ตอนที่ 1153
บทที่ 1153 แผนที่เห็นร่วมกัน
October 28, 2026
บทที่ 1153 แผนที่เห็นร่วมกัน
“ฉันไม่รู้สึกเลยว่าฉันมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเท่าไหร่” หยางหยางไม่ชอบฟังคำสั่งสอนที่พูดมาจากปากของเฉิงเฉิง
“นายไม่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีตรงไหนล่ะ ? มีของกินของดื่ม และมีบ้านหลังโตให้อยู่ อยู่ที่โรงเรียนนายก็เคยเห็นพวกคนที่เทียบเราไม่ได้ไม่ใช่เหรอ อีกอย่างพวกเราได้เข้าเรียนโรงเรียนผู้ดี ถ้านายไปเรียนโรงเรียนธรรมดาๆ ก็จะได้เห็นพวกคนเทียบเราไม่ได้เยอะแยะมากมายแล้วล่ะ”
แม้ว่าเมื่อกี้เฉิงเฉิงไม่ได้บอกว่าตัวเองเคยไปเรียนโรงเรียนธรรมดา แต่เขาก็คิดภาพได้ว่าสภาพแวดล้อมนั่นมันเป็นแบบไหน
สำหรับสิ่งที่เฉิงเฉิงพูด เขาก็ยังคงรักษาท่าทีที่สงสัยเอาไว้
นี่ก็เป็นเพราะในตัวของเขามีนิสัยที่ไม่ยอมแพ้แบบหนึ่งอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นปัญหาของตัวเองจริงๆ ก็เถอะ ก็ยังคงเป็นเช่นนี้เหมือนเดิม แม้ว่าจะถูกบังคับ ปากก็ยอมรับ แต่จิตใจปฏิเสธ
นี่อาจเป็นจิตวิทยาของฝาแฝด
ทั้งที่เหมือนกันทุกสิ่งทุกอย่างเกือบ แต่ทำไมตัวเองต้องแย่กว่าอีกคนด้วยล่ะ ?
ทำเพื่อลูกทั้งสามคน......
พูดให้ถูกกว่านี้คือสองคน......
ถ้ายิ่งพูดให้ตรงก็คือคนเดียว......
นั่นก็คือหยางหยาง
เป่หมิงโม่และกู้ฮอนให้ความสำคัญกับลูกๆ แตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็เน้นให้ความสำคัญกับลูกชายคนเล็กคนนี้
พวกเขารู้ดีว่าไอคิวของลูกชายคนเล็กฉลาดมากพอ เพียงแต่เจ้าตัวเล็กคนนี้มักจะฉลาดไม่ถูกที่ถูกทาง
นานๆ ครั้งจะได้อันดับต้นๆ มาทีหนึ่ง แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ “การล่อด้วยผลประโยชน์”
แต่หลังจากครั้งนั้นมา เคล็ดลับนี้ก็ไม่ได้ผมกับเขาอีกต่อไป ภายหลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นการสอบย่อยหรือการสอบครั้งใหญ่ เขาก็ไม่พัฒนาเกินนั้น แถมยังลดลงอีกด้วยซ้ำ
ในครอบครัวนี้ หากหยางหยางฟังใครสักคนขึ้นมาจริงๆ นั่นมันเป็นเรื่องที่ยากจะพูด
สำหรับเป่หมิงโม่แล้ว เพียงเพราะว่าเป็นพ่อ จึงต้อง “ยอมแพ้” ด้วยการใช้อำนาจโดยสิ้นเชิง ตราบใดที่อยู่ในสถานการณ์ที่พ่อลูกไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน แม้ว่าจะยกชื่อเขาขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่าหยางหยางจะให้ความร่วมมือ
ส่วนกู้ฮอน แม่ลูกนั้นได้อยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่เล็กจนโต แม้ว่าจะต้องห่างกันอยู่ช่วงหนึ่ง แต่หลายปีที่ผ่านมา ท่าทีของเธอที่มีหยางหยางก็มีเพียงแต่การเอาใจ
คนเป็นแม่จะรู้สึกไม่ได้ได้อย่างไร เพียงแต่รักลูกเกินไป เพราะอยากให้ลูกมีความสุข ดังนั้นก็เลยปิดตาข้างหนึ่งทำเหมือนไม่รู้
คนที่ทำให้หยางหยางเชื่อฟังที่สุดก็คือโล่ฮาน ภายใต้การให้คำแนะนำของเขา หยางหยางจึงไม่ค่อยได้อะไรที่เกินขอบเขต และดูเหมือนจะมีระเบียบวินัยมากขึ้น
แต่สภาพแบบนี้เป็นได้เพียงไม่นาน โล่ฮานมีภารกิจต้องจากไป จึงไม่ได้ปรากฏตัวอีกเลย ดังนั้นข้อผูกมัดที่มีกับหยางหยางจึงหายไปตามธรรมชาติ
ส่วนเฉิงเฉิงผู้เป็นพี่น้องฝาแฝด หยางหยางยิ่งไม่เห็นในสายตา มากไปกว่านั้นคืออิจฉาและไม่ยอมอยู่บ้าง
นั่นเป็นเพราะเฉิงเฉิงเป็นนักเรียนชั้นแนวหน้า เป็นเด็กฉลาด และเป็นเด็กดีในสายตาของพ่อแม่และทุกคนรอบข้าง
นอกจากนี้ยังมักจะเอาเรื่องต่างๆ ของเขามาเปรียบเทียบกับตัวเอง ซึ่งมันเป็นที่ทำให้หยางหยางโมโหมาก
ตัวเองใช้ชีวิตเหมือนเงา
หรือพูดได้ว่าฝาแฝดคนหนึ่งเป็นคนที่ดีเลิศ ส่วนอีกคนต้องเป็นเพียงแค่เงางั้นเหรอ จะมีวิถีชีวิตและความคิดแบบอื่นไม่ได้เลยหรือ ?
