ตอนที่ 230
ตอนที่ 230 น่าหวาดกลัว! เผด็จการ! เข้าใจโลก!
October 22, 2026
Sign in Buddha’s palm 230 น่าหวาดกลัว! เผด็จการ! เข้าใจโลก!
“การบ่มเพาะวิชาภาพดวงตะวันขนาดมหึมาต้องการ โอสถวิเศษธาตุไฟจํานวนมาก”
“ในทางทฤษฎี ตราบใดที่มีโอสถธาตุไฟเพียงพอ ภาพดวงตะวันขนาดมหึมาก็สามารถฝึกฝนได้ในเวลาอันสั้น และสามารถแปลงกายเป็นอีกาทองคําสามขา สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟที่แข็งแกร่งที่สุดได้”
ซูฉินคิดอยู่เงียบๆ ขณะที่รวมจิตเข้าไปในภาพแผ่นหินดวงตะวันขนาดมหึมา
ขั้นแรกของการฝึกภาพดวงตะวันฯ นั้นง่ายมาก ไม่จําเป็นต้องมีความรู้ซึ้ง ไม่ต้องใช้ร่างกาย ไม่ต้องใช้เลือดเนื้อ
ข้อกําหนดเพียงอย่างเดียวคือทรัพยากร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดูเหมือนจะง่ายนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทําให้ผู้ฝึกยุทธเกือบทุกคนบนโลกรู้สึกว่ามันยากแสนยาก
เนื่องจากความต้องการใช้ทรัพยากรของภาพดวงตะวันขนาดมหึมานั้นมากเกินไป เรียกได้ว่ามหาศาลไม่ต่างจากขุนเขาหรือท้องทะเล
ซูฉินลงชื่อเข้าใช้มาหลายสิบปีและถือว่าตนเองนั้นค่อนข้าง”ร่ํารวย” แม้แต่ของสะสมชั่วชีวิตของเซียนเทพปฐพีธรรมดาๆ ก็ไม่ได้มีมากเท่าเขา นอกจากนี้เขายังลงชื่อได้รับโอสถเพลิงเทพปฏิปักษ์มาหลายสิบเม็ดจากเกาะหยิงโจว แต่สุดท้ายก็ยังเติมจุดดวงแสงบนภาพดวงตะวันขนาดมหึมาได้ไม่มากนัก ยังคงมืดสลัวไม่ต่างจากเดิม
เพียงเท่านี้ก็จินตนาการได้แล้วว่าวิชาภาพดวงตะวันขนาดมหึมานั้นกินทรัพยากรมากมายเพียงไร
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงแผ่นหินแผ่นแรกจากภาพสิบสองสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แผ่นหินแผ่นถัดไปยิ่งต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าภาพดวงตะวันขนาดมหึมานี้อีกมาก
“น่าเสียดายที่ทรัพยากรธาตุไฟเท่านั้นที่มีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะวิชาภาพดวงตะวันฯ” ซูฉินถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขาลงชื่อมานานหลายสิบปีไม่ว่าจะเป็นในวัดเส้าหลินห รือภายในวังหลวง สมบัติส่วนใหญ่ที่ได้รับไม่ได้เป็นธาตุไฟ แม้โอสถเพลิงเทพปฏิปักษ์ที่ได้รับมาจากการลงชื่อเข้าใช้บนเกาะหยิงโจวจะอุดมไปด้วยธาตุไฟ แต่ก็มีเพียงไม่กี่สิบเม็ดเท่านั้น เติมไปอย่างไรก็ไม่เต็ม
“อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้ที่ข้าได้ลงชื่อเข้าใช้ในเมืองอินจี๋โลกถ้ําปิศาจ ข้าก็ได้รับโอสถธาตุไฟมาเป็นจํานวนมาก”
จิตใจของซูฉินสั่งการ จู่ๆ โอสถวิเศษจํานวนมากที่เปล่งไอความร้อนก็โผล่ออกมาอยู่เบื้องหน้าของเขา นี่คือสิ่งที่ได้มาจากลงชื่อเข้าใช้ในเมืองอินจี๋ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้
