ตอนที่ 1163
บทที่ 1163 สวนดอกไม้กลายเป็นแปลงผัก
October 28, 2026
บทที่ 1163 สวนดอกไม้กลายเป็นแปลงผัก
เขายื่นหน้าถาม : “หัวเราะอะไร มีอะไรน่าหัวเราะ โทรศัพท์เขาใช้ไม่ได้ แล้วของนายใช่ได้รึเปล่า?”
เด็กอ้วนยิ้มอย่างโอ้อวดและหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าตัวเอง เขย่าให้หยางหยางดูตรงหน้า : “ให้พวกนายดูเป็นขวัญตา ของฉันซัมซุง”
ระดับความคุ้นเคยกับโทรศัพท์นั้น ถือได้ว่าเป็นงานอดิเรกเล็กๆ ของเขา
ที่กำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้ เขาแทบจะบอกชื่อได้หมด
สำหรับโทรศัพท์ของเด็กอ้วนนั้น ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ดัง แต่มองแค่แวบเดียวก็รู้ : “คิดว่าโทรศัพท์แบรนด์ดังที่ไหน ที่แท้ก็ของปลอม ยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะคนอื่น”
โทรศัพท์ปลอม...
เด็กอ้วนกระตุกมุมปากขึ้นมาทันที
ความจริงแล้วจะมีเด็กโตสักกี่คนที่จะมาสนใจวิเคราะห์สิ่งของเหล่านี้
แน่นอนว่าให้อะไรก็รับอย่างนั้น พูดอะไรก็ฟังอย่างนั้น
ไม่ต้องการทำความเข้าใจอะไรมาก
เด็กอ้วนเข้าใจมาตลอดว่าเป็นของแท้
“พูดอะไรมั่วๆ โทรศัพท์เครื่องนี้พี่ชายฉันให้มา เขาใช้แต่ของแบรนด์ดังทั้งนั้น”
หยางหยางมองเขาอย่างเห็นใจ จากนั้นถอนหายใจพลางส่ายหน้า : “เด็กอย่างพวกนายนี้หลอกง่ายเสียจริง บอกอะไรก็เชื่อย่างนั้น”
พูดจบก็ดึงมือเด็กแว่นเดินไปทางห้องเรียน
“ลูกพี่! ไอสองคนนั้นหนีไปแล้ว”
“พวกแกสองคนหยุดเดียวนี้” ครั้งนี้เด็กอ้วนน่าจะโกรธจนแทบบ้า
ในเมื่อสองคนนี้ไม่เห็นเขาและพวกที่เขาพามาอยู่ในสายตา คิดจะไปก็ไปคิดจะมาก็มา
อีกอย่างคนที่ชื่อเป้หมิงหยางชอบทำให้เขาโกรธเสียจริง ครั้งที่แล้วก็ถือว่าแล้วไป ครั้งนี้ยังเอาเรื่องโทรศัพท์มาเยาะเย้ยเขาอีก
ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ในโรงเรียนนี้ฉันก็มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย
ยิ่งต่อหน้าพวกพ้องของตัวเองยิ่งรู้สึกอับอาย
แต่หยางหยางกลับไม่สนใจ ทำเหมือนไม่ได้ยิน
แต่ทว่าเด็กแว่นคงจะปอดแหก กลัวจนไม่กล้าเดินต่อ
หยางหยางทำได้แค่พยายามใช้แรงผลักเขาเดินไปด้านหน้า
“นายจะไปกลัวอะไร พวกเขาสนใจฉันไม่ใช่นาย ฉันอยู่นายจะกลัวทำไม ใจเย็นๆ อย่าทำให้ฉันขายหน้าได้ไหม”
หยางหยางปลอบใจเด็กแว่น
“รู้ไหมนายกำลังทำให้ฉันเดือดร้อน ไม่งั้นระวังไว้ฉัน...”
