ตอนที่ 1165
บทที่ 1165 ต้องอบรมสั่งสอนกันหน่อย
October 28, 2026
บทที่ 1165 ต้องอบรมสั่งสอนกันหน่อย
เป่หมิงโม่คิดไม่ถึงว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ พวกเขายังหาวิธีติดต่อกันได้
ใช่ว่าเขาไม่มีหัวใจ ในเมื่อพวกเขาอยากเจอกัน ในเมื่อตัวเองไม่สามารถทำลายกฎที่ตั้งขึ้นเองได้ จึงทำได้แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปิดตาไปสักข้างหนึ่ง
แต่นี่ก็ทำให้เหล่าโล๋ลำบากแล้ว
ผู้ชายคนนี้ยังคงตามหาอย่างไร้จุดหมาย
*
กู้ฮอนมองหยางหยางอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าลูกออกมาอาศัยนอกบ้านไม่ได้รับความลำบากอะไร
และยังได้ฟังคำตอบจากลูกที่รู้สึกเป็นตัวเองและสบายใจ
นี่ถึงจะทำให้เธอสบายใจจริงๆ
“ลูกรัก พ่อของลูกส่งคนค่อยติดตามตลอดไม่ใช่รึไง?”
เธอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาในทันที
เพราะเกรงว่าเป่หมิงโม่จะรู้เข้า
หยางหยางแสดงท่าทีได้รับชัยชนะ : “ผมสลัดเขาหลุดไปแล้ว พ่อไม่มีทางรู้”
“งั้นก็ไม่ควรปล่อยให้เขาร้อนใจตามหาลูกน่ะ เหล่าโล๋ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่ง ทั้งยังดูแลความเป็นอยู่ของลูกอีกด้วย”
กู้ฮอนรู้สึกว่าสิ่งที่ลูกทำนั้น ทำให้เหล่าโล๋กำลังลำบาก
ว่ากันว่า ในครอบครัวที่ไม่ได้มีลูกเพียงคนเดียว มักจะมีลูกคนหนึ่งที่จะเป็นที่รักที่เอ็นดูลูกมากกว่าคนอื่นๆ
พวกเขาจะกลายเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอนที่สุดในครอบครัว ไม่ใช่เพียงหนึ่งเดียว
พวกเขาจะทำให้พ่อแม่ปวดหัวอย่างถึงที่สุด แต่ก็ไม่มีวิธีการใดที่จะดีหรือได้ผลเป็นพิเศษ
สำหรับหยางหยางแล้ว เป่หมิงโม่เลือกใช้วิธีการคล้ายๆ กับการเนรเทศ
ตามคำกล่าวที่ว่า : ก่อนที่พระเจ้าจะมอบหมายงานสำคัญให้ใคร จะต้องผ่านการทดสอบความพยายาม ความอดทนต่อความยากลำบาก ความหิวโหย ความสิ้นหวัง ความล้มเหลว เพื่อฝึกให้เขาเรียนรู้ที่จะปรับตัว ดิ้นรนเพื่อเพิ่มความสามารถ
ดูได้ไม่ยาก ในฐานะพ่อของลูกไม่สามารถปล่อยให้เฉิงเฉิงโดดเด่นอยู่คนเดียวได้
เขาอยากให้ลูกของเขาทุกคนอยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุด
นี้คงจะเป็นภาระหน้าที่อย่างหนึ่งในใจเขา
เมื่อตัวเองอยู่ในระดับที่เป็นเลิศแล้ว ก็ไม่แปลกที่จะอยากให้คนที่เกี่ยวข้องกับตัวเองอยู่ในระดับเป็นเลิศด้วยเหมือนกัน
อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้โดดเด่นขึ้นมาได้
น่าเสียดายที่เขาเกิดมาพร้อมความแตกต่าง
จากภายนอกดูไร้เดียงสาไม่มีพิษภัย แต่กลับมีช่วงเวลาที่สงบน้อยเหลือเกิน
การพบเจอกันครั้งนี้ ต้องมีคนดีใจและคนที่กังวล
ต้องรับมือกับคุณชายน้อยแบบนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับเหล่าโล๋เหมือนกัน
ขณะที่เหล่าโล๋แทบจะพลิกแผ่นดินหา โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
แต่ทว่า ขณะที่มองชื่อที่โทรเข้ามาในโทรศัพท์อยู่นั้น เหมือนเห็นแสงสว่างอยู่ตรงหน้า
หรือเขาอาจจะเป็นที่คนที่มาช่วยชีวิต
“โทรหาฉันมีธุระอะไร?”
