ตอนที่ 1168
บทที่ 1168 ความหวังแตกสลายอีกครั้ง
October 28, 2026
บทที่ 1168 ความหวังแตกสลายอีกครั้ง
จนกระทั่งสองแม่ลูกได้ยินเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ดึงดูดเหมือนแม่เหล็ก จึงจะรู้ตัวว่าในห้องมีคนเพิ่มคนมาอีกหนึ่งคน
กู้ฮอนประคองไหล่ของเฉิงเฉิงไว้ เพื่อให้เขาสบายใจ : “ไม่มีอะไร แค่อยากคุยเล่นกับลูกหน่อย”
“คุยเล่น?” เป่หมิงโม่ขมวดคิ้ว : “พวกคุณสองแม่ลูกมีเรื่องอะไรคุยกันเยอะแยะ กลางวันยังคุยกันพออีกหรือไง งั้นผมฟังด้วยสิ”
เป่หมิงโม่พูดพลางเอนตัวนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ใกล้กับระเบียง
มือสองข้างวางไขว้บนท้อง สองขาไขว่ห้าง ทำท่าทางเตรียมพร้อมฟัง
“คุณชอบเรื่องซุบซิบตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเราสองแม่ลูกต้องบอกคุณด้วย” กู้ฮอนมองเป่หมิงโม่ จากนั้นตบไหล่เฉิงเฉิงเบาๆ : “ลูกรักตอนนี้ดึกแล้วกลับไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนอีกน่ะ”
*
มองลูกกลับไป จากนั้นกู้ฮอนจึงปิดประตูลง
“วันนี้ทั้งคุณและลูกดูไม่ค่อยปกติกัน ทำให้ฉันรู้สึกมีลางไม่ค่อยดี น่าจะเกี่ยวกับหยางหยาง”
เป่หมิงโม่พูดอย่างสบายๆ แต่สายตาส่องประกาย มองสำรวจผู้หญิงที่แต่งหน้าธรรมดาๆ ตรงหน้าเขา
มีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ
“เกี่ยวอะไรกับเขา ในเมื่อคุณเอาหยางหยางไปซ่อนไว้แล้วไม่ใช่รึไง เรียกลูกชายคนโตมาช่วยกันคิดไหมว่าลูกชายคนเล็กมีปัญหาอะไรอีก?”
เป่หมิงโม่ยิ้มจางๆ : “ไม่มีอะไรอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะเตือนคุณหน่อย : “แม่รักลูกมากเกินไปจะกลายเป็นทำร้ายลูก อย่าใช้แรงกระตุ้นเพียงชั่วคราว มาส่งผลกระทบกับชีวิตตามปกติของเขา”
“ฮึ ประโยคนี้ของคุณ ก็พอมีเหตุผลอยู่น่ะ ทำให้ฉันอดคิดถึงหวีหรูเจี๋ยไม่ได้ ในใจของฉันเธอเป็นคุณแม่ที่...”
ข่มเหงผู้อื่นด้วยวิธีการที่ตัวเองเลียนแบบเขามา
“คุณนี่ปากร้ายขึ้นทุกวัน” เป่หมิงโม่พูดพลางลุกขึ้น และค่อยๆเดินเข้าไปใกล้กู้ฮอน
เจ้าคนร้ายนี่ จะมาทำอะไรให้ตื่นเต้นอีกแล้ว...
“ฉัน ฉันยังไม่อาบ...” เธอลุกลี้ลุกลน
ความจริงแล้วระหว่างพวกเขาไม่มีอะไรกีดกั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นมีเหตุและผล
แต่กู้ฮอนมักจะตื่นเต้นอยู่บ้างทุกครั้ง
เป่หมิงโม่มองเธอพลางยิ้มให้ และยื่นใหญ่ออกไปจับข้อมือขาวๆ ของเธอไว้ : “ฉันก็ยัง งั้นก็พอดีเลย”
“พอดีอะไร...นิ...”
กู้ฮอนยังพูดไม่ทันจบ เธอก็ถูกเป่หมิงโม่ผลักเข้าไปในห้องน้ำเหมือนแผ่นไม้แผ่นหนึ่ง
*
ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง บ้านที่รอบๆ ปิดไฟมืดสนิทหมดแล้ว มีเพียงแสงสว่างเล็กๆ จากห้องชั้นบนสุดเท่านั้น
เด็กชายตัวน้อยกำลังยุ่งกับแสงสว่าง
“ในโทรทัศน์บอกไว้ว่า : การหุนหันพลันแล่นเป็นมาร วันนี้ฉันหุนหันพลันแล่นไปแล้ว...”
