ตอนที่ 513
บทที่ 766 ม้งขาวที่ถูกใช้งานเยี่ยงทาส
October 28, 2026
ม้งซิวหยุนในตอนนี้ยังไม่เข้าใจความคิดในใจของเซียวชุ่น ไม่งั้นสีหน้าในตอนนี้ของเขาก็จะไม่ได้มีแค่ความเกรงกลัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแล้ว
ทันใดนั้น เซียวชุ่นก็มองไปทางม้งซิวหยุนด้วยรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน
“หัวหน้าเผ่าม้ง วันนี้ถ้าเกิดฉันไม่ใช้ไม้แข็ง คิดว่าแกคงไม่มีวันบอกเรื่องที่ฉันอยากรู้ออกมาแล้วสินะ!”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ก็มีความโกรธเกรี้ยวรวมไปถึงความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าม้งซิวหยุน
ถึงแม้วิชากู่ของเขาที่อยู่ในบรรดาสามกลุ่มม้งก็ถือเป็นอันดับต้น ๆ เช่นกัน แต่คู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้านี้กลับเป็นผู้ที่สามารถกลั่นเพลิงโอสถผสมเข้าไปในร่างกายตัวเองได้ ถึงแม้เขาจะทุ่มสุดกำลังสามารถ เกรงว่าศักยภาพก็คงมีไม่เพียงพอ!
แต่ชีพทิพย์นั่นก็เกี่ยวข้องถึงเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เช่นกัน ถ้าเกิดเรื่องนี้รั่วไหลออกไปจากปากเขาละก็ ไฟโกรธที่สูงเทียมฟ้าที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ต้องรุนแรงมากจนทำให้สามกลุ่มม้งล่มสลายได้แน่นอน
ให้ตายเถอะ แล้วนี่ควรจะทำยังไงดี?
เมื่อคิดแบบนี้ได้ หน้าผากของม้งซิวหยุนก็ท่วมไปด้วยเหงื่อ
ในขณะที่เขาไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจยังไงอยู่นั้น ก็ได้ยินเซียวชุ่นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า
“บอกตำแหน่งที่ตั้งของชีพทิพย์นั่นมา และเข้าร่วมสหพันธ์บู๊ของฉัน ฉันสามารถช่วยแก้‘วิชากู่ต้องห้าม’ที่อยู่บนตัวผู้คนในม้งขาวของพวกแกได้!”
เสียง“โครม”ดังขึ้น มีเสียงฟ้าผ่าดังกระหึ่มขึ้นมาในสมองม้งซิวหยุน
เขาเบิกตากว้าง มองไปทางเซียวชุ่นที่สีหน้าดูสุขุมเยือกเย็นอย่างเหลือเชื่อ
ทำไมคนดังกล่าวถึงรู้เรื่องที่ม้งขาวถูก“วิชากู่ต้องห้าม”ข่มเหง?
ม้งซิวหยุนในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกช็อกเพราะเซียวชุ่นมีศักยภาพแก้“วิชากู่ต้องห้าม”ได้ แต่รู้สึกแปลกใจต่อแหล่งข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม
เมื่อเซียวชุ่นเห็นแบบนี้เขาจึงหัวเราะ
“เหอะ ๆ อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ตระกูลเซี่ยเป็นคนบอกเรื่องทั้งหมดนี้ให้ฉันทราบเอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ บนใบหน้าของม้งซิวหยุนจึงไม่มีความแปลกใจใด ๆ ปรากฏอีก แต่เป็นการหันไปพูดกับม้งโร่หู่ว่า: “โร่หู่ แกพาผู้อาวุโสที่เหลือกลับหมู่บ้านไปก่อน!”
“พ่อครับ แล้วพ่อล่ะ?”
ม้งโร่หู่มองพ่อด้วยสายตาที่กังวลรอบหนึ่ง
ม้งซิวหยุนตอบกลับว่า: “ฉันมีเรื่องบางอย่างจะคุยกับจ้าวสหเซียว ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน”
“แต่ว่า……”
ไม่รอให้ม้งโร่หู่พูดจบ ม้งซิวหยุนก็โบกมือตัดบทพูดเขา แล้วพูดอย่างเฉียบขาด: “ทำตามที่ฉันบอก! ตอนนี้ร่างเหล่าผู้อาวุโสบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบนำตัวกลับไปรักษาที่หมู่บ้านโดยด่วน ถ้าเกิดล่าช้าฉันจะถามหาความรับผิดชอบที่แก!”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ม้งโร่หู่จึงมองเหล่าผู้อาวุโสที่สีหน้าย้ำแย่โดยสัญชาตญาณรอบหนึ่ง สุดท้ายเขากัดฟันแน่น ผิวปากเรียกผู้คนในตระกูลที่เฝ้าอยู่บริเวณรอบนอกมา ร่วมมือกันนำตัวเหล่าผู้อาวุโสกลับไป
หลังจากมองดูคนกลุ่มนี้จากไปแล้ว เซียวชุ่นก็นั่งลงด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมามองม้งซิวหยุนที่แววตาเป็นประกาย เหมือนกำลังพิจารณาเรื่องบางอย่างอยู่ข้าง ๆ
“หัวหน้าเผ่าม้ง ตอนนี้เคลียร์พื้นที่แล้ว มีอะไรจะพูดก็พูดออกมาอย่างแจ่มแจ้งเถอะ!”
มองม้งซิวหยุนด้วยสายตาที่ลังเลใจรอบหนึ่ง ม้งซิวหยุนไม่ได้ตอบกลับแต่เป็นการย้อนถามว่า: “นายมีความสามารถช่วยแก้‘วิชากู่ต้องห้าม’ให้ผู้คนในตระกูลของฉันได้จริง ๆ เหรอ?”
เซียวชุ่นอมยิ้ม
“เซี่ยหลีเคยถามคำถามในทำนองนี้กับผมมาก่อนแล้ว คุณคิดว่าถ้าเกิดผมไม่สามารถทำให้เธอพึงพอใจได้ละก็ เธอจะยอมบอกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเผ่าม้งขาวของพวกคุณให้ผมฟังเหรอ?”
การที่สามารถเป็นหัวหน้าเผ่าของวงศ์ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ นำพาผู้คนในตระกูลโดดเด่นเหนือผู้อื่นในสามกลุ่มม้งได้นั้น ศักยภาพและไอคิวของม้งซิวหยุนต้องเหมาะสมกับตำแหน่งนี้อยู่แล้ว
ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในโลกวิชากู่ เคียงบ่าเคียงไหล่กับม้งขาวมาโดยตลอด
แม้แต่เซี่ยหลีที่มีศักยภาพระดับนั้นยังเชื่อใจเซียวชุ่นมาก ๆ เขาจึงไม่มีทางซักถามเกี่ยวกับข้อสงสัยมากอยู่แล้ว
นึกย้อนกลับไปถึงภาพเหตุการณ์ที่เผ่าม้งขาวถูก“วิชากู่ต้องห้าม”ข่มเหง และถูกผู้อื่นกดขี่เยี่ยงทาส ม้งซิวหยุนรู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมาในทันที