ตอนที่ 50
SPIN-OFF บทที่ 50
October 22, 2026
SPIN-OFF บทที่ 50
“ทะ ท่านพ่อ”
ความรู้สึกหวั่นไหวใจเต้นเมื่อครู่จางหายไป ใบหน้าของแคลอฮันพลันแข็งทื่อ เพียงแค่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่เฉยๆ เท่านั้น แต่บรรยากาศกดดันที่กระจายออกมาจากรูลลัก ลอมบาร์เดียโดยธรรมชาติได้กดทับรอบด้านลงจนอึดอัด บทสรุปของการต่อสู้เพื่อสืบทอดตำแหน่งที่เกิดขึ้นอย่างยืดเยื้อ รูลลักผู้ที่ได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าตระกูลลอมบาร์เดียเมื่อหลายปีก่อนนั้น เป็นผู้ที่ได้รับการประเมินว่าเป็นผู้ที่ยึดครองอำนาจได้รอบคอบยิ่งกว่าเจ้าตระกูลคนไหนในรุ่นที่ผ่านมา แคลอฮันซึ่งตอนนั้นมีอายุอยู่ในวัยประมาณสิบกว่าปียังจดจำสงครามภายในตระกูลที่เกิดขึ้นจนถึงก่อนพิธีแต่งตั้งเจ้าตระกูลได้อย่างแจ่มชัด รวมถึงเรื่องที่รูลลัก ลอมบาร์เดียผู้เป็นบิดากำจัดพี่น้องแท้ๆ ซึ่งเป็นคู่แข่งได้สมบูรณ์แบบเพียงใดด้วย แคลอฮันลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงความทรงจำในช่วงเวลานั้น ก่อนค้อมศีรษะลงพลางตอบคำถามอย่างยากลำบาก “ข้าออกไปตากลมมาครู่หนึ่งน่ะครับ” “จนถึงป่านนี้งั้นเหรอ” “พะ พอเดินอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ที่งดงาม ข้าก็เลยไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปขนาดนี้แล้วครับ” แม้จะไม่ได้อยู่ในวัยที่หูยังต้องฟังเสียงพร่ำบ่นเมื่อกลับบ้านช้าแล้ว แต่แคลอฮันก็ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้เมื่อเห็นสายตาของรูลลักที่จ้องมาอย่างทิ่มแทง “แคลอฮัน” “ครับ ท่านพ่อ” “การใช้เวลาว่างชั่วครู่ในหมู่สามัญชนทั่วไปของลอมบาร์เดียนั้นเป็นเรื่องดี” สะดุ้ง ตอนนั้นเอง แคลอฮันถึงจำได้ว่าตนเองสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ของสามัญชนอยู่ รู้สึกเหมือนเหงื่อเย็นสายหนึ่งไหลลงมาจากแผ่นหลัง “ในฐานะที่เจ้าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของลอมบาร์เดีย การเรียนรู้ความเป็นอยู่ของพวกเขา และการมีน้ำใจต่อพวกเขานั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม” รูลลักจับไหล่ของแคลอฮันอย่างแรง “เจ้าต้องรู้จักแยกแยะคนที่ต้องปกครองกับคนที่สมควรทุ่มเทหัวใจให้ได้” รู้เรื่องทุกอย่างอยู่แล้วสินะ แคลอฮันยกศีรษะที่ก้มอยู่ขึ้นแล้วสบตากับบิดาตรงๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลที่มองดูธรรมดาในแวบแรกมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนอื่นไม่อาจคัดค้าน “แคลอฮัน พ่อเชื่อว่าเจ้าจะรู้จักวางตัวได้เป็นอย่างดี” จงวางตัวให้ดีเสีย แคลอฮันที่เข้าใจความหมายในคำพูดนั้นรีบแย้งขึ้นมา “แต่ว่าท่านพ่อครับ…!” ทว่ามือใหญ่ข้างนั้นก็จับลงมาบนไหล่อย่างแรงอีกครั้ง หมายความว่าจะไม่คุยเกี่ยวกับหัวข้อนี้อีกต่อไปแล้ว พอเห็นแคลอฮันหุบปากลงอีกครั้งในที่สุด ตอนนั้นเองรูลลักจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มกึ่งพอใจ “ข้ามีอะไรจะให้เจ้า ตามข้ามา” แผ่นหลังของบิดาที่หมุนตัวเดินจากไปก่อนดูใหญ่มากเหลือเกิน มากจนไม่สามารถต่อต้านได้ แคลอฮันเดินตามหลังรูลลักเข้าไปในห้องทำงานของเจ้าตระกูล อาจเพราะยังสะสางงานไม่เสร็จ ในห้องทำงานที่เปิดไฟสว่างจ้าจึงมีเอกสารวางกองอยู่ทั่ว รูลลักเดินผ่านพวกมันอย่างเคยชินและนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นเปิดลิ้นชักแล้วหยิบเอกสารปึกหนึ่งที่หนาพอสมควรออกมา “มันคืออะไรเหรอครับ?” แคลอฮันรับมันมาอย่างลืมตัวพลางถามขึ้น“เป็นสรุปเนื้อหางานของกลุ่มการค้าลอมบาร์เดียในช่วงนี้ ถ้าเจ้าลองอ่านอย่างละเอียด ก็จะพอจับความรู้สึกได้ว่ากลุ่มการค้าดำเนินงานกันยังไง”“แต่ท่านพ่อครับ ข้าบอกท่านไปแล้วนี่ว่าข้าไม่ต้องการทำงานในกลุ่มการค้า…”“คนที่พูดว่าไม่ต้องการน่ะคือเจ้า หรือว่าเบเจอร์กันแน่”แคลอฮันมัวแต่ตกใจกับคำถามที่ตรงไปตรงมาจนสุดท้ายก็ไม่ได้ตอบกลับไปรูลลักมองบุตรชายคนเล็กด้วยสายตาเข้มงวดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาในบรรดาบุตรทั้งสี่คนที่อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูของเขา คนที่เขามองเห็นว่าน่าจะสืบทอดตำแหน่งเจ้าตระกูลได้มีเพียงชานาเนสบุตรคนแรกและแคลอฮันบุตรคนสุดท้องเท่านั้นแต่ชานาเนสนั้น หลังจากแต่งงานก็เริ่มวางมือจากงานที่รับผิดชอบอยู่ไปทีละอย่างโดยให้เหตุผลว่าอยากให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นหลักสุดท้ายเขาจึงลองฝากความหวังไว้กับแคลอฮัน ตัวเลือกที่เหลือเพียงหนึ่งเดียว แต่ลูกคนนี้กลับจิตใจอ่อนไหวมากเหลือเกินขอแค่ตัดสินใจจะทำ เขาก็มีความสามารถมากพอที่จะผลักไสเบเจอร์ผู้เป็นพี่ชายออกไปจากสงครามผู้สืบทอดได้ทันที แต่เจ้าตัวกลับเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องนั้นรูกลักเคยคาดหวังว่าพอโตขึ้น นิสัยของเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงไป แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งวันเวลาดำเนินผ่านไป แคลอฮันก็มีแต่จะยิ่งถดถอยลง“ได้ยินว่าที่ผ่านมา เบเจอร์ไปหาเจ้าและทำตัวแย่ๆ ใส่ทุกวันเลยสินะ”“อ่า รู้เรื่องนั้นด้วยเหรอครับ?”“คิดว่าในลอมบาร์เดียแห่งนี้ มีเรื่องอะไรที่ข้าไม่รู้ด้วยหรือไง?”แคลอฮันพลันหน้าแดงขึ้นมาเมื่อได้ยินรูลลักย้อนถามเพราะความทรงจำตอนที่เขาเล่นละครอย่างเก้ๆ กังๆ ต่อหน้าบิดาเมื่อวานแล่นขึ้นมาอีกครั้ง“มันไม่เหมือนกับครั้งก่อน รอบนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือกอีกแล้ว”แคลอฮันเบิกตาทั้งสองข้างกว้าง“เจ้าคงจะเข้าใจใช่ไหมว่าข้าหมายความว่าอะไร”แคลอฮันพยักหน้าอย่างหนักอึ้งหากเขาถูกยึดสิทธิ์ในการเลือกไป หมายความว่าเบเจอร์จะไม่มีโอกาสให้เข้ามาแทรกแซงได้อีกแล้วสิ่งนั้นเป็นทั้งการบีบบังคับ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความเอาใจใส่ที่มีต่อแคลอฮันด้วยหลังจากมองบุตรชายคนเล็กที่ไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง รูลลักก็เริ่มทำงานของเจ้าตระกูลที่หยุดชะงักไปแล้วกล่าวขึ้นว่า“เพราะฉะนั้นถ้าเจ้าเตรียมใจพร้อมแล้วก็กลับมาหาข้าอีกครั้ง ข้าไม่สามารถให้เวลาเจ้าได้นานขนาดนั้นหรอกนะ”***
“ความฝันนั้นคืออะไรกันแน่นะ”
ชาห์นเก็บโต๊ะที่ลูกค้าเพิ่งลุกออกไปพลางโคลงศีรษะไปมา
เมื่อคืนนางฝัน
ฝึนถึงอนาคตของแคลอฮัน
เนื้อหานั้นไม่มีอยู่ในฝันครั้งที่นางฝันอย่างยาวนานตอนอยู่ที่หมู่บ้าน
“หรือว่าช่วงที่ผ่านมา อนาคตจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเหรอ”
แคลอฮันในความฝันกำลังทำงานอยู่
ภาพนั้นดูยุ่งวุ่นวายแต่ขณะเดียวกันก็ดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง มองเพียงแวบเดียวก็เห็นว่าเขาถูกล้อมรอบไปด้วยบุคคลที่มีความสามารถ
เป็นอนาคตที่ต่างไปโดยสิ้นเชิงกับอนาคตที่นางเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้
ตอนนั้นเองใครบางคนส่งก็ยิ้มให้ชาห์นพลางพูดขึ้นเสียงดัง
“ชาห์น วันนี้อาหารก็อร่อยมากเลยค่ะ!”
“ไว้เจอกันใหม่นะคะ!”
เป็นลูกค้าขาประจำที่มักแวะจะมาที่ร้านอาทิตย์จะหลายครั้ง
“เดินทางปลอดภัยนะคะ!”
ชาห์นยิ้มตอบพลางกล่าวลา จากนั้นนางก็กวาดสายตามองไปรอบๆ