ตอนที่ 1161
บทที่ 1161 เกือบโดนจับได้
October 28, 2026
บทที่ 1161 เกือบโดนจับได้
นี่ทำให้หยางหยางรู้สึกถึงรสชาติของการตกนรก
ครั้งนี้นับได้ว่าเขาได้ลิ้มรสแล้วว่าการอยู่ภายใต้อำนาจคนอื่นคืออะไร
ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะกล่าวไม่ได้ว่าเป็นการสนับสนุนคนที่เคารพรัก นี้ถือว่าเป็นการให้เกียรติ
นี่เลิกเรียนมาครึ่งชั่วโมงแล้ว การยืนอยู่ตรงนี้ทรมานกว่าการยืนอยู่ในห้องเรียนเสียอีก
“เสียงน้ำไหล...”
ในที่สุดท้องของหยางหยางก็ส่งเสียงประท้วงออกมา
ไม่ถือว่าเสียงดังมาก แต่คนที่อยู่ใกล้ๆ 3คนได้ยินอย่างชัดเจน
ในที่สุดอาจารย์ประจำชั้นก็หยุดตรวจการบ้านในมือ และเงยหน้าขึ้นมองตรงหน้า
ใบหน้าของเธอนิ่งเฉยแล้วดูดุร้ายมาก
“คุณคือผู้ปกครองของเป้หมิงหยาง?” เธอมองชายที่ยืนอยู่ด้านข้างหยางหยาง รู้สึกไม่ค่อยน่าเชื่อถือ
เหล่าโล๋ ถึงจะถูกเรียกว่าเหล่าโล๋ แต่เขาไม่แก่
น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับฉิงฮัวและเป่หมิงโม่
ในส่วนของอายุ น่าจะน้อยกว่าฉิงฮัวเล็กน้อย
ใบหน้าก็ดูละเอียดอ่อนเยาว์กว่าฉิงฮัว
ฉิงฮัวเหมือนคนทางเหนือที่ให้ความรู้สึกผ่านเรื่องราวมากมาย ร่างสูงใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนหอคอยเหล็ก
แต่เขามีความละเอียดอ่อน ประณีต ว่องไวแบบทางใต้
วันนี้เขาเป็นผู้ปกครองของหยางหยาง สำหรับเขาแล้วดูไม่เข้ากันเท่าไหร่นัก
เมื่อถูกอาจารย์ประจำชั้นถาม เหล่าโล๋ไม่ได้ตอบอะไร
แต่เป็นมือเล็กๆ หยางหยางที่ดึงเสื้อเขาเบาๆ ทำให้เขารู้สึกตัว
และพยักหน้า :” ใช่ ผมเป็นผู้ปกครองของเป้หมิงหยาง ผมนามสกุลโล๋”
“เขาเป็นพ่อของผม” หยางหยางรีบช่วยพูดเสริม
ผู้ใหญ่และเด็กตรงหน้าช่วยกันตอบแบบไม่มีเหตุผล ทำให้ห้องทำงานเงียบไปชั่วขณะ
ความหมายของสองประโยคนี้ซับซ้อนพอสมควร
อาจารย์ประจำชั้นคนอื่นๆ ก็รู้สึกแปลกใจและมองมาตรงนี้เป็นตาเดียวกัน
ถึงแม้ในสังคมปัจจุบัน การที่พ่อแม่จะหย่าร้างและแต่งงานมีครอบครัวใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่สำหรับคนที่เป็นอาจารย์แล้ว ก็ยังคงเป็นการดำรงชีวิตที่แตกต่าง
อาจารย์ประจำชั้นชี้ปากกาแดงที่ใช้ตรวจการบ้านมาที่สองคนตรงหน้า : “พวกคุณเป็นพ่อลูกกัน?”
เหล่าโล๋พยักหน้า แต่ในใจพูดขอโทษเป่หมิงโม่เจ้านายของตัวเองเป็นหมื่นครั้ง ขอโทษ ฉันโดนบังคับ
หยางหยางกลับแสดงได้ดีกว่า นี่เป็นเพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับเป่หมิงโม่คุณลุงคนที่3ของตัวเอง
เขาทำสีหน้าท่าทางจริงจัง : “ใช่ มีปัญหาอะไรไหมครับ?”
