ตอนที่ 968
บทที่ 968 ตามหา
October 28, 2026
บทที่ 968 ตามหา
“คุณผู้หญิงครับ คุณจะไปไหน” ฉิงฮัวขมวดคิ้ว รีบวิ่งไปคว้าจับเธอเอาไว้ จากนั้นก็ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงมองไปที่กู้ฮอน “คุณผู้หญิงครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณชายน้อยหยางหยางกันแน่ เพียงแค่บอกกับผม คุณวางใจได้ว่าผมจะพาเขากลับมาหาคุณโดยที่ไม่บุบสลายใดๆ” จากนั้นก็พยักหน้าให้เธออย่างเด็ดเดี่ยว
กู้ฮอนในตอนนี้สติกลับมาแล้ว เธอแทบจะพูดเสียงติดสะอื้นว่า “หยางหยางถูกคนพาตัวไปจากโรงเรียนแล้ว”
ถูกคนพาไปแล้ว เป็นเรื่องที่ทำให้คนรู้สึกคาดไม่ถึงจริงๆ เขารู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้นลูกคนใหญ่คนโตผู้มีอำนาจล้วนเรียนหนังสืออยู่ที่นี่
แต่คาดไม่ถึงเลยจริงๆว่าโรงเรียนแบบนี้จะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมา ทั้งยังเกิดขึ้นกับหยางหยางด้วย
ฉิงฮัวหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา โทรแจ้งให้คนตามหา สถานที่สำคัญแน่นอนว่าคือโรงเรียนและบริษัทเป่หมิง เพราะได้ยินกู้ฮอนบอกว่าคนที่พาหยางหยางไปบอกว่าตัวเองเป็นคนของบริษัทเป่หมิง ถึงขั้นแสดงบัตรพนักงานของบริษัทเป่หมิงออกมาด้วย
ว่ากันไปตามเหตุผลแล้วบัตรพนักงานของคนคนนั้นน่าจะตรวจสอบง่ายอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ได้รู้จากปากของคนตรวจสอบนั้นก็คือ ผู้รับผิดชอบรับรองแขกคนนั้นก็เป็นกังวลจนลืมกระทั่งรูปภาพบนบัตรและชื่อแซ่ไปหมดเพราะเรื่องที่หยางหยางหายไปปรากฏออกมา
แน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เจอบ่อยนัก คนเราเมื่อได้รับความกระทบกระเทือนก็มักจะมีปฏิกิริยาต่อแรงกดดัน ลืมเลือนบางสิ่งหรือไม่ก็พูดเกินจริงนั้นเป็นเรื่องที่สามารถพบได้บ่อยๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ก็ไม่สามารถกล่าวโทษอะไรผู้อื่นได้ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนสงสัยก็ปรากฏขึ้น
***
จากผลตอบรับที่ได้มาจากการไปตรวจสอบพนักงาน ตอนที่พวกเขาดึงข้อมูลจากวิดีโอกล้องวงจรปิดมานั้นกลับไม่มีใบหน้าตรงๆของผู้มารับเลยสักรูป
สิ่งเดียวที่สามารถยืนยันได้ก็คือคนคนนั้นเป็นผู้ชายคนหนึ่ง และระหว่างที่จะเขาไปในโรงเรียนก็แสดงบัตรให้กับพนักงานต้อนรับด้วย นั่นน่าจะเป็นบัตรพนักงานของบริษัทเป่หมิงนะ
ถัดมาก็เกิดเหตุการณ์อันน่าประหลาดอย่างหนึ่งคือ ตอนที่หยางหยางพบกับคนคนนั้นแล้วก็ไม่ได้แสดงท่าทางไม่รู้จักหรือปฏิกิริยาอื่นๆ และตามคนคนนั้นออกไปจากโรงเรียน
ข้อมูลมาถึงตรงนี้แล้ว ไม่ว่าฉิงฮัวหรือว่ากู้ฮอน ในสมองของพวกเขาปรากฏชื่อของคนคนหนึ่งออกมา ถังเทียนจื้อ
แน่นอนว่าคนที่สามารถอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ได้ทั้งหมดก็มีเพียงแค่เขาคนเดียวแล้ว เขาเป็นพนักงานบริษัทเป่หมิง ดังนั้นจะต้องมีบัตรพนักงานอย่างแน่นอน รองลงมาความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหยางหยางค่อนข้างดี ดังนั้นตอนที่หยางหยางพบเขาแล้วจึงได้ไปกับเขาอย่างสบายใจ
