ตอนที่ 442
บทที่ 442 สั่งสอน
October 31, 2026
มู่เฉียวเม้มปาก “สมองคุณมีปัญหาหรือเปล่า?”
เธอพูดจบ ก็วิ่งเหยาะๆออกไป ทั้งร้อนรนทั้งหงุดหงิด
เพราะเรื่องนี้ของโม่หาน เธอไม่มีความตั้งใจในการทำงานเลย ช่วงนี้เองก็ไม่ได้ยุ่ง เสี่ยวโหรวคนเดียวก็สามารถรับมือได้
เธอยังไม่กล้าบอกพ่อกับแม่ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับโม่หาน บอกพวกเขาว่าโม่หานไปคุยงานที่ต่างประเทศ
เดินอยู่บนถนนคนเดียวอย่างไร้จุดหมาย เธอไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง? ถ้าหากโม่หานละทิ้งตัวเอง ถึงเธอจะขอความช่วยเหลือจากใคร คาดว่าสุดท้ายคงเทียบไม่ได้กับคำพูดเพียงคำเดียวของเขา
เธออยากไปขอร้องเขา ให้เขาเห็นแก่เธอกับลูก ไม่ต้องทำแบบนี้ แต่ว่า......
เธอเดินตั้งแต่เช้าจนฟ้ามืด แล้วเธอก็ได้รับสายจากคุณนายโม่
“เธออยู่ไหน?”
“อยู่ถนนกลางเมือง”
“เธอมาที่......”เธอบอกที่อยู่มา
เจอกับคุณนายโม่อีกครั้ง เธอยิ่งซูบผอมลงมากกว่าเดิม
“ตอนนี้โม่หานไม่ยอมเจอกับฉัน เธอไปเจอกับโม่หาน บอกเขาว่า ถ้าหากเขาเข้าคุก ฉันจะยอมตาย” ตอนที่คุณนายโม่พูดคำนี้ มู่เฉียวเห็นความตั้งใจในสายตาของเธอ เธอรู้สึกโล่งใจ บางที แบบนี้อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ใครเป็นคนผูกคนนั้นต้องเป็นคนแก้
“เขาทำเพื่อคุณ......”
“ฉันไม่ให้เขาทำเพื่อฉัน!”เสียงของคุณนายโม่ดังขึ้นทันที
มู่เฉียวก้มหน้า คิดๆแล้วก็พูดขึ้น “เขามีความสามารถมากพอที่จะไม่ให้ตัวเองติดคุก แต่เขาเลือกทางนี้ ก็เพราะอยากให้คุณสบายใจ”
เห็นได้ชัดว่าคุณนายโม่คิดไม่ถึงว่ามู่เฉียวจะพูดแบบนี้กับเธอ ความเข้าใจของเธอที่มีต่อลูกชาย จำกัดอยู่เพียงแค่วัยเด็กเท่านั้น พอโตขึ้นโม่หานก็กลายเป็นคนนิ่งขรึม พูดกับเธอน้อยมาก เดิมทีเธอคิดแค่ว่าลูกชายของเธอแค่ไม่อยากให้เธอติดคุกเท่านั้นเอง
“เธอบอกว่า เขาสามารถช่วยตัวเองได้?”
มู่เฉียวพยักหน้า
คุณนายโม่ปิดหน้าร้องไห้อย่างหนัก ที่แท้ หลายปีมานี้ เธอไม่ได้สูญเสียทุกอย่าง เธอยังมีลูกชายที่กตัญญูที่สุดในโลกนี้
น้ำตาของมู่เฉียวไหลตามลงมา เดิมทีเธอคิดว่าคุณนายโม่รู้เหตุผลข้อนี้ ตอนนี้เห็นแล้ว ว่าเธอไม่รู้ นี่เป็นวิธีปฏิบัติต่อคนอื่นที่ดีของโม่หาน ไม่เคยโอ้อวดทำตัวสูงส่ง แต่เป็นการสละให้ทีละน้อย
ต่อมา มู่เฉียวก็ไม่รู้ว่าคุณนายโม่ใช้วิธีอะไร โม่หานได้ออกมาหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์
นอกจากนี้ เขายังระบุหลักฐานการก่ออาชญากรรมของชายคนนั้นด้วย
ไม่มีใครอยากล่วงเกินคนที่‘มีชีวิต’อยู่ เพียงเพื่อคนที่ตายไปแล้วเพียงคนเดียว อีกอย่างเป็นคนที่เก่งมากถึงขนาดที่สามารถทำให้พวกเขาตกงานได้ตลอดเวลา ดังนั้น เรื่องทั้งหมดก็คลี่คลายลงอย่างเงียบๆ
ทำให้มู่เฉียวได้เห็นถึงสำนวนที่ว่ามีเงินก็สามารถสั่งผีให้โม่แป้งได้
เมื่อมองไปยังเขาที่พิงอยู่ตรงประตู มู่เฉียวคิดว่าตัวเองตาฝาดไป
จนกระทั่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่น เธอถึงได้รู้ว่า โม่หานกลับมาแล้วจริงๆ
เธอร้องไห้ขึ้นมาก่อน ต่อมาถึงได้โกรธ
กัดเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแรง
เธอได้ยินเสียงครางของชายหนุ่ม แต่เขากลับไม่ได้หยุดเธอ คิดๆแล้ว เธอก็รู้สึกทำไม่ลง
ชายหนุ่มก้มหน้าลง นิ้วเรียวเชยคางเธอขึ้นอย่างนุ่มนวล โน้มตัวจูบเธอ
จากนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก
พ่อมู่รีบหันหลัง
มู่เฉียวหลับตาและผลักโม่หานออกไปอย่างอายๆ “พ่อ ทำไมถึงได้กลับดึกขนาดนี้?”
ตั้งสามทุ่มแล้ว ปกติเวลาสามทุ่มกว่า พ่อมู่ต้องนอนอยู่บนเตียงแล้ว
สีหน้าของโม่หานไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง สายตาไปตกอยู่ตรงมือของพ่อมู่ที่ถือถุงยาไว้ “พ่อครับ คุณไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
มู่เฉียวถึงได้เห็นว่าพ่อถือยาไว้หลายกระปุก เดินเข้าไป หยิบยาจากมือเขามา พ่อมู่อยากแย่ง แต่ก็ไม่ทัน
“แม่ลูกปวดกระเพาะ ไม่มีอะไร”
“แม่ ปวดกระเพาะ? ทำไมหนูไม่รู้?”