ตอนที่ 296
บทที่ 296 แอบมองถูกจับได้
October 28, 2026
นักเขียนบทหลับตาลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก หน้าแตกจนไม่เหลือชิ้นดี!!
ยังดีที่เหลียงลั่วหลินยื่นมือเข้ามาช่วย เขาลุกขึ้นยืน แล้วยกแก้วใส่เฉียวหยู่โม่ด้วยใบหน้าแต้มยิ้ม “คุณหนูเหลิงมีพรสวรรค์มากๆ หากประธานเฉียวมีเวลา ยินดีต้อนรับให้มาแวะเวียนได้ที่กองถ่ายทุกเมื่อครับ”
เฉียวหยู่โม่มองน้ำชาในแก้วของอีกฝ่ายแวบหนึ่ง คนทั้งโต๊ะ ถ้าไม่ดื่มเบียร์ก็ดื่มน้ำผลไม้ มีเพียงนักแสดงนำชายคนนี้ที่แตกต่างจากคนอื่น
ผู้จัดการเว่ยหยูรีบลุกขึ้นมาอธิบายทันทีว่า “ช่วงนี้ลั่วหลินกำลังลดน้ำหนักน่ะ เลยงดอาหารทุกอย่างที่มีน้ำตาล ดื่มได้แค่ชาเท่านั้น ประธานเฉียวอย่าถือสาเลยนะครับ!”
เฉียวหยู่โม่ตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ แล้วหลุบตาจิบน้ำองุ่นในแก้วตัวเองคำหนึ่ง
เหลิงหยุนฉีเป็นคนสั่งน้ำผลไม้ให้ เมื่อเธอเห็นว่าน้ำในแก้วของเขาจะหมดแล้ว ก็พลันเติมให้เขาเพิ่ม จากนั้นก็หันศีรษะมองเหลียงลั่วหลินแวบหนึ่ง “ถึงว่าทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายผอมลงไม่น้อย ดาราชายลดน้ำหนักก็ต้องเคร่งเรื่องอาหารการกินขนาดนี้ด้วยเหรอ?”
แต่ก่อนเธอนึกมาโดยตลอดว่ามีเพียงดาราหญิงเท่านั้นที่จะเป็นแบบนี้ ส่วนดาราชายก็แค่เข้ายิมเผาผลาญไขมัน
เมื่อเห็นว่าเหลิงหยุนฉีเริ่มบทสนทนาที่ผ่อนคลาย ความรู้สึกเสียวสันหลังของเว่ยหยูจึงจะค่อยๆหายไป
ทั้งที่เป็นแค่สายตาที่ราบเรียบของประธานเฉียวคนนี้แท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกหวาดเสียวขนาดนี้?
เมื่อเหลียงลั่วหลินเห็นว่าเฉียวหยู่โม่ละสายตาไปจากเขา รัศมีความกดดันที่เย็นเยือกนั่นก็จางหายไปแล้ว ในใจก็พลันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง และอดมองเหลิงหยุนฉีไม่ได้
เว่ยหยูเหมือนยังมีดวงตาอีกคู่หนึ่งที่ข้างศีรษะ พลันรีบดึงชายเสื้อเขาที่ใต้โต๊ะ ภายนอกกลับตอบคำพูดของเหลิงหยุนฉีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ถ้ามีเวลาเยอะ แน่นอนว่าออกกำลังลดน้ำหนักจะดีต่อสุขภาพกว่า แต่ถ้าจะต้องทำให้ได้ตามที่ผู้กำกับเคอต้องการในระยะเวลาสั้นๆก็ต้องทำควบคู่ทั้งสองอย่าง ถ้าให้พูดตรงๆ บนโลกนี้ไม่มีน้ำหนักที่ลดออกไปได้ฟรีๆหรอก ทุกครั้งที่โฆษณาพวกนั้นบอกว่ากินยาลดน้ำหนักแล้วจะผอมได้ นั่นมันเป็นการเอาเปรียบพวกหูเบาชัดๆ!” ถ้ากินยาแล้วสามารถลดความอ้วนได้จริง งั้นวงการบันเทิงก็คงไม่มีคนอ้วนแล้ว ใครมันจะลำบากไปคุมอาหารอีก!
หัวข้อบทสนทนานี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับทุกคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิง ทันใดนั้น ทุกคนก็พลันปริปากเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การลดน้ำหนักต่างๆนานา แค่สุ่มหยิบขึ้นมาพูดเรื่องหนึ่ง ก็สามารถพลิกมุมมองของคนฟังได้กลับตาลปัตร
มีทั้งในหนึ่งวันกินแค่เหล่ากันมาเม็ดเดียว หรือจะเป็นตั้งแต่เช้ายันค่ำนอกจากดื่มแค่กาแฟดำขับปัสสาวะก็ไม่ดื่มแม้แต่น้ำอึกเดียว ไม่ว่าจะประสบการณ์แบบไหนก็มีเยอะแยะไปหมด
“ฉันได้ยินมาว่ายังมีคนไปผ่ากระเพาะออกครึ่งซีกเพื่อจะไม่ให้ตัวเองอ้วนด้วย นี่เรื่องจริงหรือเรื่องปลอมน่ะ?”
โจวหยุนกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเรื่องฉาวแบบนี้ก็พลันตาลุกวาว
“นั่นก็ต้องเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว” เว่ยหยูตอบไปพลาง ลอบมองสีหน้าของเฉียวหยู่โม่ไปพลาง แทบจะอยากสรรเสริญเหลิงหยุนฉีในใจว่า “ฮีโร่”!
ต้องขอบคุณที่หาเรื่องแบบนี้มาคุย ถ้าเมื่อกี้เหลียงลั่วหลินยังพูดกับประธานเฉียวอีกสองประโยค เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองก็จะทนไม่ไหวแล้ว
แม้แต่ผู้กำกับเคอได้ยินเรื่องนี้แล้ว ก็อดร่วมวงพูดเสริมไม่ได้ว่า “ยังมีคนประเภทที่ไปผ่าตัดดูดไขมันเพื่อให้ตัวเองขึ้นกล้องด้วย ก็ไม่รู้คนพวกนั้นคิดยังไงกันแน่ ทั้งที่การผ่าตัดแบบนี้ต้องการช่วงพักฟื้นแท้ๆ ตัวยังบวมอยู่ก็ยังจะมาโผล่หน้ากล้องอีก ดูไม่ได้เลยจริงๆ หน้านี่ยังกับแป้งหมันโถวพองตัว เดิมทีฉากภาพยนตร์ก็เข้มงวดกว่าฉากละครอยู่แล้วด้วย ยังนึกว่าคนอื่นไม่รู้ซะอีก เจอใครก็บอกว่าตัวเองกินยังไงก็ไม่อ้วน”
เขาพูดมาถึงตรงนี้ จู่ ๆก็พลันชะงักกึก
ก่อนจะมองสำรวจเหลิงหยุนฉีตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วอดจิปากไม่ได้
เหลิงหยุนฉีรู้สึกว่าปฏิกิริยาของเขาน่าสนใจ จึงวางตะเกียบลง ถามว่า “มีอะไรงั้นเหรอ?”