ตอนที่ 304
ตอนที่ 304 (II) ท้องฟ้าถล่ม
October 22, 2026
304 (II) ท้องฟ้าถล่ม
Sign in Buddha’s palm 304 (II) ท้องฟ้าถล่ม
เท่านั้น
มันยังคงไม่จบ
หลังจากสังหารบรรพชนสายฟ้า ร่างของซูฉินก็หายตัวไปอีกครั้ง ไปโผล่อยู่ไม่ไกลจากบรรพชนหิมะแห่งตําหนักเทพเจ้าหิมะ
“ไม่ดีแล้ว!”
บรรพชนหิมะแห่งตําหนักเทพเจ้าหิมะยังคงตกใจกับการตายของบรรพชนสายฟ้าไม่หาย ก็พบว่าซูฉินเข้ามาใกล้นางเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นพลังจิตวิญญาณที่น่ากลัวก็พลุ่งพล่านวังอันน้อยที่อยู่เหนือศีรษะก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว
ซูฉินทุบวังอันน้อยด้วยหมัด และหมัดอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็ได้ทําลายจิตวิญญาณแรกกําเนิดของบรรพชนหิมะจนสิ้น
ฟูว! ซูฉินประทับฝ่ามือเข้าใส่หม้อยาที่อยู่ด้านหน้าจ้าวโอสถแห่งสํานักเทพโอสถจนมันแตกออกเป็นชิ้นๆ เมื่อเทียบกับผนึกสายฟ้าสวรรค์และวังอันน้อยของบรรพชนหิมะหม้อยานี้ไม่ใช่อาวุธที่เหมาะสมแก่การป้องกันด้วยซ้ํา มันจะหยุดร่างศักดิ์สิทธิ์อีกาทองคําของซูฉินได้อย่างไร?ชั่วพริบตา จ้าวโอสถก็ได้เดินตามรอยบรรพชนสายฟ้าและบรรพชนหิมะไปติดๆ ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณแรกกําเนิดถูกทุบเป็นเสี่ยงๆไม่ทิ้งอะไรไว้เลย
ทันใดนั้น ครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพีคนอื่นๆ ก็เริ่มส่งเสียงคร่ําครวญ เนื้อหนังแตกกระจายจิตวิญญาณแรกกําเนิดสลายกลายเป็นผุยผง ครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพีเหล่านี้อ่อนแอที่สุดในบรรดาคนทั้งเจ็ดอ่อนแอเสียยิ่งกว่าจ้าวโอสถที่เชี่ยวชาญด้านการปรุงกลั่นโอสถ หากไม่ได้อยู่ไกลจากซูฉินที่สุดเกรงว่าคงตกตายไปนานแล้ว แต่กระนั้นไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่มีโอกาสรอดชีวิตไปจากที่นี่อยู่ดี“นี่?”
ห่างออกไป ปฐมบรรพชนแห่งนิกายเฮยหยวนเบิกตากว้าง มองไปที่ซูฉินด้วยอาการขนพองสยองเกล้า
นับตั้งแต่เจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางตายไปครี่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพีทั้งห้าต่างตกตายไปตามๆกันเดิมที่พวกเขาเหล่าครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพี่ทั้งเจ็ดรวมตัวกันล้อมสังหาร คิดว่าตนมีแต้มต่อสามารถจัดการซูฉินได้เหมือนฆ่าไก่ แต่ในชั่วพริบตากลับเหลือตัวเขาอยู่เพียงคนเดียว
แม้จะเป็นผลมาจากทักษะโจมตีผสานได้ถูกทําลายแต่คนเหล่านี้ก็เป็นถึงครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพีเชียวนะ? แม้ว่าเซียนเทพปฐพี่ที่แท้จริงต้องการสังหารครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพี่ห้าคนพร้อมกัน อย่างน้อยจิตวิญญาณแรกกําเนิดก็ต้องเหลือรอดมาได้มิใช่หรือ?
“ครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพี่ถึงห้าคนหากอยู่ต่อหน้าเซียนเทพปฐพี ถึงพวกเขาจะพ่ายแพ้อย่างน้อยก็ต้องมีหนึ่งถึงสองคนหลบหนีไปได้ แม้จะถูกเซียนเทพปฐพี่ตามล่าจนตายในที่สุดก็ตามแต่เจ้าเป็นใครกัน ไม่ใช่เซียนเทพปฐพีด้วยซ้ํา แต่มีความสามารถเทียบเท่าเซียนเทพปฐพี?”
ปฐมบรรพชนนิกายเฮยหยวนตั้งสติถามออกด้วยน้ําเสียงสั่นเครือตัวตนระดับนี้ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เคยมีความสิ้นหวังแบบนี้ปรากฏในใจ แต่ในยามนี้ปฐมบรรพชนแห่งนิกายเฮยหยวนเหมือนกลับมาอยู่ในตอนที่ตนเองยังอยู่ในขอบเขตวิทยายุทธเก้าระดับชั้น แล้วต้องเผชิญหน้ากับตํานานยุทธขั้นสูงสุด มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งกลัวและไร้ซึ่งอํานาจซูฉันไม่ใช่เซียนเทพปฐพีและปฐมบรรพชนนิกายเฮยหยวนก็มั่นใจเรื่องนี้มากไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพี่คนอื่นๆอย่างเจ้าสํานักผู้วิเศษชิงหมางจ้าวโอสถสํานักเทพโอสถบรรพชนหิมะตําหนักเทพเจ้าหิมะและคนที่เหลือล้วนยืนยันเรื่องนี้ได้ไม่เช่นนั้นหากพวกเขารู้ว่าซูฉินเป็นเซียนเทพปฐพีพวกเขาคงคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา จะกล้าต่อต้านต่อไปได้อย่างไร
แม้ความแตกต่างระหว่างครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพีกับเซียนเทพปฐพีจริงๆจะห่างกันเพียงครึ่งก้าว แต่ช่องว่างของความแข็งแกร่งนั้นเปรียบเสมือนผืนน้ํากว้างทว่าตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ซูฉินยังไม่ได้หลอมรวมเข้ากับธรรมชาติ เหมือนกับขอบเขตเซียนเทพปฐพีให้เห็นไม่มีกลิ่นอายอันทรงพลังของทะเลปราณต้องรู้ว่าเชียนเทพปฐพีทุกคนย่อมใช้จิตวิญญาณแรกกําเนิดผสานเข้ากับทะเลปราณในส่วนลึกของความว่างเปล่า จึงจะสามารถดึงทะเลปราณออกมาได้ แต่ซูฉินนั้นไม่น่าจะเคยสัมผัสมันมาก่อน เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีแก่นทะเลปราณอยู่ในจิตวิญญาณแรกกําเนิดของเขาเลย
จุดนี้เองที่แสดงให้เห็นว่าซูฉันไม่ใช่เซียนเทพปฐพี
แม้ว่าซูฉินจะก้าวหน้าไปไกลกว่าขอบเขตตํานานยุทธ มันก็เป็นได้เพียงครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทพปฐพี ซึ่งมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับพวกเขา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปฐมบรรพชนแห่งนิกายเฮยหยวนไม่คาดคิด คือแม้ซูฉินจะไม่ใช่เซียนเทพปฐพี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตัวตนขอบเขตเซียนเทพปฐพี่ธรรมดาๆก็ยังไม่นับว่าอ่อนแอแม้แต่น้อยซึ่งน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกับขอบเขตตํานานยุทธที่กําลังจะทะลวงผ่านขอบเขตเซียนเทพปฐพี แม้ในยุคเฟื่องฟูปราณฉีครั้งล่าสุดสิ่งเหล่านี้ก็ไม่เคยเกิด
ขึ้น