อาจารย์ประจำชั้นทั้งรู้สึกโกรธและตลก : “คนหนึ่งนามสกุลโล๋ อีกคนนามสกุลฉี...”
“พ่อแม่ผมหย่ากัน” อาจารย์ประจำชั้นไม่ทันพูดจบ หยางหยางรีบแย่งพูดขึ้นมา
*
“ฮัดชิ้ว...” เป่หมิงโม่จามอย่างเสียงดัง
เขาวางปากกาในมือ และเงยหน้ามองออกไปดูวิวที่อบอุ่นนอกหน้าต่าง
ในห้องทำงานไม่ได้เปิดแอร์ แต่เขารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิและความชื้นที่กำลังดีภายในห้อง
หรือว่างช่วงนี้ทำงานหนักไปหน่อย?
*
อาจารย์ประจำชั้นฝืนพยักหน้า จากนั้นจึงเงยหน้ามองเหล่าโล๋ ด้วยท่าทีที่เธอเคยชินในการอบรมนักเรียน : “พวกคุณเป็นผู้ใหญ่...จะให้ฉันพูดยังไง เรื่องความรู้สึกของตัวเองวุ่นวายไปหมดไม่พอ ยังส่งผลกระทบกับเด็กอีก”
พูดพลางถอนหายใจ : “เฮ้อ...นี้คือความล้มเหลวของการศึกษา”
ถือได้ว่าอาจารย์ประจำชั้นของหยางหยางเป็นคนหนึ่งที่รับผิดชอบต่อหน้าที่
เรียกได้ว่า อาจารย์ที่มีอายุส่วนใหญ่จะมีความรับผิดชอบในภาระหน้าที่และความรับผิดชอบอยู่ในใจลึกๆ
ถึงแม้ในสังคมยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีข้อโต้แย้งที่มีอยู่เหมือนไม่มีนั้น : “การเรียนไม่จำเป็นต้องลำบากตากตำขนาดนั้นเพื่อให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ ต่อให้เรียนดีก็สู้มีครอบครัวที่ดีไม่ได้”
แต่พวกเขาไม่เคยมีความคิดที่จะปล่อยปละละเลยนักเรียนแม้แต่คนเดียว
ตั้งแต่ที่หยางหยางย้ายมา อาจารย์ประจำชั้นคนนี้ก็เริ่มสังเกตเขาแล้ว และรับเขาเป็นนักเรียนของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่เลือกปฏิบัติกับนักเรียนที่ย้ายโรงเรียนมา
ดีที่ตอนแรกเริ่มคะแนนของหยางหยางอยู่ในระดับทั่วไปแต่ก็ถือว่าซื่อสัตย์
แต่ช่วงนี้ในโรงเรียนมีข่าวลือต่างๆ แพร่กระจาย
แน่นอนว่าข่าวพวกนี้ออกมากปากของอาจารย์ท่านอื่นๆ ในห้องทำงานนี่แหละ
ข่าวประมาณว่า : ปัญหารักในวัยเรียนของนักเรียน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงระดับมัธยมต้นหรือมัธยมปลาย
แต่ตอนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุณภาพอาหารการกิน คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือคำแนะนำที่ไม่เหมาะสมจากสื่อต่างๆ ในสังคมปัจจุบัน ทำให้ช่วงอายุของนักเรียนที่มีรักในวัยเรียนเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยเพิ่มขึ้น
ต่อมาเป็นคำกล่าวหาจากอาจารย์ประจำชั้นของดาวโรงเรียน บอกว่ามีเด็กผู้ชายคนหนึ่งตามจีบนักเรียนหญิงของเขาตั้งแต่เช้าจนค่ำ
จากคำอธิบายรูปร่างและส่วนสูง อาจารย์ประจำชั้นของหยางหยางก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นนักเรียนของตัวเอง
ถึงแม้อาจารย์ประจำชั้นคนนั้นไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ก็ทำให้อาจารย์ที่รับผิดชอบคนนี้รู้เสียหน้าและเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง
เรื่องนี้ไม่ว่ายังไงก็ควรได้รับการแก้ไข
แน่นอน ภายใต้สถานการณ์ล่อแหลมแบบนี้ หยางหยางบังเอิญถูกเด็กอ้วนคนหนึ่งเรียกออกไป และทำให้มาเข้าเรียนสาย อีกทั้งยังเหม่อลอยขณะเรียน แน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับข่าวลือ