ตอนที่ 280
บทที่ 280 เทพสุดหล่อ!
October 28, 2026
ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ช่วยเหลิงหยุนฉีถ่ายรูป จนทำให้จำนวนการกดเข้าเว็บไซต์จางซื่อกรุ๊ปอย่างเป็นทางการเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ขนาดสาย ถือว่าไหลจือดังเป็นพลุแตกในสายวงการทันที
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ตั้งแต่คราวก่อนจากเหลิงหยุนฉี พลันปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชนทันที และไม่รับการถ่ายวิดีโอใดๆ สิ่งนี้ทำให้เขากลายเป็นช่างภาพเฉพาะเจาะจงของเหลิงหยุนฉีทันที
ในวงการนี้ “เฉพาะเจาะจงงานเดียว” ก็หมายถึงระดับขั้นแล้ว
ไหลจืออารมณ์หงุดหงิด หลายปีที่ผ่านมานี้ลุ่มๆ ดอนๆ อยู่ภายในวงการ คิดไม่ถึงปรากฏว่าแขกคนเดียวคนนี้ของตนเอง สร้างให้เกิดชื่อเสียง เมื่อมองเห็นเหลิงหยุนฉี พลันคลี่ยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ราวกับ อาการระเบิดลงเมื่อครู่แทบไม่ใช่เขาสักนิด
“คุณหนูเหลิง ทำไมวันนี้คุณถึงว่างล่ะ?”
ระหว่างพูด พลันเดินเข้าไปต้อนรับขับสู้ทันที
เหลิงหยนุฉีสำรวจมอบรอบๆ นี่ไม่ใช่สตูดิโอ “มานอิง” ที่ทำผมให้เธอเหมือนครั้งที่แล้ว พลันคิดถึงน่าจะเป็นทีมอื่นที่เน้นทางด้านแฟชั่น ดูจากสถานการณ์ ใครบางคนคงต้องออกจากหอเกียรติยศแล้วแหละ การถ่ายภาพตามปกติ ต่างใช้ทีมอาจารย์ช่างถ่ายภาพประจำของทีมอื่น การต้องเชื้อเชิญเขาเข้าร่วมเป็นทีมงานกลางคัน น่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับทักษะการถ่ายภาพของเขา
เธอยิ้มให้ทุกคน และให้ผู้ช่วยเหมยนำขนมแบ่งให้กับทุกคน “ทุกคนลำบากหน่อยนะ พักกันสักครู่เถอะ”
ถ่ายงานมาตั้งแต่เช้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับน้อยมาก โดยไม่มีคำคัดค้านจากข้อเสนอแนะ พลันรับของกินตามมารยาท และเคลื่อนไหวเล็กน้อย พร้อมทั้งเงี่ยหูอย่างดีใจ เพื่อจะคอยฟังเรื่องซุบซิบ
“ตอนที่คุณรับงาน ไม่ได้สังเกตเลยเหรอ? นี่มันเป็นโฆษณาของแพลตฟอร์มของเรานะ” หยุนฉีปลอบโยนทุกคน พลันหันศีรษะกลับไปมองท่าทางทำหน้าประหลาดใจของไหลจือ พลันอดอาการตลกขบขันไว้ไม่อยู่ เรื่องพรรค์นี้ถ้าเป็นร่างกายของคนอื่น เธอไม่เชื่อ แต่สไตล์ของไหลจือย่อมมีแนวคิดตามศิลปะมาตลอด เวลาจะทำอะไร โดยมีแนวโน้มไปทางแรงบันดาลใจของตนเอง พูดกันให้น่าฟังหน่อย ก็เรียกว่าการแสวงหาแนวทางศิลปะ หากพูดแบบไม่น่าฟัง ก็คือช่องทางไม่เหมือนคนอื่น มิเช่นนั้น ก่อนหน้าทั้ง ๆ ที่มีระดับการถ่ายภาพที่ดีขนาดนั้น ก็ยังล้มเหลวจนไม่มีชื่อเสียสักที
ไหลจือตบหน้าผากทันที
เขาอยู่ห่างไกลกับคำว่ายอดค้นหาฮอตฮิตอะไรเทือกนี้มาก รู้แค่ว่างานชิ้นนี้ค่าใช้จ่ายสูงมาก เงินที่ได้ผลกำไรอย่างไม่คาดคิดถวายมาถึงหน้าบ้าน แทบไม่ต้องตรวจสอบเนื้อหาภูมิหลังอะไรเลย
หลังจากนั้น ในวงการพวกเขา คดเคี้ยวมากเกินไป บางครั้งรู้มาก เวลาจะทำอะไรกลับเกิดอาการขี้ขลาดสวนทางกลับ นานวันเข้า เขาถูกปลูกฝังจนมีนิสัยที่ไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่นติดตัวมาด้วย
เมื่อเห็นซิวเจ๋อหงุดหงิดตลอดช่วงเช้า ซึ่งคล้ายกับช่างภาพที่เหมือนกลืนดินปืนเช่นเดียวกัน เวลานี้เมื่อเห็นหยุนฉี ทำราวกับหนูเห็นแมว ขนาดลิ้นยังรีบกลืนลงไป อารมณ์ดีขึ้นหลายเท่าตัว พลันเดินไปอยู่ด้านข้างหยุนฉี และเอ่ยปากถามประโยคหนึ่ง “พวกคุณรู้จักกันเหรอ?”
หยุนฉีเห็นว่าครึ่งท่อนบนเขาไม่ได้ใส่เสื้อ ทว่าอาการแสดงทางสีหน้าผ่อนคลายลงเยอะ กว่าเมื่อตอนเธอเข้ามา พลันหัวเราะอย่างอดไม่ได้ “ก่อนหน้าเขาช่วยฉันถ่ายรูปแหละ ผลลัพธ์ดีมากเลยนะ”
ซิวเจ๋อแสดงอาการเขินอายฉับพลัน
คนกลุ่มนี้ถ่ายรูปหยุนฉีได้ดีมาก พอมาถึงตนเองหันซ้ายก็ไม่ดี หันขวาก็ยังไม่ใช่งั้นเหรอ?
ดังนั้น นั่นเท่ากับการแสดงออกของเขาแข็งทื่อเกินจริงๆ เหรอ?