เมืองอินจี๋สร้างทับภูเขาไฟ พลังธาตุไฟมีอยู่เป็นจํานวนมาก นอกจากนี้กิ่งก้านของต้นไม้ปีศาจโบราณในเมืองอินจี๋ ยังเกี่ยวข้องกับธาตุไฟ ดังนั้นสมบัติส่วนใหญ่ที่ลงชื่อเข้าใช้จากที่นี่จึงเป็นสมบัติธาตุไฟ
แม้ว่าโอสถปีศาจธาตุไฟเหล่านี้จะเทียบไม่ได้กับโอสถเพลิงเทพปฏิปักษ์ แต่ปริมาณมากกว่ากันมาก ทุกครั้งที่เขาลงชื่อเข้าใช้ในเมืองอินจี๋ ซูฉินจะได้รับโอสถวิเศษหรือสมบัติอื่นๆมาทีละหลายสิบเม็ด
หลังจากผ่านไปสองสามเดือน โอสถปีศาจธาตุไฟที่สะสมได้จึงมีจํานวนหลายร้อยเม็ดเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป ซูฉินยังสามารถได้รับโอสถปีศาจธาตุไฟจํานวนมากจากการลงชื่อเข้าใช้ในทุกๆวัน
สําหรับปีศาจตนอื่นๆ เมืองอินจี๋ถูกสร้างขึ้นบนภูเขาไฟ มีสภาพอากาศที่ร้อนระอุ การอยู่อาศัยในระยะยาวอาจทําให้เกิดอาการเป็นพิษจากธาตุไฟได้ อย่างไรก็ตาม ในสายตาของซูฉินเมืองอินจี๋นั้นอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง!
สามารถมอบโอสถปีศาจธาตุไฟให้แก่เขาโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปด้วยตนเองเพื่อนํามาใช้ฝึกฝนวิชาภาพดวงตะวันขนาดมหึมา ถ้านี้ไม่เรียกว่าอุดมสมบูรณ์ แล้วที่ไหนจะเรียกว่าอุดมสมบูรณ์ได้อีก?
“เมืองเมฆาปีศาจนั้นสามารถลงชื่อเข้าใช้ได้นานกว่าสองปี และเมืองอินจี๋คงไม่มีทางน้อยกว่านั้นเป็นแน่”
“ในเวลาสองปี ถ้ายังลงชื่อเข้าใช้ต่อไปเช่นนี้ อาจจะฝึกฝนภาพดวงตะวันขนาดมหึมาจนประสบความสําเร็จเล็กๆน้อยๆก็เป็นได้?”
ดวงตาของซูฉินร้อนแรงขึ้นเล็กน้อย
แม้ว่าการสําเร็จวิชาเล็กๆ น้อยๆ จากแผ่นหินภาพดวงตะวันขนาดใหญ่จะยังห่างไกลจากพลังที่แท้จริงของภาพดวงตะวัน ทั้งยังห่างไกลจากการเปลี่ยนซูฉินให้กลายเป็นอีกาทองคําสามขาที่แท้จริงได้
แต่อย่างน้อยก็สามารถใช้ความสามารถบางอย่างของอีกาทองคําสามขาได้
ตัวอย่างเช่น เมื่อสําเร็จวิชาเล็กๆ น้อยๆ ในภาพดวงตะวันขนาดมหึมา ความเข้าใจและการรับรู้ของซูฉินเกี่ยวกับพลังของเปลวเพลิงจะล้ําหน้ายิ่งกว่าจ้าวทะเลบูรพาในทันที
แน่นอนว่าการรับรู้ก็คือการรับรู้ และความแข็งแกร่งก็อยู่ ส่วนความแข็งแกร่ง ในฐานะที่จ้าวทะเลบูรพาเป็นเซียนเทพปฐพีขั้นสูงสุด แม้ว่าเขาจะไม่ใช้พลังจากฐานบ่มเพาะ ซูฉินก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้อยู่ดี
แต่ก็มองเห็นได้ว่าความแข็งแกร่งที่จะมีได้นั้น เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
“โอสถเพลิงปีศาจสีชาด โอสถปีศาจธาตุไฟ หยดน้ําประกายเพลิงปีศาจ…”
สายตาของซูฉินกวาดมองไปทั่ว สีหน้าปรากฎความพึงพอใจ