หยางหยางขมวดคิ้ว จ้องมองบัตรพลาสติกสองใบบนโต๊ะอย่างตั้งใจ
นี้คือบัตรของแม่ที่ให้เขามา และเขาตัดมันเป็นสองท่อนต่อหน้าเฉิงเฉิงเพราะความโกรธ
แต่ว่าไปแล้ว ตอนนี้ที่ทำแบบนั้นก็ช่วยระบายอารมณ์ได้นิดหน่อย โดยเฉพาะต่อหน้าเฉิงเฉิง ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังพิสูจน์ความกล้าของตัวเอง
หลังจากที่หัวร้อนไปแล้ว และเมื่อสงบลงแล้วมานั่งมองบัตรที่กลายเป็นสองท่อน รู้สึกเสียใจในภายหลัง นี่ทำให้รู้สึกเป็นทุกข์
จะทะเลาะกับใคร ก็ไม่ควรทะเลาะกับเงินไม่ใช่รึไง
ยิ่งไปกว่านั้นนี่แม่ให้เขา แล้วทำไมต้องใช้วิธีนี้พิสูจน์กับเฉิงเฉิงด้วยล่ะ?
ยิ่งคิดยิ่งโกรธ ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด
บางทีถ้าซ่อมบัตรให้ติดกันได้ อาจจะยังใช้ได้
นี่คือวิธีที่หยางหยางคิดได้ในตอนนี้
บัตรใบนี้จะบางเกินไปหน่อยไหม...
ถ้าเอาสกอตช์เทปสีใสมาติดรอบลอยที่ตัด บัตรใบนี้ต้องใช้ไม่ได้แน่นๆ
ถึงแม้อายุยังน้อย แต่หยางหยางรู้ดีว่าแถบแม่เหล็กสีทึบนั้นต่างที่เป็นกุญแจสำคัญที่จะกดเงินออกมาได้
เขาเคยเห็นผู้ใหญ่รูดบัตร และใช้กดเงินหลายๆ ครั้ง ก็ใช้แถบแม่เหล็กรูดไปบนตัวเครื่องทุกครั้ง
งั้นควรใครวิธีไหนดีล่ะ...
*
หยางหยางกลับมาอย่างปลอดภัย นี่ทำให้เหล่าโล๋สบายใจขึ้น
วันนี้เขาตื่นเต้นจริงๆ และการตามหาเด็กคนนี้ก็ใช้พลังงานไปไม่น้อยเลย
ขณะที่เขากำลังเอนตัวลงบนโซฟาและค่อยๆ หลับตาทั้งสองข้างลง
เสียงเปิดประตูจากด้านหลังโซฟา ทำให้เขาตกใจลืมตาขึ้นมา
เมื่อลืมตาขึ้นมา ก็เจอหยางหยางยืนอยู่ตรงหน้า
เด็กน้อยคนนี้ยืนกัดฟันมองหน้าเขา ทำให้เขารู้สึกหลังเย็นวาบขึ้นมา
“คุณ คุณชายน้อยมีธุระอะไรกับผมรึเปล่า?” โล๋เซียวพูดพลางลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ควรมีช่องวางระหว่างเจ้านายกับลูกน้องไว้หน่อย
“เอิ่ม...” หยางหยางก็ดูตะลึงไปชั่วครู่ เรื่องบัตรนั่นไม่สามารถบอกใครได้
เห็นเขากระอักกระอ่วนแบบนั้นโล๋เซียวรู้เลยว่าเขาต้องกำลังคิดอะไรอยู่อีกแล้ว
“คุณลุงโล๋ มีกาวน้ำแบบที่จะเอามาซ่อมหรือติดบัตรได้ไหม?”
“กาวน้ำ?” โล๋เซียวหันหลังกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง หยิบกาวน้ำ502มาให้หนึ่งหลอด : “นี่น่าจะใช้ได้”
เขาพูดพลางแต่กลับไม่เอากาวยื่นให้หยางหยาง แต่เลือกที่จะเดินเข้าไปทางห้องของหยางหยางแทน
“เฮ้...” หยางหยางรีบวิ่งไปที่หน้าประตูห้องตัวเอง อ้าแขนกว้างขวางไว้ตรงหน้าประตู
เขาไม่อยากให้คนอื่นเข้าไปในห้อง ถ้าเกิดเห็นบัตรเครดิตที่อยู่บนโต๊ะเข้า ก็จะรู้เรื่องหมด
“คุณลุงโล๋ ให้ผมก็พอแล้ว”
เห็นหยางหยางยิ้มแต่แอบซ่อนความลำบากใจอยู่นั้น
โล๋เซียวเดาได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ต้องแอบซ่อนอะไรที่บอกใครไม่ได้ไว้ในห้องอีกแน่นอน