เขาหาม้านั่งยาวบริเวณนั้นนั่งพัก
“ฮัลโหล ฉันเอง...” เสียงของฉิงฮัวดังมาจากโทรศัพท์
แถมเหล่าโล๋ยังแอบได้ยินเสียงเด็กร้องผ่านมาไมค์ในโทรศัพท์มา
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ฉันได้ยินมาจากเจ้านายว่า นายกำลังเจอเรื่องยุ่งยาก” ฉิงฮัวพูดอย่างไม่อ้อมค้อม
เขากับเหล่าโล๋เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และเป็นมือซ้ายมือขวาของเป่หมิงโม่
ในเมื่อเพื่อนกำลังเจอเรื่องยุ่งยาก แน่นอนว่าต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นคนแรก
เหล่าโล๋ถอนหายใจ : “เจ้านายไม่ได้บอกนายหรือไงว่าเจอเรื่องยุ่งยากอะไร?”
ฉิงฮัวขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีก สีหน้างงงวย : “บอกแค่ว่าให้นายบอกฉัน”
เฮ้อ เหล่าโล๋เริ่มรู้สึกไม่เข้าใจเจ้านายของตัวเอง ลูกหายไปทั้งคนเข้ายังใจเย็นอยู่ได้ ทั้งยังให้ลูกน้องทั้งสองทายกันเองอีก
“เรื่องเป็นแบบนี้ ตอนนี้ฉันกำลังตามดูแลคุณชายน้อยหยางหยางที่พักอยู่ด้านนอก ส่วนเหตุผลคิดว่าเจ้านายน่าจะบอกนายไปแล้ว”
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เหล่าโล๋ได้แต่ยอมรับ
แต่ก็ไม่รู้ว่าฉิงฮัวจะรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน เขารู้สึกตกใจเล็กน้อย : “คุณชายน้อยหยางหยางโดนไล่ออกจากบ้านแล้ว? ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง? แล้วคุณผู้หญิงเห็นด้วยหรือไง?”
เหล่าโล๋พอจะเดาออก ฉิงฮัวไม่รู้อะไรมาก
ถามคำถามติดกันมากมาย จนเหล่าโล๋ไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี
ตอนนี้สนใจเรื่องเร่งด่วนก่อนดีกว่า : “รายละเอียดฉันค่อยบอกอีกทีวันหลังแล้วกัน ตอนนี้ปัญหาที่ฉันเจอ ก็คือ คุณชายน้อยหนีไปแล้ว และตอนนี้ฉันก็ไม่รู้จะหาจากตรงไหนแล้ว”
“ห่ะ!” หลังจากได้ฟังฉิงฮัวแทบจะทำโทรศัพท์ร่วง
มือไม้สั่นอยู่ไม่เป็นสุขจนดึงดูดความสนใจจากลั่วเฉียว
ฉิงฮัวรีบถาม : “เกิดขึ้นเมื่อไหร่?”
“เมื่อกี้ แต่ฉันรายงานเรื่องนี้กับเจ้านายแล้ว แต่ท่าทีเขากลับดูเหมือนนิ่งเฉย”
คำตอบแบบนี้ก็ทำให้ฉิงฮัวรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย
“ต้องการให้ฉันช่วยไหม ตอนนี้ฉันส่งคนไปช่วยได้อยู่”
หยางหยางหายไปขณะที่อยู่กับเหล่าโล๋ เรื่องนี้ฉิงฮัวเองก็รู้สึกน่าแปลกใจ
ระยะเวลาที่เหล่าโล๋อยู่ทำงานอยู่ข้างตัวเป่หมิงโม่ห่างกับเขาพอสมควร
ความสามารถบางอย่างของเขาดีกว่าของตัวเองเสียอีก