ตอนที่ 282
บทที่ 535 ถ้าไม่หาเรื่องใส่ตัวก็ไม่ต้องเจอสถานการณ์ยากลำบาก
October 28, 2026
ครึ่งชั่วโมงถัดมา เซียวชุ่นแบกคนหนึ่งไว้บนบ่ากลับบ้านอย่างสบายๆ
“ห่าเอ๊ย เด็กอย่างแกรับภารกิจมาไม่รู้จักสอบถามบ้างเลย ฉันน่ะฉายารักษาคนมาหลายประเภทที่ไม่เชื่อฟังไม่ใช่ได้มาฟรีๆ!”
เซียวชุ่นโยนลูอิสที่หมดสติไปบนโซฟา แล้วด่าสาปแช่ง
ภายใต้แสงไฟสว่าง ใบหน้าหล่อเหลาไม่ธรรมดาของลูอิส ตอนนี้บวมเหมือนหัวหมู และผิวหนังด้านนอกก็เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำอย่างมองเห็นได้
ดูเหมือนว่าครั้งนี้พ่อพระเซียวจะไม่มีความเมตตาจริงๆ
ที่จริงแล้วก็ไม่โทษเขา ถ้าจะโทษต้องโทษลูอิสที่นิสัยแย่เกินไป แม้ว่าจะฟกช้ำเพราะถูกซ้อม แต่ปากยังคงไม่ยอม และยังพูดจายั่วยุพ่อพระเซียว
เหอะ อยากหาเรื่องใส่หัวเอง อย่ามาโทษฉันละกัน!
เซียวชุ่นในตอนนั้น คิดแบบนี้
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ เป็นโศกนาฏกรรมอย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวชุ่นล้มเลิกความคิดที่จะโจมตีจุดจางเหมินของลูอิส ต่อยไปไม่หยุดจนทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในอาการโคม่า
ตอนนี้เองไม่รู้ว่าเสือน้อยกระโดดออกมาจากไหน ชี้ไปที่ลูอิสบนโซฟา แล้วพูดประโยคหนึ่งออกมาที่ทำให้เซียวชุ่นหัวเราะ
“พี่คนอ้วนคนนี้คือใครหรือ?”
เซียวชุ่นลูบจมูก รู้สึกว่าคำเปรียบของเด็กสาวคนนี้ช่างฉลาดเสียจริง
จากนั้น เขาก็มองเสือน้อยอย่างตำหนิเล็กน้อย:“ดึกขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่หลับอีก?เมื่อกี๊บอกแล้วนี่ว่าอย่าออกมาตามใจชอบแบบนี้?”
“เสือน้อยกำลังเป็นห่วงคุณ เมื่อกี๊ได้ยินเสียงเปิดประตู เธอก็พุ่งออกมาโดยตรง ห้ามก็ห้ามไม่อยู่”
นางมังกรสามพูดไป ก็เดินมาที่ด้านข้างของเซียวชุ่น
ตอนที่เห็นลูอิสจมูกเขียวช้ำหน้าบวม สายตาของหญิงชราก็ดูอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่ได้ไปถามอะไรมากนัก
ได้ยินว่าสาวน้อยคนนี้เป็นห่วงตัวเอง ในใจของเซียวชุ่นก็รู้สึกตื้นตันใจ ยื่นมือไปลูบหัวเล็กๆ ของเธอ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม:“ไม่ต้องห่วง พี่เก่งจะตายไป!”
“หนุไม่มีพี่ชายที่แก่แบบนี้เสียหน่อย!”
เสือน้อยเลบลิ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วกระโดดกลับไปที่ห้อง
นางมังกรสามส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มขมขื่น จากนั้นก็ตามไป
“ฉันแก่ขนาดนั้นเลยหรือ?นอกจากความสูงร้อยแปดสิบกว่าแล้ว ใบหน้าที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างฉันนี้ขึ้นรถเมล์ก็ไม่ต้องจ่ายเงินได้เลย!”
เซียวชุ่นเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าดูไม่พอใจ
ถึงจะพูดจาไม่พอใจอย่างไร้ยางอาย แต่ตอนที่สายตาเขามองไปยังลูอิสที่หมดสติอยู่ด้านข้าง กลับดูลำบากใจขึ้นมา บ่นพึมพำไปว่า:“เหอะ ถึงแม้ตอนนี้เจ้าเด็กนี่จะหยุดชั่วคราว แต่พอตื่นมาน่าจะโวยวายสุดๆ แน่ ต้องหาทางมารับมือเสียหน่อย”
พูดไป เขาก็ยิ้มออกมา ในใจยังคิดเล็กคิดน้อย
หลังจากยุ่งอยู่พักหนึ่ง เซียวชุ่นก็ย้ายลูอิสไปที่ห้องแขกตรงหัวมุมชั้นสอง จากนั้นหาโซ่จากในห้องเก็บของ
และก็เป็นแบบนี้ ดยุคแห่งนรกที่เป็นที่รู้จักกันดีถูกมัดกับเตียงใหญ่อย่างแน่นหนา ดูชีช้ำสุดๆ
หลังจากทดสอบความแน่นและระดับความแข็งแรงของโซ่แล้ว เซียวชุ่นก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจ:“หึหึ ถ้ามีแส้กับเทียนล่ะก็ จะสมบูรณ์แบบมาก!”
พูดจบ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที:“เอ๋ ทำไมรู้สึกแปลกๆ ล่ะ?”
ตอนที่เซียวชุ่นกำลังทบทวนมุมมองทั้งสามของตัวเองที่ไม่เหมาะสม เปลือกตาลูอิสที่นอนอยู่บนเตียงสั่นเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังจะตื่น
เห็นแบบนี้ เซียวชุ่นก็รีบเข้ามา
“ตื่นแล้วหรือ?”