ตอนที่ 1155
บทที่ 1155 พอเคาะจังหวะจะโคน
October 28, 2026
บทที่ 1155 พอเคาะจังหวะจะโคน
แต่เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างในใจขาดหายไป จึงนึกถึงอีกฝ่ายขึ้นมาได้ ราวกับว่านึกถึงความทรงจำดีๆ ทั้งหมดได้ และความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นก็มีความสำคัญน้อยลง
แน่นอนว่าหยางหยางก็มีความคิดแบบนี้เช่นกัน
ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะที่หันหน้าไปทางขอบหน้าต่างพร้อมกับรอยยิ้มกว้างๆ บนใบหน้า “ไม่มีหน้าถมึงทึงของคุณพ่อ ไม่มีความจู้จี้ของแม่ แน่นอนว่ามันสุดแสนจะสบาย ถ้านายทนพวกเขาสองคนไม่ไหว นายก็ย้ายมาอยู่กับฉันสักสองวันก็ได้นะ แล้วฉันจะให้ส่วนลดค่าที่พักยี่สิบเปอร์เซ็น เป็นไง ?”
“เป่หมิงซีหยาง คุณย้ำคำพูดเมื่อกี้ของคุณอีกทีสิ !”
อยู่ดีๆ เป่หมิงโม่ก็พูดประโยคนี้ออกมา จากนั้นทั้งคนก็ปรากฏตัวต่อหน้าโทรทัศน์
แม้กระทั่งเฉิงเฉิงก็ไม่ได้สังเกตว่าคุณพ่อปรากฏตัวอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้เขายังเดินเล่นกับคุณแม่อยู่ข้างนอกอยู่เลย
“ห้ะ !” หยางหยางอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา กำลังคิดในใจว่าต้องตายแน่ๆ เลย แต่สักพักก็คิดขึ้นมาได้ว่าเขาเป็นนกที่อิสระแล้ว แม้ว่าคุณพ่อจะมีพลังเวทมนตร์มากแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาก็ไม่สามารถจัดการตัวเองได้
“คุณ คุณพ่อ คุณมาแล้วเหรอ ?” หยางหยางยิ้มเจื่อนให้กล้อง แถมยังโบกมือให้กับเขา
เป่หมิงโม่มองลูกในจออย่างขุ่นเคือง ท่าทีนั้นราวกับว่ามีคนสองร้อยคนติดหน้าแล้วไม่คืนเงินเขา “คุณย้ำคำพูดเมื่อกี้ของคุณอีกครั้ง”
“เอ่อ......”
หน้าผากของหยางหยางมีเหงื่อแตกออกมาเล็กน้อย ทำไมห่างกับคุณพ่อไกลขนาดนี้แล้วถึงยังกลัวเขาขนาดนี้ด้วย ไม่ใช่ว่าถูกมนต์สะกดของเขาแล้วเหรอเนี่ย ?
“ฮี่ๆ คุณพ่อ เมื่อกี้ผมแค่บอกว่าผมคิดถึงคุณมากเลย คิดถึงเวลาที่คุณทำสีหน้าถมึงทึงตอนสั่งสอนผม”
ช่างเป็น ‘สุนัขรับใช้’ เอาซะจริงๆ เลย
กู้ฮอนที่ตามเป่หมิงโม่มา และมองเห็นหน้าตาแบบนี้ของลูกชาย จึงนึกถึงสุนัขรับใช้ในปีนั้นขึ้นมา......
ผ่านไปตั้งหลายปีขาดนี้แล้ว เด็กคนนี้ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง มันคือความล้มเหลวของตัวเองแท้ๆ
คิ้วของเป่หมิงโม่ค่อยๆ เลิกขึ้น “เมื่อกี้พูดแบบนี้เหรอ ?”
“จริงๆ ถ้าผมพูดโกหกไป จะทำให้ผมไม่มีพ่อ !” หยางหยางยกนิ้วสามนิ้วไปที่กล้อง และสาบานอย่างจริงจัง
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ทุกคนที่อยู่หน้าโทรทัศน์ต่างก็กลายเป็นหิน จากนั้นก็อีกาเสียงดังฝูงหนึ่งบินไป……
เด็กคนนี้มันสาบานหรือสาปแช่งตัวเองกันแน่......
ตาของเป่หมิงโม่หรี่ขึ้นเล็กน้อยและเนื้อบนใบหน้ากระตุกขึ้นอยู่หลายครั้ง
“โม่ สิ่งที่หยางหยางพูดเมื่อกี้ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” กู้ฮอนรีบปลอบเป่หมิงโม่ เธอเห็นกำปั้นของเขาบีบแน่นเป็นลูกบอล ขืนไม่ห้ามคืนนี้อาจจะไม่มีโทรทัศน์ให้ดูแล้วก็ได้
ผู้ชายคนนี้ต้องทำลายมันด้วยกำปั้นเดียวแน่ๆ
เฉิงเฉิงก็จ้องมองไปที่หยางหยาง จากนั้นก็พูดขึ้นมาหนึ่งประโยคอย่างเย็นชา “เอาล่ะ วันนี้คุยแค่นี้พอ วางสายละ” จากนั้นก็รีบปิดวีแชตอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเป่หมิงโม่อยากจะวางตัวเป็นผู้ปกครองและสอนบทเรียนให้ลูกชายคนเล็ก
ดูเหมือนว่าเขาจะประสบความล้มเหลวอยู่บ้าง ตอนแรกกะจะปล่อยให้เด็กคนนี้ไปเผชิญความลำบากอยู่ข้างนอกบ้าง แล้วค่อยรอให้ถึงโอกาสที่เหมาะสมจึงรับเขากลับมา
อย่างน้อยเขาถึงจะได้เข้าใจว่ามีเพียงแค่คุณพ่อที่เป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง
ภายใต้การควบคุมของเขา ถึงจะสามารถทำตามอำเภอใจและเรียกลมเรียกฝนได้
แต่เมื่อกี้นี้การวางแผนของตนก็ถูกทุบจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
ดูเหมือนชีวิตของเด็กคนนี้จะสบายมากขึ้นไปอีก
หรือบางทีเวลาอาจจะยังไม่มากพอ ?
ในความเป็นจริงแล้วเป่หมิงโม่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าวันหนึ่งเด็กคนนี้ก็จะยังมาร้องขอความเมตตาจากตัวเอง
“เฮ้ คุณพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ?” ในตอนกลางคืนก็แอบโทรหาเฉิงเฉิงอีกครั้ง
บอกตามตรงว่าหลังจากเห็นคุณพ่อปรากฏตัวในกล้อง หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงอย่างไม่หยุดยั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะไหวพริบของตัวต่อหน้าตัวเอง คงได้เห็นคุณพ่อปรากฏตัวต่อหน้าตัวเองในไม่ช้าแน่ๆ
จากนั้นก็ยกตัวเองขึ้นตีก็เป็นได้
เฉิงเฉิงนอนอยู่บนเตียงหลังเล็ก โดยมีหูฟังบลูทูทอยู่บนหัว ส่วนมือก็ถือแท็บเล็ตเล่นเกมอย่างตั้งใจ
“ดูเหมือนคุณพ่อจะไม่ได้เป็นอะไรนะ แต่นายก็ควรจะระวังไว้หน่อยดีกว่า”
ในใจของหยางหยางแน่นขึ้น “ว่าไง ? หรือว่าเขาจะสั่งคนมาพาฉันกลับ ?”
ถ้าจะบอกว่าเขากลัว งั้นนี่มันก็เป็นสิ่งแรก กว่าจะได้ออกมาไม่ใช่ง่ายๆ ยังเล่นไม่อิ่มแล้วจะมาถูกจับกลับไปไม่ได้นะ
มือของเฉิงเฉิงหยุดลงแล้วขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ฉันคิดว่าไม่น่านะ นายนี่ไม่มีกลอนประตูอยู่ในปากเลยนะ ฉันแนะนำว่าตอนนี้นายอยู่ข้างนอกคนเดียว ก่อนที่จะพูดอะไรออกมาก็คิดให้มันดีๆ หน่อย หลีกเลี่ยงที่จะทำให้ใครขุ่นเคือง ไม่มีใครสามารถช่วยนายได้นะถ้านายได้รับความล้มเหลวขึ้นมา”
“หึ......” เมื่อหยางหยางได้ยินคำพูดนี้ก็เบะปากแสดงถึงการไม่ยอมแพ้ “ฉันไม่กลัวเรื่องนั้นหรอก นายก็รู้นี่ว่าฉันมีกังฟูอยู่ จะสามหรือห้าคนก็เข้ามาใกล้ตัวฉันได้หรอก”
เขามีความมั่นใจในทักษะของตัวเองมากเกินไป
“ฉันรู้ว่านายต้องพูดแบบนี้ แต่ขอบอกนายไว้นะว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน ใช่แล้ว นายอยู่โรงเรียนใหม่เป็นอย่างไรบ้าง ?”
ในฐานะที่เฉิงเฉิงเป็นผู้ชาย จึงจำเป็นที่จะต้องเตือนเขาไว้บ้าง แม้ว่าตัวเองจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการเข้าสังคมก็เถอะ หรือสามารถพูดได้ว่าใช้ชีวิตภายในการปกป้องของพ่อแม่
แต่เกี่ยวกับสังคมภายนอกที่ซับซ้อนนั้นได้เรียนรู้จากโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตมาบ้าง ในสายตาของเขา สังคมมันไม่ได้สมบูรณ์แบบมากขนาดนั้น มากไปกว่านั้นมันกลับน่าเกลียดซะอีก
แม้ว่าบางครั้งจะมีการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้คนอย่างสันติ แต่ก็มีหลายกรณีที่ผู้อ่อนแอเป็นเนื้อ ผู้แข็งแรงเป็นเสือ