ทรัพยากรธาตุไฟนั้นหาใช่มีเพียงแค่โอสถเทพหรือโอสถปีศาจเท่านั้น ทรัพยากรอื่นๆตราบใดที่มีธาตุไฟ ก็ล้วนมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะวิชาภาพดวงตะวันขนาดมหึมาทั้งสิ้น
“โอสถวิเศษเหล่านี้ล้วนได้มาจากโลกถ้ําปีศาจ แม้พวกมันจะมีปราณธาตุไฟ แต่ก็ยังคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของโลกถ้ําปิศาจ”
ซูฉินสัมผัสถึงปราณภายในตัวยาอย่างระมัดระวัง และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโอสถเทพธาตุไฟและโอสถปีศาจธาตุไฟ
แม้ว่าโอสถเพลิงเทพปฏิปักษ์จะให้ความร้อนแรงพอๆกัน แต่โดยภาพรวมมีเสถียรภาพมากกว่า ส่วนโอสถปีศาจที่อยู่ด้านหน้าของซูฉินนั้นมีกลิ่นอายของพลังแห่งการกดขี่อย่างมาก
“ถ้าเป็นโอสถชนิดอื่น ข้าอาจจะต้องใช้ร่างทองมารพุทธะเพื่อเปลี่ยนแปลงร่างกาย แต่สําหรับธาตุไฟนั้น…”
ซูฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ในทันใดนั้น เม็ดโอสถปีศาจทั้งหลายก็ลุกพรึบกลายเป็นเปลวไฟปีศาจขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาร่างของซูฉิน
อีกาทองคําสามขาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟที่แข็งแกร่งที่สุด ตราบใดที่มันเป็นพลังงานธาตุไฟ จะสายเทพหรือสายมารก็ไม่มีความแตกต่างอะไร สามารถกลืนกินทั้งหมดเข้าไปได้โดยง่าย
ฟูมม!!
ไม่นานหลังจากเม็ดโอสถจํานวนมากไหลเข้าสู่ร่างกาย ด้านหลังของซูฉินก็มีแผ่นหินขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมารางๆ มีดวงตะวันขนาดมหึมาสลักอยู่บนแผ่นหินนั้น นอกจากนี้มันยังมีจุดแสงอีกนับหมื่น
ในเวลานั้น จุดแสงบางส่วนบริเวณขอบของแผ่นหินก็ค่อยๆสว่างขึ้น
หากใช้โอสถเหล่านี้ที่ละเม็ด อาจจะไร้ประโยชน์เพราะไม่สามารถมองเห็นผลลัพธ์ของมันได้ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป เมื่อใช้ใน “ปริมาณ” ที่มากถึงขนาดนี้
ซูฉินจะใช้วิธีนี้ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อใช้โอสถปีศาจที่สะสมไว้หลายร้อยเม็ดนี้ในการบ่มเพาะ หลังจากนี้ก็จะลงชื่อเข้าใช้ในโลกถ้ําปีศาจไปเรื่อยๆ และใช้วิธีเช่นนี้ต่อไป
ด้วยวิธีนี้ ไอพลังในร่างกายของซูฉินจะลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ และภาพแผ่นหินด้านหลังก็จะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะจุดแสงบนแผ่นหินที่ดูมีแนวโน้มว่าจะสว่างขึ้นอย่างสมบูรณ์ได้ในไม่ช้า
เมื่อจุดแสงส่องสว่างขึ้นอย่างสมบูรณ์ หมายความว่าซูฉินได้เข้าสู่จุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะภาพดวงตะวันขนาดมหึมาแล้ว
ขณะที่ซูฉินกําลังฝึกฝนไปอย่างเชื่องช้านั้น