หยางหยางต่อยหมัดไปที่หน้าอ้วนๆ ของเด็กอ้วนที่ถูกพยุงโดยเพื่อนอีกสองคน
เด็กอ้วนแสดงท่าทีตื่นตกใจออกมา
จากนั้นใช้แขนเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูก
“อืมม...ก็ไม่เลว” หยางหยางพยักหน้าพอใจ
และหันกลับไปอีกด้าน โบกไม้โบกมือให้เด็กแว่นที่ตื่นตกใจเหมือนกัน : “พวกเราไปกัน”
*
เพิ่งจะพูดไปเองว่าเด็กอ้วนท่าทางดูน่ากลัวมาเพื่อหาเรื่อง แต่เขาเลือกคู่ต่อสู้ผิด
ที่เขาเจ็บแบบนี้ไม่ใช่เพราะฝีมือหยางหยาง
แต่เพราะพวกพ้องที่เขาพามาต่างหาก หยางหยางแค่ใช้เล่ห์เหลี่ยมที่โล่ฮานเคยสอยมานิดหน่อย และหลอกใช้แรงจากพวกพ้องของเด็กอ้วนแค่นั้น
นี้ถือว่าเป็นวิธีการเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง
จริงแล้วครั้งก่อนในโรงเรียนนั่นถือได้ว่าเป็นการโชว์ฝีมือเล็กๆ ครั้งนั่นสิถึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จจริง
อยู่ที่นี่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้ เพราะตัวเองมีชนักปักหลังอยู่แล้วไม่อยากจะเพิ่มความยุ่งยากให้ตัวเองอีก
ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะได้เรียนที่โรงเรียนนี้ถึงเมื่อไหร่ อย่างน้อยในช่วงเวลานี้ควรเก็บรายละเอียดไว้สักหน่อย
*
ช่างโชคร้ายจริงๆ จริงแค่อยากจะยืมโทรศัพท์เด็กแว่นโทรหาเฉิงเฉิงเท่านั้น
ไม่คิดว่าจะวุ่นวายแบบนี้
ใครจะรู้หลังจากปล่อยเด็กอ้วนหลุดมือไปแล้ว หลังจากนี้จะมาสร้างความวุ่นวายอะไรอีกไหม
ตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์จะคุยโทรศัพท์แล้ว
*
เป็นอีกวันที่เฉิงเฉิงไม่ได้รับข่าวอะไรจากหยางหยาง เขาเริ่มกังวลใจแล้ว
หรือว่าหยางหยางจะมีเรื่องอะไร?
คิดอีกทีคงไม่น่ามีอะไร ในเมื่อพ่อส่งคนไปดูแลหยางหยางแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรใหญ่โตแน่นอน
แต่เขาไม่โทรมาเลยนี้สิ หรือว่าเขาจะมีอะไรวุ่นวายนิดหน่อย
*
ผ่านไปอีก1สัปดาห์ สัปดาห์นี่ค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับกู้ฮอน แต่ก็ไม่มีอะไร
ในเมื่องานก็คืองาน ชีวิตประจำวันก็คือชีวิตประจำวัน ไม่มีใครสามารถทำแทนได้
แต่เป่หมิงโม่นี้สิ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอคิดอะไรแต่กลับทำเป็นไม่สนใจ ทำงานยุ่งทุกวัน หลังจากกลับมาบ้านก็มีความสุขกับเล่นอยู่กับลูก
*
ดึกดื่นขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหล
โทรศัพท์ของเฉิงเฉิงก็ดังขึ้น
หรือนี่อาจจะเป็นความผูกพันของฝาแฝด เพราะปกติเวลานอนเขาจะปิดเครื่อง
แต่วันนี้กลับไม่ได้ปิด
ดึกขนาดนี้ใครจะโทรมา?
ไม่ใช่แค่ตอนดึกเท่านั้น แม้แต่ตอนกลางวัน ก็แทบจะไม่มีใครโทรหาเขาเลย
“ฮัลโล ใครโทรมา? ดึกขนาดนี้แล้ว...”
เขายังไม่ลืมตาและเสียงยังง่วงอยู่เลย
อีกสองวันก็จะสอบแล้ว ช่วงนี้เขายุ่งกับการอ่านหนังสือจนนอนดึก
การพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้การเรียนในวันต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“ฉันเอง แค่ฟังฉันพูดก็พอ ฉันโดนยึดโทรศัพท์ เพราะพ่อบงการ ฉันแอบขโมยโทรศัพท์ของเหล่าโล๋ออกมาตอนเขาหลับ ฉันมีแผนให้นายช่วย แค่ทำตามก็พอแล้ว”
หยางหยางบอกแผนการทั้งหมดให้เฉิงเฉิงฟังผ่านโทรศัพท์ โดยไม่สนใจเลยว่าเขาจะจำได้มากแค่ไหน
แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงของหยางหยาง เขาก็มีสติขึ้นมาไม่น้อย อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าหลายวันที่ผ่านมาเกิดเรื่องอะไรขึ้น