ส่วนเรื่องที่ถังเทียนจื้อเคยทำงานให้กับโรงเรียนพวกเขาเป็นช่วงเวลาหนึ่งนั้น การท่องเที่ยวของพ่อแม่ลูกอะไรนั่นก็มีเขาเป็นผู้นำไม่ใช่หรือ
เพียงแต่ว่าพนักงานต้อนรับคนนั้นเป็นคนที่เข้ามาใหม่ ดังนั้นจึงไม่เคยพบกับเขามาก่อน บวกกับความกังวล เดิมเรื่องราวที่จดจำเอาไว้เต็มสมองก็ถูกลืมเลือนไปหมด
ตอนนี้ถือได้ว่าเชื่อมโยงเรื่องราวแต่ละส่วนได้ชัดเจนแล้ว ปัญหาถัดมาก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว ทำไมถังเทียนจื้อต้องโกหกว่ากู้ฮอนไม่สบายและพาหยางหยางไปจากโรงเรียนกัน
เขามีความคิดอย่างไรกันแน่นะ นี่ไม่อาจรู้ได้เลยจริงๆ
ตอนนี้เหมือนจะยังไม่ใช่เวลาที่จะมาทำความเข้าใจกับปัญหานี้ ก่อนอื่นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตามหาเบาะแสของเขา
จะตรวจสอบเบาะแสของเขาแน่นอนว่าต้องเข้าทางเป่หมิงยี่เฟิง อย่างไรถังเทียนจื้อก็เป็นผู้ช่วยของเขา เกิดเรื่องกับผู้ใต้บังคับบัญชา มากน้อยอย่างไรผู้บังคับบัญชาก็น่าจะรู้บ้างเล็กน้อย
ฉิงฮัวให้กู้ฮอนนั่งอยู่ที่ห้องทำงานอย่างสงบก่อน ตัวเองจะแวะไปถามสักหน่อย เขาทำแบบนี้ก็เพราะกลัวว่าอารมณ์ความรู้สึกของกู้ฮอนจะหลุดการควบคุมไปในตอนที่ตัวเองจากไป แล้วไม่ส่งผลดีในการสืบข่าวที่มีประโยชน์
นอกจากนี้บริษัทเป่หมิงในตอนนี้ ภายนอกยังคงเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เบื้องหลังนั้นกลับแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย สำหรับฝ่ายของเป่หมิงยี่เฟิงนั้นเป็นพวกที่จ้องจะตะครุบตำแหน่งประธานบริษัทเป่หมิงตาเป็นมัน
ในตอนนี้ ให้ฉิงฮัวที่มีฐานะเป็นผู้ช่วยออกหน้า ตำแหน่งต่ำต้อยเล็กน้อยก็จะไม่สร้างแรงกดดันอะไรให้กับพวกของเป่หมิงยี่เฟิง ส่วนเป่หมิงยี่เฟิงก็จะไม่เอ่ยถามคำถามยากๆอะไรต่อตัวเองที่มีตำแหน่งต่ำต้อยมากเกินไปด้วย บทสนทนาก็จะผ่อนคลายมาก
นอกจากนี้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหยางหยาง จะพูดอย่างไรหยางหยางก็เป็นคนของตระกูลเป่หมิง ไม่เห็นแก่หน้าภิกษุสงฆ์ ก็ควรต้องเห็นแก่หน้าพระพุทธรูป อย่างไรพวกเขาก็จะให้ความร่วมมืออยู่บ้าง
กู้ฮอนฝืนยอมรับข้อเสนอแนะของฉิงฮัว นั่งรักษาการณ์อยู่ที่ห้องทำงานและก็สะดวกที่จะรอรับโทรศัพท์ ดูว่ามีความคืบหน้าในเวลาต่อมาหรือไม่
*
ตอนนี้เป่หมิงยี่เฟิงกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะวางน้ำชากับเป่หมิงเฟยหย่วนสองคน ลิ้มรสชาไปพลาง พูดคุยเรื่องที่จะวางแผนลงมือทำอย่างไรต่อไปไปพลาง
เสียงเคาะประตูห้องทำงานเบาๆนั้นตัดบทสนทนาหารือระหว่างพวกเขา ในตอนนี้เรื่องนี้ไม่สามารถให้คนภายนอกได้ยินได้ นี่ก็เพื่อความปลอดภัย
เป่หมิงยี่เฟิงวางถ้วยชาลง เดินอ้อมโต๊ะวางน้ำชาไปที่ประตู
เขาเปิดประตูก็ออกมาก็เห็นฉิงฮัวยืนอยู่ตรงนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ “ผู้ช่วยฉิง ไม่ทราบว่าลมอะไรหอบคุณมาที่นี่กัน”
“คุณชายยี่เฟิง พวกเราเข้าไปคุยกันด้านในเถอะครับ” ฉิงฮัวพูดแล้วมุดร่างเข้าไปในห้องทำงานของเป่หมิงยี่เฟิง