ดังนั้นสิ่งที่หยางหยางต้องการมากที่สุดก็คือการเป็นอิสระ ตัวของตัวเองอย่างอิสระและมีนิสัยใจคอได้อย่างอิสระ
ดังนั้น ตั้งแต่เด็กจนโตเขาจึงได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อแสดงตัวตน
เขาไม่ต้องการใช้ชีวิตเป็นเงาของเฉิงเฉิง แม้ว่าจะไม่ฉลาดเท่าเขาก็ควรจะได้รับความสุขเช่นกัน
รอคอยวันที่ทุกคนมองที่ตน ไม่ใช่เห็นเป็นเงาของเฉิงเฉิงในสายตา แต่เป็นหยางหยาง
“คุณตั้งกฎให้ลูกทั้งสองเสร็จแล้วเหรอ ?”
กู้ฮอนจัดการกับจิ่วจิ่วเรียบร้อยนานแล้ว กลับไปยังห้องของตัวเองได้ไม่นาน เป่หมิงโม่ก็ผลักประตูเข้ามา
เห็นเขาขมวดคิ้วขึ้น ราวกับว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“ผมไม่ห่วงเฉิงเฉิง แต่มองเห็นท่าทางของหยางหยางดูเหมือนไม่ใส่ใจ วันนี้ก็เลยเตือนเขาซะหน่อย ถ้าวันหลัง......”
“วันหลังอะไรอีก หยางหยางเป็นลูกชายแท้ๆ ของคุณนะ” เหมือนกู้ฮอนจะเดาออกว่าคำพูดต่อไปของเขาคืออะไร
แม้ว่าบางครั้งลูกๆ อาจจะทำให้พวกเขาโกรธ แต่พวกเขาก็ยังเป็นเด็ก เป็นเด็กก็ควรจะให้อภัยโดยไม่ถือสา
“วิธีที่การใช้ความรุนแรงแบบคุณ ใช้กับผู้ใหญ่บางคนบางทียังรับไม่ได้ นับประสาอะไรกับลูกๆ คุณคิดว่าลูกๆ ของคุณเป็นเหล็กหรือยังไง ?”
เป่หมิงโม่ขมวดคิ้วขึ้น ไม่ว่าเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด แต่บางทีมันก็เป็นการแสดงความรักที่มีต่อลูกอย่างหนึ่ง
มีเงื่อนไขว่าตัวเองสมบูรณ์แบบ ดังนั้นจึงไม่ยอมให้ลูกของตัวเอง “ขาดตกบกพร่อง”
กู้ฮอนค่อยๆ เดินไปข้างๆ เขา มือคู่หนึ่งวางบนไหล่ของเขาเบาๆ แล้วนวดไหล่ของเขา “โม่ ฉันรู้ว่าคุณหวังดีกับลูกๆ ฉันก็มีความคิดที่เหมือนกับคุณ แต่บางทีฉันก็คิดว่าสมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว พวกเขาเป็นตัวของตัวเอง แม้ว่าจะบังคับกดดันพวกเขา แต่มันก็อาจจะไม่ได้ผลตามที่เราต้องการเสมอไป ยิ่งไปกว่านั้นอาจส่งผลตรงกันข้ามด้วยซ้ำ”
ต้องบอกเลยว่าเทคนิคการนวดของเธอชำนาญมากขึ้นเรื่อย ๆ
การนวดช่วยให้คนจิตใจสงบ และยังใช้ได้กับเป่หมิงโม่