้บริษัท GT ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติกลายเป็นภรรยาร้อง สามีรับเข้าเสียแล้ว
ทั้งเป่หมิงโม่กับกู้ฮอนต่างก็เริ่มยุ่งกันทั้งคู่ เนื่องจากพวกเขาไม่มีเวลาเพียงพอที่จะดูแลลูก จึงต้องปล่อยให้พวกเขาไปกินนอนในโรงเรียน เพื่อเป็นการฝึกเด็กๆ ไปในตัว
มีเพียงแค่วันเสาร์ถึงจะได้กลับมาพักประมาณสองวัน
เป่หมิงโม่ได้ใช้เวลาอยู่กับกู้ฮอนมากขึ้น ทว่าเวลาที่ได้อยู่กับลูกๆ นั้นก็น้อยลง
มันเป็นเหตุผลให้เด็กๆ จับผิดเอาได้
คนในครอบครัวเพิ่งจะรับประทานอาหารวันเสาร์เสร็จ พลันได้ยินเสียงหยางหยางบ่นขึ้นมา
ในบรรดาลูกทั้งสามคนนี้ มีเพียงหยางหยางเท่านั้นที่ไม่เคยมีอะไรมาหยุดปากไว้ได้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เขาต้องสูญเสียกับการพูดมาไม่น้อย แต่ก็ยังไม่ยอมแก้ “คุณพ่อคุณแม่ พวกคุณนี่อยู่ในโลกของคนสองคนเลยนะ เคยคิดถึงความรู้สึกของพวกผมบ้างไหม พวกผมก็คงเหมือนหญ้าที่ไร้รากสินะ พวกผมเป็นก้างขวางคอพวกคุณขนาดนั้นเลยเหรอ ?”
แม้ว่าคำพูดนี้หยางหยางจะพูดออกมา แต่พวกเขาก็เข้าใจดีว่านี่เป็นความคิดทั่วๆ ไปของเด็ก
เมื่อต้องเผชิญกับความไม่พอใจของเด็กๆ ในใจของกู้ฮอนก็รู้สึกผิดมาตั้งนานแล้ว
มีแม่คนไหนในโลกที่ไม่ห่วงลูกกันล่ะ ?
นอกจากจะรู้สึกผิดต่อลูกๆ แล้ว เธอยังต้องรับผิดชอบต่อพ่อบุญธรรมด้วย
เธอผู้ซึ่งเป็นประธานของบริษัท GT ต้องกุมชะตากรรมของคนหลายพันคนไว้ในมือ
นี่เป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ
เธอกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ส่วนเป่หมิงโม่จะดูใจเย็นมากกว่า
เขามองไปยังลูกชายทั้งสอง “ตอนนี้พวกคุณก็โตกันแล้ว มันถึงเวลาแล้วที่จะฝึกตัวเองอยู่ข้างนอกบ้าง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลน้องสาวด้วย”
“พ่อ พวกเรายังเด็ก......”
“เด็กอะไรกัน ?” เป่หมิงโม่ไม่อยากได้ยินคำพูดนี้ที่สุด ดังนั้นจึงดุไปก่อนที่หยางหยางยังพูดไม่จบ “ในฐานะผู้ชายของตระกูลเป่หมิง ก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ถ้าคุณไม่อยากรับผิดก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่ก็อย่ามาอยู่ในตระกูลเป่หมิง อย่ามาใช้นามสกุลเป่หมิง !”
ไม่ได้เห็นคุณพ่อโมโหขนาดนี้มานานแล้ว เห็นเขาทำหน้าถมึงทึงและจ้องตาโต หน้าตาน่ากลัวมากเหมือนเมื่อนานมาแล้ว
ในใจของเฉิงเฉิงกับหยางหยางรู้อยู่อย่างชัดเจน จึงรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว